<?xml version="1.0" encoding="utf-8" standalone="yes"?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
    <channel>
        <title>วิมุตติ on TLDRLSS</title>
        <link>https://story.tldrlss.com/th/categories/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4/</link>
        <description>Recent content in วิมุตติ on TLDRLSS</description>
        <generator>Hugo -- gohugo.io</generator>
        <language>th</language>
        <lastBuildDate>Tue, 07 Apr 2026 00:02:37 +0800</lastBuildDate><atom:link href="https://story.tldrlss.com/th/categories/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4/index.xml" rel="self" type="application/rss+xml" /><item>
        <title>พระสูตรพระกษิติครรภ์ เล่มที่ 3: พระสูตรฉบับสมบูรณ์พร้อมคำแปลภาษาปัจจุบัน — บุญแห่งการทำทานและประโยชน์ 28 ประการจากการบูชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์</title>
        <link>https://story.tldrlss.com/th/article/2026/04/ksitigarbha-sutra-3rd-volume/</link>
        <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 00:02:37 +0800</pubDate>
        
        <guid>https://story.tldrlss.com/th/article/2026/04/ksitigarbha-sutra-3rd-volume/</guid>
        <description>&lt;img src="https://story.tldrlss.com/global-assets/images/book/ksitigarbha-sutra-1.jpg" alt="Featured image of post พระสูตรพระกษิติครรภ์ เล่มที่ 3: พระสูตรฉบับสมบูรณ์พร้อมคำแปลภาษาปัจจุบัน — บุญแห่งการทำทานและประโยชน์ 28 ประการจากการบูชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์" /&gt;&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ภาพโดย &lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.facebook.com/groups/mars.chien/posts/9321970667882702/&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;國際佛光人 | 【地藏菩薩本願經&amp;hellip;經文/書法】卷上/十九《分身集會品/第二》 | Facebook&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;พระสตรปณธานเดมของพระกษตครรภโพธสตว-เลมท-3&#34;&gt;พระสูตรปณิธานเดิมของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เล่มที่ 3
&lt;/h2&gt;&lt;h3 id=&#34;ปรเฉทท-10-การเปรยบเทยบบญแหงการทำทาน&#34;&gt;ปริเฉทที่ 10: การเปรียบเทียบบุญแห่งการทำทาน
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter3-10.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทูลถามพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับบุญที่มากน้อยต่างกันจากการทำทานของสรรพสัตว์ พระพุทธเจ้าทรงอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจในการทำทานกับผลบุญ&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ได้รับพุทธานุภาพ ลุกขึ้นจากที่นั่ง คุกเข่าประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ได้พิจารณาสรรพสัตว์ในวัฏสงสาร เปรียบเทียบการทำทาน มีทั้งเบาและหนัก บ้างได้รับสุขหนึ่งชาติ บ้างสิบชาติ บ้างร้อยชาติพันชาติได้รับมหาสุข เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดตรัสแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้ทรงตั้งมหาปณิธานจะช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่ทุกข์ทรมาน) รู้สึกได้ถึงพุทธานุภาพ จึงลุกขึ้นจากที่นั่ง คุกเข่าประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าอย่างเคารพว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ได้สังเกตสรรพสัตว์ในวัฏสงสาร พิจารณาการทำทาน (คือการแบ่งปันสิ่งของแก่ผู้อื่น) ของพวกเขา บุญมีทั้งเบาและหนัก บ้างได้รับสุขหนึ่งชาติ บ้างสิบชาติ บ้างได้รับมหาสุขถึงร้อยชาติพันชาติ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะโปรดอธิบายแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า เราจะกล่าวถึงการเปรียบเทียบบุญแห่งการทำทานในชมพูทวีปต่อหน้ามหาสมาคมทั้งปวงในดาวดึงส์เทวโลก เจ้าจงตั้งใจฟังให้ดี เราจะอธิบายให้เจ้าฟัง&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;เราจะกล่าวถึงความแตกต่างของบุญแห่งการทำทานในโลกมนุษย์ ต่อหน้ามหาสมาคมในดาวดึงส์เทวโลก (วิมานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์) เจ้าจงตั้งใจฟังให้ดี เราจะอธิบายให้เจ้าฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าพระองค์มีความสงสัยในเรื่องนี้ ยินดีที่จะรับฟังพระธรรมเทศนา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าพระองค์มีความสงสัยในเรื่องนี้อยู่พอดี ยินดีอย่างยิ่งที่จะรับฟังพระธรรมเทศนาของพระองค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า ในชมพูทวีป มีพระราชา อัครมหาเสนาบดี มหาเศรษฐี มหากษัตริย์ มหาพราหมณ์ เป็นต้น หากพบผู้ยากจนที่สุด ตลอดจนผู้พิการ เป็นใบ้ หูหนวก โง่เขลา ตาบอด คือบุคคลที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ต่างๆ เหล่านี้ เมื่อพระราชาเหล่านั้นปรารถนาจะทำทาน หากสามารถมีมหากรุณาจิต ถ่อมตนยิ้มแย้ม ลงมือแจกจ่ายด้วยตนเองแก่ทุกคน หรือใช้ผู้อื่นแจกแทน พร้อมกล่าวถ้อยคำอ่อนโยนปลอบใจ พระราชาเหล่านั้นจะได้รับบุญเสมือนทำทานแก่พระพุทธเจ้ามากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาร้อยสาย เหตุใด เพราะพระราชาเหล่านั้นเกิดมหากรุณาจิตต่อผู้ยากไร้ต่ำต้อยที่สุดและผู้พิการ จึงได้รับบุญเช่นนี้ ตลอดร้อยพันชาติ จะมีรัตนะเจ็ดประการอย่างบริบูรณ์ ไม่ต้องพูดถึงเครื่องนุ่งห่มอาหารเครื่องใช้สอย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ในโลกมนุษย์ของเรา คือชมพูทวีป (โลกที่เราอาศัยอยู่) มีพระราชา เสนาบดี เศรษฐี ขุนนาง และนักบวชต่างๆ หากพวกเขาพบผู้ยากจนที่สุด ตลอดจนผู้พิการ พูดไม่ได้ หูหนวก ตาบอด คือผู้ที่ร่างกายไม่สมบูรณ์น่าสงสาร เมื่อพระราชาเสนาบดีเหล่านี้ปรารถนาจะทำทาน หากสามารถมีมหากรุณาจิต ถ่อมตน ยิ้มแย้มแจ่มใส ลงมือแจกจ่ายด้วยตนเองแก่ทุกคน หรือส่งคนไปแจกแทน แล้วยังกล่าวถ้อยคำอ่อนโยนปลอบใจให้กำลังใจ — บุญที่พระราชาเสนาบดีเหล่านี้ได้รับ ก็เสมือนถวายทานแด่พระพุทธเจ้ามากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา! เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เพราะพระราชาเสนาบดีเหล่านี้เกิดมหากรุณาจิตอย่างแท้จริงต่อผู้ยากไร้ต่ำต้อยและผู้พิการ จึงได้รับบุญมหาศาลเช่นนี้ ตลอดร้อยพันชาติ จะมีรัตนะเจ็ดประการ (ทอง เงิน ไพฑูรย์ ฯลฯ) อย่างบริบูรณ์ ไม่ต้องพูดถึงเครื่องนุ่งห่มอาหารเครื่องใช้สอย จะไม่ขาดแคลนสิ่งใดเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาล มีพระราชาจนถึงพราหมณ์เป็นต้น พบพระสถูป วัดวาอาราม หรือพระพุทธรูป ตลอดจนรูปพระโพธิสัตว์ พระสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วลงมือจัดเตรียมเครื่องสักการะบูชาทำทานด้วยตนเอง พระราชาเหล่านั้นจะได้เป็นพระอินทร์ตลอดสามกัลป์ ได้เสวยสุขอันวิเศษ หากสามารถอุทิศบุญแห่งทานนี้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง พระมหาราชาเหล่านี้จะเป็นพระมหาพรหมตลอดสิบกัลป์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสอีกว่า &amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาล มีพระราชาหรือขุนนางเป็นต้น พบพระสถูป วัดวาอาราม หรือพระพุทธรูป ตลอดจนรูปพระโพธิสัตว์ พระสาวก (ผู้บรรลุธรรมจากการสดับพระธรรม) พระปัจเจกพุทธเจ้า (ผู้ตรัสรู้ด้วยตนเองจากการพิจารณาธรรมชาติ) แล้วลงมือจัดเตรียมเครื่องสักการะบูชาทำทานด้วยตนเอง พระราชาเหล่านั้นจะได้เป็นพระอินทร์ (ราชาแห่งสวรรค์) ตลอดสามกัลป์ (ระยะเวลาอันยาวนานมาก) ได้เสวยสุขอันวิเศษ หากยังสามารถอุทิศบุญแห่งทานนี้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง พระราชาเหล่านี้จะได้เป็นพระมหาพรหม (ราชาแห่งพรหมโลกอันสูงกว่า) ตลอดสิบกัลป์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาล มีพระราชาจนถึงพราหมณ์เป็นต้น พบพระสถูปวัดวาอารามเก่า หรือพระพุทธรูปคัมภีร์ที่ชำรุดทรุดโทรม แล้วสามารถตั้งจิตบูรณะซ่อมแซม พระราชาเหล่านั้นอาจลงมือจัดการเอง หรือชักชวนผู้อื่น ตลอดจนชักนำผู้คนนับร้อยพันให้ร่วมทำทานสร้างบุญ พระราชาเหล่านี้ตลอดร้อยพันชาติจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ส่วนผู้อื่นที่ร่วมทำทานด้วย ตลอดร้อยพันชาติจะเป็นพระราชาแห่งประเทศเล็ก หากยังสามารถตั้งจิตอุทิศบุญหน้าพระสถูปวัดวาอาราม พระราชาและผู้คนเหล่านี้ล้วนจะสำเร็จพุทธภูมิในที่สุด ผลบุญเช่นนี้เป็นอนันต์ไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาลมีพระราชาหรือขุนนาง พบพระสถูป วัดวาอาราม หรือคัมภีร์พระพุทธรูปที่ชำรุดทรุดโทรมแล้ว สามารถตั้งจิตบูรณะซ่อมแซม พระราชาเหล่านี้อาจลงมือจัดการเอง หรือชักชวนผู้อื่น ตลอดจนชักนำผู้คนนับร้อยพันให้ร่วมทำทานสร้างบุญ พระราชาเหล่านี้ตลอดร้อยพันชาติจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ (พระมหาราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ปกครองด้วยธรรม) ส่วนผู้ที่ร่วมทำทานด้วย ตลอดร้อยพันชาติก็จะเป็นพระราชาแห่งประเทศเล็ก หากยังสามารถตั้งจิตอุทิศบุญหน้าพระสถูปวัดวาอาราม พระราชาและผู้คนเหล่านี้ทั้งหมดล้วนจะสำเร็จพุทธภูมิในที่สุด ผลบุญเช่นนี้เป็นอนันต์ไม่มีที่สิ้นสุดเลย!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีพระราชาและพราหมณ์เป็นต้น เห็นผู้เฒ่าผู้ป่วยและสตรีที่กำลังคลอดบุตร หากในขณะจิตหนึ่งเกิดมหากรุณา ทำทานยารักษาโรค อาหาร และที่นอน ให้พวกเขาได้รับความสุขสบาย บุญเช่นนี้เป็นอจินไตย ตลอดหนึ่งร้อยกัลป์จะเป็นสุทธาวาสเทวราช สองร้อยกัลป์จะเป็นฉกามาวจรเทวราช ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ ไม่ตกสู่ทุคติตลอดกาล ตลอดร้อยพันชาติจะไม่ได้ยินเสียงแห่งความทุกข์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีพระราชาและขุนนาง เห็นผู้เฒ่า ผู้ป่วย และสตรีที่กำลังคลอดบุตร เพียงในขณะจิตเดียว หากเกิดมหากรุณาจิต ทำทานยารักษาโรค อาหาร และที่นอนให้พวกเขาได้รับความสุขสบาย บุญเช่นนี้เป็นอจินไตยอย่างแท้จริง — ตลอดหนึ่งร้อยกัลป์จะเป็นสุทธาวาสเทวราช (ราชาแห่งสวรรค์ชั้นสุทธาวาส) สองร้อยกัลป์จะเป็นฉกามาวจรเทวราช (ราชาแห่งสวรรค์ชั้นสูงสุดของกามภูมิ) ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิอย่างแน่นอน ไม่ตกสู่ทุคติ (นรก เปรต สัตว์เดรัจฉาน สามภูมิแห่งความทุกข์) ตลอดกาล ตลอดร้อยพันชาติจะไม่ได้ยินแม้เสียงแห่งความทุกข์แม้สักนิดเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาลมีพระราชาและพราหมณ์เป็นต้น สามารถทำทานเช่นนี้ จะได้รับบุญอนันต์ หากยังสามารถอุทิศบุญ ไม่ว่ามากหรือน้อย ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ ไม่ต้องพูดถึงผลตอบแทนเป็นพระอินทร์ พระพรหม หรือพระเจ้าจักรพรรดิ ดังนั้น พระกษิติครรภ์ จงชี้แนะสรรพสัตว์ให้เรียนรู้เช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาลมีพระราชาและขุนนางสามารถทำทานเช่นนี้ จะได้รับบุญนับไม่ถ้วน หากยังสามารถอุทิศบุญออกไป ไม่ว่าจะอุทิศมากหรือน้อย ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิอย่างแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงผลตอบแทนเล็กๆ อย่างการเป็นพระอินทร์ พระมหาพรหม หรือพระเจ้าจักรพรรดิ ดังนั้น พระกษิติครรภ์ จงชี้แนะสรรพสัตว์ทั้งปวงให้เรียนรู้การทำทานเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปลูกกุศลมูลแม้เพียงเล็กน้อยในพระพุทธศาสนา แม้เท่าเส้นผม เม็ดทราย ผงธุลี ผลบุญที่ได้รับนั้นไม่อาจเปรียบได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปลูกกุศลมูลแม้เพียงเล็กน้อยในพระพุทธศาสนา — แม้เพียงเท่าเส้นผมหนึ่งเส้น เม็ดทรายหนึ่งเม็ด ผลบุญที่ได้รับนั้นใหญ่หลวงจนไม่อาจเปรียบเทียบด้วยอุปมาใดได้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ พบพระพุทธรูป รูปพระโพธิสัตว์ รูปพระปัจเจกพุทธเจ้า รูปพระเจ้าจักรพรรดิ แล้วทำทานบูชา จะได้รับบุญอนันต์ เสวยสุขอันวิเศษในมนุษย์โลกและเทวโลกเสมอ หากสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ ผลบุญของบุคคลนั้นไม่อาจเปรียบได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ พบพระพุทธรูป รูปพระโพธิสัตว์ รูปพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือรูปพระเจ้าจักรพรรดิ แล้วตั้งใจทำทานบูชาอย่างจริงใจ จะได้รับบุญอนันต์ เสวยสุขอันประเสริฐในมนุษย์โลกและเทวโลกเสมอ หากยังสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง ผลบุญของบุคคลนั้นใหญ่หลวงจนไม่อาจกล่าวให้จบสิ้นได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ พบพระสูตรมหายาน หรือได้ยินแม้เพียงคาถาหนึ่งบทหนึ่ง เกิดจิตเคารพอย่างจริงจัง สรรเสริญ เคารพ ทำทานบูชา บุคคลนั้นได้รับมหาผลบุญอันอนันต์ หากสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ ผลบุญนั้นไม่อาจเปรียบได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ พบพระสูตรมหายาน (คัมภีร์ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหนทางสู่พุทธภูมิ) แม้ได้ยินเพียงคาถาหนึ่งบท ประโยคหนึ่ง ก็เกิดจิตเคารพอย่างจริงจัง สรรเสริญ เคารพ ทำทานบูชา ผลบุญของบุคคลนั้นเป็นอนันต์ หากยังสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ ผลบุญนั้นยิ่งใหญ่จนไม่อาจเปรียบเทียบด้วยถ้อยคำใดได้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ พบพระสถูปวัดวาอารามและพระสูตรมหายาน สิ่งใดเป็นของใหม่ก็ทำทานบูชา นมัสการสรรเสริญ เคารพประนมมือ หากพบสิ่งเก่าชำรุด ก็บูรณะซ่อมแซม ไม่ว่าจะตั้งจิตทำเองหรือชักชวนผู้อื่นมากมายให้ร่วมทำ บุคคลเหล่านี้ตลอดสามสิบชาติจะเป็นพระราชาแห่งประเทศเล็ก ส่วนผู้ทำทานเหล่านั้นจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสมอ แล้วยังใช้ธรรมะสั่งสอนพระราชาแห่งประเทศเล็กเหล่านั้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ พบพระสถูป วัดวาอาราม และพระสูตรมหายาน — สิ่งใดเป็นของใหม่ก็ทำทานบูชา นมัสการสรรเสริญ เคารพประนมมือ หากพบสิ่งเก่าหรือชำรุด ก็ตั้งจิตบูรณะซ่อมแซม ไม่ว่าจะตั้งจิตทำเอง หรือชักชวนผู้คนมากมายให้ร่วมทำ บุคคลเหล่านี้ตลอดสามสิบชาติจะเป็นพระราชาแห่งประเทศเล็ก ส่วนผู้ที่เป็นประธานริเริ่มทำทาน (ทายก) จะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสมอ แล้วยังจะใช้ธรรมะสั่งสอนพระราชาแห่งประเทศเล็กเหล่านั้นอีกด้วย!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปลูกกุศลมูลไว้ในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการทำทานบูชา บูรณะพระสถูปวัดวาอาราม หรือตกแต่งจัดเก็บพระคัมภีร์ แม้เพียงเท่าขนหนึ่งเส้น ธุลีหนึ่งผง เม็ดทรายหนึ่งเม็ด หยดน้ำหนึ่งหยด กุศลกรรมเช่นนี้ หากสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง บุคคลนั้นตลอดร้อยพันชาติจะเสวยสุขอันวิเศษยิ่ง หากอุทิศเฉพาะแก่ครอบครัวบริวารหรือประโยชน์ส่วนตน ผลบุญนั้นก็ได้รับสุขสามชาติ ให้หนึ่งได้หมื่นเท่า ดังนั้น พระกษิติครรภ์ เหตุปัจจัยแห่งการทำทานก็เป็นเช่นนี้แล&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปลูกกุศลมูลไว้ในพระพุทธศาสนา — ไม่ว่าจะเป็นการทำทานบูชา บูรณะพระสถูปวัดวาอาราม หรือตกแต่งจัดเก็บพระคัมภีร์ แม้เพียงเท่าขนหนึ่งเส้น ธุลีหนึ่งผง เม็ดทรายหนึ่งเม็ด หยดน้ำหนึ่งหยด หากสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง บุคคลนั้นตลอดร้อยพันชาติจะเสวยสุขอันประเสริฐยิ่ง หากอุทิศเฉพาะแก่ครอบครัว หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น ก็ยังได้รับสุขสามชาติ ให้หนึ่งส่วนได้หมื่นเท่าเป็นผลตอบแทน ดังนั้น พระกษิติครรภ์ เหตุปัจจัยแห่งการทำทานก็เป็นเช่นนี้แล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;ปรเฉทท-11-พระแมธรณผคมครองพระธรรม&#34;&gt;ปริเฉทที่ 11: พระแม่ธรณีผู้คุ้มครองพระธรรม
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter3-11.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระแม่ธรณีสรรเสริญประโยชน์อันวิเศษของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และพระสูตรนี้ และตั้งปณิธานคุ้มครองสรรพสัตว์ผู้บูชาและสวดพระสูตรนี้&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระแม่ธรณี กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ตั้งแต่อดีตกาลมา ได้เคารพนมัสการพระโพธิสัตว์มหาสัตว์อันประมาณมิได้ ล้วนมีฤทธิ์อภิญญาปัญญาอันอจินไตย โปรดสัตว์อย่างกว้างขวาง แต่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์นี้ มีปณิธานลึกซึ้งหนักแน่นกว่าพระโพธิสัตว์ทั้งปวง ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีบุพเพนิวาสานุสสติอันลึกซึ้งกับชมพูทวีป เหมือนพระมัญชุศรี พระสมันตภัทร พระอวโลกิเตศวร พระเมตไตรย ก็แปลงกายเป็นร้อยพันรูป โปรดสัตว์ในหกภูมิ แต่ปณิธานของท่านเหล่านั้นยังมีวันสำเร็จ ส่วนพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์สั่งสอนสรรพสัตว์ในหกภูมิ ปณิธานที่ตั้งไว้นับเป็นกัลป์มากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาพันร้อยล้านสาย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระแม่ธรณี (เทวดาผู้คุ้มครองแผ่นดิน) กราบทูลพระพุทธเจ้าอย่างเคารพว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ตั้งแต่อดีตกาลมา ข้าพระองค์ได้เคารพนมัสการพระโพธิสัตว์มหาสัตว์อันประมาณมิได้ ล้วนมีฤทธิ์อภิญญาปัญญาอันอจินไตย โปรดสัตว์อย่างกว้างขวาง แต่ปณิธานของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์นั้นลึกซึ้งหนักแน่นกว่าพระโพธิสัตว์ทั้งปวง! ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีบุพเพนิวาสานุสสติอันลึกซึ้งเป็นพิเศษกับโลกมนุษย์ เหมือนพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระเมตไตรยโพธิสัตว์ ก็แปลงกายเป็นร้อยพันรูป โปรดสัตว์ในหกภูมิ (สวรรค์ มนุษย์ อสูร สัตว์เดรัจฉาน เปรต นรก) แต่ปณิธานของท่านเหล่านั้นยังมีวันสำเร็จ ส่วนพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์สั่งสอนสรรพสัตว์ในหกภูมิ ปณิธานที่ตั้งไว้นับเป็นกัลป์มากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาพันร้อยล้านสาย นับไม่ถ้วนเลย!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์พิจารณาสรรพสัตว์ในอนาคตและปัจจุบัน ณ ที่อยู่อาศัยของตน ทางทิศใต้ ณ สถานที่สะอาดบริสุทธิ์ ใช้ดิน หิน ไม้ไผ่ ไม้ สร้างเป็นบุษบก ภายในนั้นปั้นหรือวาดรูป หรือแม้แต่ใช้ทอง เงิน ทองแดง เหล็ก สร้างรูปพระกษิติครรภ์ จุดธูปบูชา นมัสการสรรเสริญ บุคคลนั้น ณ ที่อยู่อาศัย จะได้รับประโยชน์สิบประการ ประโยชน์สิบประการคืออะไรบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระแม่ธรณีกราบทูลต่อว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์พิจารณาสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคต หากที่อยู่อาศัยของตน เลือกสถานที่สะอาดบริสุทธิ์ทางทิศใต้ ใช้ดิน หิน ไม้ไผ่ ไม้ สร้างเป็นบุษบก แล้วปั้นหรือวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ — แม้จะใช้ทอง เงิน ทองแดง เหล็ก สร้างก็ได้ — แล้วจุดธูปบูชา นมัสการสรรเสริญอย่างเคารพ บุคคลนั้น ณ ที่อยู่อาศัย จะได้รับประโยชน์สิบประการ สิบประการนั้นคืออะไรบ้าง?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่หนึ่ง แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ ประการที่สอง บ้านเรือนสงบสุขตลอดกาล ประการที่สาม ผู้ล่วงลับได้ไปเกิดบนสวรรค์ ประการที่สี่ ผู้ยังมีชีวิตอยู่มีอายุยืนยาว ประการที่ห้า สิ่งที่ปรารถนาสมดังใจ ประการที่หก ไม่ประสบอุทกภัยและอัคคีภัย ประการที่เจ็ด ขจัดภัยพิบัติและความสูญเสีย ประการที่แปด ไม่ฝันร้าย ประการที่เก้า เทวดาคุ้มครองทุกเมื่อ ประการที่สิบ พบพานบุญวาสนาแห่งการบำเพ็ญธรรมบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่หนึ่ง แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ พืชผลงอกงาม ประการที่สอง บ้านเรือนสงบสุขตลอดกาล ประการที่สาม ญาติผู้ล่วงลับได้ไปเกิดบนสวรรค์ ประการที่สี่ ผู้ยังมีชีวิตอยู่มีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น ประการที่ห้า สิ่งที่ปรารถนาสำเร็จดังใจ ประการที่หก ไม่ประสบอุทกภัยและอัคคีภัย ประการที่เจ็ด ขจัดภัยพิบัติและความสูญเสียต่างๆ ประการที่แปด ไม่ฝันร้ายอีกต่อไป ประการที่เก้า เทวดาคุ้มครองทุกยามทั้งไปและกลับ ประการที่สิบ พบพานบุญวาสนาแห่งการบำเพ็ญธรรมบ่อยครั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ในอนาคตกาลและปัจจุบัน สรรพสัตว์หากสามารถบูชาเช่นนี้ ณ ที่อยู่อาศัยของตน จะได้รับประโยชน์เหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระแม่ธรณีกราบทูลว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ไม่ว่าจะเป็นสรรพสัตว์ในอนาคตหรือปัจจุบัน หากสามารถบูชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เช่นนี้ ณ ที่อยู่อาศัยของตน จะได้รับประโยชน์เหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระแม่ธรณีกราบทูลพระพุทธเจ้าอีกว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ณ ที่อยู่อาศัยของตน มีพระสูตรนี้และรูปพระโพธิสัตว์ หากบุคคลนั้นยังสามารถสวดพระสูตรและบูชาพระโพธิสัตว์ ข้าพระองค์จะใช้เทวฤทธิ์คุ้มครองบุคคลนั้นทั้งกลางวันกลางคืน ตลอดจนอุทกภัย อัคคีภัย โจรผู้ร้าย ภัยใหญ่ภัยน้อย สรรพอกุศลทั้งปวง จะดับสูญสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระแม่ธรณีกราบทูลพระพุทธเจ้าอีกว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ มีพระสูตรนี้และรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ไว้ในบ้าน แล้วยังสามารถสวดพระสูตรและบูชาพระโพธิสัตว์เป็นประจำ ข้าพระองค์จะใช้เทวฤทธิ์คุ้มครองบุคคลนั้นทั้งกลางวันกลางคืนอย่างแน่นอน อุทกภัย อัคคีภัย โจรผู้ร้าย ไม่ว่าภัยใหญ่ภัยน้อย สรรพอกุศลทั้งปวง จะดับสูญสิ้นหมด!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระแม่ธรณีว่า เทวฤทธิ์ของท่านนั้นยิ่งใหญ่ เทวดาอื่นๆ ยากจะเทียบได้ เหตุใด เพราะแผ่นดินทั้งชมพูทวีปล้วนได้รับการคุ้มครองจากท่าน ตลอดจนหญ้าไม้ ทราย หิน ข้าว ป่าน ไผ่ อ้อ ธัญพืช อัญมณี ล้วนเกิดจากแผ่นดิน ล้วนอาศัยพลังของท่าน อีกทั้งท่านยังสรรเสริญกิจอันเป็นประโยชน์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เสมอ บุญบารมีและฤทธานุภาพของท่านจึงมากกว่าเทพแห่งแผ่นดินทั่วไปเป็นร้อยพันเท่า หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ บูชาพระโพธิสัตว์และสวดพระสูตรนี้ เพียงปฏิบัติตามพระสูตรปณิธานเดิมของพระกษิติครรภ์แม้เพียงข้อเดียว ท่านจงใช้เทวฤทธิ์คุ้มครองบุคคลนั้น อย่าให้ภัยพิบัติใดๆ และเรื่องไม่สมประสงค์ แม้แต่ผ่านหูบุคคลนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะให้ประสบด้วยตนเอง ไม่เพียงแต่ท่านเท่านั้นที่คุ้มครองบุคคลนี้ ยังมีบริวารของพระอินทร์ พระพรหม และเหล่าเทพทั้งหลาย ร่วมคุ้มครองบุคคลนี้ด้วย เหตุใดจึงได้รับการคุ้มครองจากเหล่าอริยเจ้าเช่นนี้ ล้วนเพราะนมัสการรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และสวดพระสูตรปณิธานเดิมนี้ จึงจะพ้นจากทะเลทุกข์และบรรลุนิพพานสุข (ความสงบสุขและหลุดพ้นนิรันดร์) โดยธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงได้รับมหาคุ้มครอง&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระแม่ธรณีว่า &amp;ldquo;เทวฤทธิ์ของท่านนั้นยิ่งใหญ่มาก เทวดาอื่นๆ ยากจะเทียบได้ เหตุใด? เพราะแผ่นดินทั้งชมพูทวีปล้วนได้รับการคุ้มครองจากท่าน ตลอดจนหญ้าไม้ ทราย หิน ข้าว ป่าน ไผ่ อ้อ ธัญพืช อัญมณี ล้วนเกิดจากแผ่นดิน ล้วนอาศัยพลังของท่าน อีกทั้งท่านยังสรรเสริญกิจอันเป็นประโยชน์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ต่อสรรพสัตว์เสมอ บุญบารมีและฤทธานุภาพของท่านจึงมากกว่าเทพแห่งแผ่นดินทั่วไปเป็นร้อยพันเท่าทีเดียว! หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ บูชาพระโพธิสัตว์และสวดพระสูตรนี้ เพียงปฏิบัติตามพระสูตรปณิธานเดิมของพระกษิติครรภ์แม้เพียงข้อเดียว ท่านจงใช้เทวฤทธิ์คุ้มครองบุคคลนั้น อย่าให้ภัยพิบัติใดๆ และเรื่องไม่สมประสงค์ แม้แต่ผ่านหูบุคคลนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะให้ประสบด้วยตนเอง ไม่เพียงแต่ท่านเท่านั้นที่คุ้มครองบุคคลนี้ ยังมีบริวารของพระอินทร์ พระมหาพรหม และเหล่าเทพทั้งหลาย ร่วมคุ้มครองบุคคลนี้ด้วย เหตุใดจึงได้รับการคุ้มครองจากเหล่าอริยเจ้าเช่นนี้? ล้วนเพราะนมัสการรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และสวดพระสูตรปณิธานเดิมนี้ จึงจะพ้นจากทะเลทุกข์และบรรลุนิพพานสุข (ความสงบสุขและหลุดพ้นนิรันดร์) โดยธรรมชาติในที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงได้รับมหาคุ้มครอง!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;ปรเฉทท-12-ประโยชนจากการเหนและการไดยน&#34;&gt;ปริเฉทที่ 12: ประโยชน์จากการเห็นและการได้ยิน
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter3-12.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระพุทธเจ้าทรงอธิบายรายละเอียดว่า ผู้ใดที่ได้เห็น ได้ยิน หรือนมัสการรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ จะได้รับผลบุญต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาค ทรงเปล่งรัศมีร้อยพันล้านดวงจากพระเศียร ได้แก่ อูรณารัศมี มหาอูรณารัศมี สิริมงคลรัศมี มหาสิริมงคลรัศมี หยกรัศมี มหาหยกรัศมี อรุณรัศมี มหาอรุณรัศมี นีลรัศมี มหานีลรัศมี เขียวรัศมี มหาเขียวรัศมี แดงรัศมี มหาแดงรัศมี หริตรัศมี มหาหริตรัศมี สุวรรณรัศมี มหาสุวรรณรัศมี เมฆมงคลรัศมี มหาเมฆมงคลรัศมี สหัสสจักรรัศมี มหาสหัสสจักรรัศมี รัตนจักรรัศมี มหารัตนจักรรัศมี สุริยจักรรัศมี มหาสุริยจักรรัศมี จันทจักรรัศมี มหาจันทจักรรัศมี วิมานรัศมี มหาวิมานรัศมี สาครเมฆรัศมี มหาสาครเมฆรัศมี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าทรงเปล่งรัศมีร้อยพันล้านดวงจากพระเศียร สวยงามราวสายรุ้ง มีทั้ง รัศมีสีขาว มหารัศมีสีขาว รัศมีสิริมงคล มหารัศมีสิริมงคล รัศมีสีหยก มหารัศมีสีหยก รัศมีสีม่วง มหารัศมีสีม่วง รัศมีสีคราม มหารัศมีสีคราม รัศมีสีเขียว มหารัศมีสีเขียว รัศมีสีแดง มหารัศมีสีแดง รัศมีสีเขียวสด มหารัศมีสีเขียวสด รัศมีสีทอง มหารัศมีสีทอง รัศมีดุจเมฆมงคล มหารัศมีดุจเมฆมงคล รัศมีดุจพันจักร มหารัศมีดุจพันจักร รัศมีดุจรัตนจักร มหารัศมีดุจรัตนจักร รัศมีดุจดวงอาทิตย์ มหารัศมีดุจดวงอาทิตย์ รัศมีดุจดวงจันทร์ มหารัศมีดุจดวงจันทร์ รัศมีดุจวิมาน มหารัศมีดุจวิมาน รัศมีดุจเมฆเหนือมหาสมุทร มหารัศมีดุจเมฆเหนือมหาสมุทร ภาพนั้นงดงามตระการตายิ่งนัก!&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อทรงเปล่งรัศมีเช่นนี้จากพระเศียรแล้ว จึงเปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะ ตรัสแก่มหาชน เทวดา นาค ยักษ์ และเหล่าอมนุษย์ทั้งปวงว่า จงสดับเถิด วันนี้ในดาวดึงส์เทวโลก เราจะสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เรื่องประโยชน์ในมนุษย์โลกและเทวโลก เรื่องอจินไตย เรื่องเหตุแห่งอริยมรรค เรื่องบรรลุทสภูมิ เรื่องไม่ถอยกลับจากอนุตตรสัมมาสัมโพธิ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเปล่งรัศมีจากพระเศียรแล้ว จึงเปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะ ตรัสแก่มหาชน เทวดา นาค ยักษ์ และเหล่าอมนุษย์ทั้งปวงว่า (เทพแปดจำพวก ได้แก่ เทวดา นาค ยักษ์ เป็นต้น) &amp;ldquo;จงสดับเถิด! วันนี้ในดาวดึงส์เทวโลก เราจะสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในเรื่องกิจอันเป็นประโยชน์ในมนุษย์โลกและเทวโลก — เรื่องอจินไตย เรื่องเหตุอันเหนือเหล่าอริยเจ้า เรื่องบรรลุทสภูมิ (สิบขั้นของพระโพธิสัตว์) และเรื่องไม่ถอยกลับจากอนุตตรสัมมาสัมโพธิ (การบรรลุพุทธภูมิ) ตลอดกาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระพุทธเจ้าตรัสอยู่นั้น ในที่ประชุมมีพระโพธิสัตว์มหาสัตว์องค์หนึ่ง นามว่า พระอวโลกิเตศวร ลุกขึ้นจากที่นั่ง คุกเข่าประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์นี้ มีมหากรุณา สงสารสรรพสัตว์ที่ทุกข์ทรมาน ในพันล้านโลกธาตุ แปลงกายเป็นพันล้านรูป บุญบารมีและฤทธานุภาพอันอจินไตยนั้น ข้าพระองค์ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคและพระพุทธเจ้าทั้งสิบทิศอันประมาณมิได้ ต่างพร้อมเป็นเสียงเดียวกันสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า แม้พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตทั้งหมดจะตรัสถึงบุญบารมีของท่าน ก็ยังไม่อาจกล่าวให้จบสิ้น เมื่อกี้นี้ พระผู้มีพระภาคยังทรงแจ้งแก่มหาชนว่าจะสรรเสริญกิจอันเป็นประโยชน์ของพระกษิติครรภ์ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดตรัสถึงกิจอันอจินไตยของพระกษิติครรภ์เพื่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคตทั้งปวง เพื่อให้เทพแปดจำพวกได้นมัสการและรับบุญด้วยเถิด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระพุทธเจ้าตรัสอยู่นั้น ในที่ประชุมมีพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง คือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้ทรงสดับเสียงร้องขอของสรรพสัตว์แล้วเสด็จไปช่วยเหลือ ที่ทุกคนรู้จักกันดี) ลุกขึ้นจากที่นั่ง คุกเข่าประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าอย่างเคารพว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีมหากรุณาจิตอันยิ่งใหญ่ สงสารสรรพสัตว์ที่ทุกข์ทรมาน ในพันล้านโลกธาตุ แปลงกายเป็นพันล้านรูปเพื่อโปรดสัตว์ บุญบารมีและฤทธานุภาพอันอจินไตยนั้นยิ่งใหญ่นัก! ข้าพระองค์ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคและพระพุทธเจ้าทั้งสิบทิศอันประมาณมิได้ ต่างพร้อมเป็นเสียงเดียวกันสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;lsquo;แม้พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตทั้งหมด จะตรัสถึงบุญบารมีของท่าน ก็ยังกล่าวไม่จบสิ้น&amp;rsquo; เมื่อกี้นี้ พระผู้มีพระภาคยังทรงแจ้งแก่มหาชนว่าจะสรรเสริญกิจอันเป็นประโยชน์ของพระกษิติครรภ์ ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาค เพื่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคตทั้งปวง โปรดตรัสถึงกิจอันอจินไตยของพระกษิติครรภ์ เพื่อให้เทพแปดจำพวกและมหาชนได้นมัสการและรับบุญด้วยเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า เจ้ามีบุพเพนิวาสานุสสติอันลึกซึ้งกับสหโลกธาตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทวดา นาค ชายหรือหญิง เทพหรือภูต ตลอดจนสรรพสัตว์ที่ทุกข์ทรมานในหกภูมิ ผู้ใดได้ยินนามของเจ้า เห็นรูปของเจ้า รักใคร่เจ้า สรรเสริญเจ้า สรรพสัตว์เหล่านั้นจะไม่ถอยกลับจากอนุตตรมรรคอย่างแน่นอน จะเกิดในมนุษย์โลกและเทวโลกเสมอ เสวยสุขอันวิเศษ เมื่ออินทรียผลสุกงอม จะพบพระพุทธเจ้าและได้รับพยากรณ์ เจ้ามีมหากรุณาจิต สงสารสรรพสัตว์และเทพแปดจำพวก จงสดับเราประกาศกิจอันเป็นประโยชน์อจินไตยของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ จงตั้งใจฟังให้ดี เราจะกล่าวบัดนี้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;เจ้ามีบุพเพนิวาสานุสสติอันลึกซึ้งกับสหโลกธาตุนี้ (โลกอันเต็มไปด้วยทุกข์ของเรา) ไม่ว่าจะเป็นเทวดา นาค ชายหรือหญิง เทพหรือภูต ตลอดจนสรรพสัตว์ที่ทุกข์ทรมานในหกภูมิ ผู้ใดได้ยินนามของเจ้า เห็นรูปของเจ้า รักใคร่เจ้า สรรเสริญเจ้า สรรพสัตว์เหล่านั้นจะไม่ถอยกลับจากหนทางสู่พุทธภูมิอย่างแน่นอน จะเกิดในมนุษย์โลกและเทวโลกเสมอ เสวยสุขอันวิเศษ เมื่ออินทรียผลสุกงอม จะพบพระพุทธเจ้าและได้รับพยากรณ์ว่าจะสำเร็จพุทธภูมิในอนาคต เจ้ามีมหากรุณาจิต สงสารสรรพสัตว์และเทพแปดจำพวก จงมาฟังเราประกาศกิจอันเป็นประโยชน์อจินไตยของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ จงตั้งใจฟังให้ดี เราจะกล่าวบัดนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอวโลกิเตศวรตอบว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ยินดีอย่างยิ่งที่จะรับฟัง!&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ตอบว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ยินดีอย่างยิ่งที่จะรับฟังพระธรรมเทศนา!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า ในอนาคตและปัจจุบัน ในเหล่าโลกธาตุทั้งหลาย มีเทวดาที่สิ้นบุญในสวรรค์ ปรากฏเบญจวิบัติ บ้างอาจตกสู่ทุคติ เทวดาเหล่านั้น ไม่ว่าชายหรือหญิง เมื่อเบญจวิบัติปรากฏ หากเห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เพียงมองหนึ่งครั้ง กราบหนึ่งครั้ง เทวดาเหล่านั้นจะเพิ่มพูนบุญในสวรรค์ เสวยมหาสุข ไม่ตกสู่สามทุคติตลอดกาล ยิ่งไปกว่านั้น หากได้เห็นพระโพธิสัตว์ด้วยตนเอง แล้วใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร อัญมณี สังวาลย์ ทำทานบูชา บุญบารมีที่ได้รับนั้นเป็นอนันต์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ในอนาคตและปัจจุบัน ในเหล่าโลกธาตุทั้งหลาย มีเทวดาบางองค์ที่เสวยบุญในสวรรค์จนหมดแล้ว จะปรากฏเบญจวิบัติ (เช่น มาลัยบนศีรษะเหี่ยวเฉา รัศมีกายจางหาย เป็นต้น) แสดงว่าใกล้จะจุติจากสวรรค์ อาจตกสู่ทุคติ เทวดาเหล่านั้น ไม่ว่าชายหรือหญิง เมื่อเบญจวิบัติปรากฏ หากเห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือได้ยินนามของท่าน เพียงมองด้วยความเคารพหนึ่งครั้ง กราบหนึ่งครั้ง บุญในสวรรค์ก็จะเพิ่มพูนขึ้นอีก เสวยมหาสุขต่อไป ไม่ตกสู่นรก เปรต สัตว์เดรัจฉาน สามทุคติตลอดกาล ยิ่งไปกว่านั้น หากได้เห็นพระโพธิสัตว์ด้วยตนเอง แล้วใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร อัญมณี สังวาลย์ (เครื่องประดับอัญมณี) ทำทานบูชา บุญบารมีที่ได้รับนั้นเป็นอนันต์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวร หากในอนาคตและปัจจุบัน ในเหล่าโลกธาตุ สรรพสัตว์ในหกภูมิเมื่อใกล้สิ้นชีวิต หากได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แม้เพียงเสียงเดียวผ่านหู สรรพสัตว์เหล่านั้นจะไม่ต้องประสบทุกข์ในสามทุคติตลอดกาล ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใกล้สิ้นชีวิต บิดามารดาบริวาร นำบ้านเรือน ทรัพย์สิน อัญมณี เครื่องนุ่งห่มของผู้ใกล้ตาย ไปปั้นหรือวาดรูปพระกษิติครรภ์ หรือทำให้ผู้ป่วยก่อนสิ้นชีวิต ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู รู้ว่าบริวารนำบ้านเรือน อัญมณี ฯลฯ ไปปั้นวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เพื่อตน หากบุคคลนั้นมีกรรมที่ควรเจ็บป่วยหนัก อาศัยบุญนี้จะหายจากโรคทันที อายุยืนยาวขึ้น หากบุคคลนั้นมีกรรมสิ้นอายุขัย มีกรรมเวรต่างๆ ที่ควรตกสู่ทุคติ อาศัยบุญนี้เมื่อสิ้นชีวิตแล้วจะเกิดในมนุษย์โลกหรือเทวโลก เสวยสุขอันวิเศษ กรรมเวรทั้งปวงดับสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ขอบอกอีกเรื่องหนึ่ง ในอนาคตและปัจจุบัน ในโลกธาตุทั้งหลาย สรรพสัตว์ในหกภูมิเมื่อใกล้สิ้นชีวิต หากได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แม้เพียงเสียงเดียวผ่านหู สรรพสัตว์เหล่านั้นจะไม่ต้องประสบทุกข์ในสามทุคติตลอดกาล ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใกล้สิ้นชีวิต บิดามารดาบริวาร นำบ้านเรือน ทรัพย์สิน อัญมณี เครื่องนุ่งห่มของผู้ใกล้ตาย ไปปั้นหรือวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หากผู้ป่วยก่อนสิ้นลม ได้เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู รู้ว่าบริวารนำทรัพย์สินของตนไปปั้นวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เพื่อตน — หากบุคคลนั้นมีกรรมที่ควรเจ็บป่วยหนัก อาศัยบุญนี้จะหายจากโรคในเร็ววัน อายุยืนยาวขึ้น หากบุคคลนั้นมีกรรมสิ้นอายุขัย มีกรรมเวรต่างๆ ที่ควรตกสู่ทุคติ อาศัยบุญนี้เมื่อสิ้นชีวิตแล้วจะเกิดในมนุษย์โลกหรือเทวโลก เสวยสุขอันวิเศษ กรรมเวรทั้งปวงดับสิ้นหมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาล มีชายหรือหญิง ตั้งแต่วัยทารก หรือสามขวบ ห้าขวบ สิบขวบลงมา สูญเสียบิดามารดา ตลอดจนสูญเสียพี่น้อง เมื่อเติบโตขึ้น คิดถึงบิดามารดาและบริวาร ไม่รู้ว่าไปเกิดในภูมิใด โลกใด สวรรค์ชั้นใด หากบุคคลนั้นสามารถปั้นหรือวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ตลอดจนได้ยินนามของท่าน มองหนึ่งครั้ง กราบหนึ่งครั้ง ตั้งแต่หนึ่งวันถึงเจ็ดวัน ไม่ถอยจากจิตเดิม ได้ยินนาม เห็นรูป นมัสการบูชา บริวารของบุคคลนั้น หากเพราะกรรมตกสู่ทุคติ แม้จะนับเป็นกัลป์ อาศัยบุญจากการที่บุตรธิดาพี่น้องปั้นวาดรูปพระกษิติครรภ์และนมัสการ จะหลุดพ้นทันที เกิดในมนุษย์โลกหรือเทวโลก เสวยสุขอันวิเศษ หากบริวารของบุคคลนั้นมีบุญอยู่แล้ว เกิดในมนุษย์โลกหรือเทวโลก เสวยสุขอยู่ อาศัยบุญนี้จะเพิ่มพูนเหตุแห่งอริยมรรค เสวยสุขอันอนันต์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ขอบอกอีกเรื่องหนึ่ง หากในอนาคตกาล มีเด็กชายเด็กหญิง ตั้งแต่วัยทารกที่ยังดื่มนม หรือสามขวบ ห้าขวบ สิบขวบลงมา สูญเสียพ่อแม่ ตลอดจนสูญเสียพี่น้อง เมื่อเติบโตขึ้น คิดถึงพ่อแม่และบริวาร แต่ไม่รู้ว่าท่านไปเกิดในภูมิใด โลกใด สวรรค์ชั้นใด หากบุคคลนั้นสามารถปั้นหรือวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แม้เพียงได้ยินนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ มองด้วยความเคารพหนึ่งครั้ง กราบหนึ่งครั้ง ตั้งแต่หนึ่งวันถึงเจ็ดวัน ไม่ถอยจากจิตศรัทธาเดิม ได้ยินนาม เห็นรูป นมัสการบูชา บริวารที่สูญเสียไป หากเพราะกรรมตกสู่ทุคติทนทุกข์ ไม่ว่าจะนานเพียงใด อาศัยบุญจากการที่บุตรธิดาพี่น้องปั้นวาดรูปพระกษิติครรภ์และนมัสการ จะหลุดพ้นทันที เกิดในมนุษย์โลกหรือเทวโลก เสวยสุขอันวิเศษ หากบริวารของบุคคลนั้นมีบุญอยู่แล้ว เกิดในมนุษย์โลกหรือเทวโลกเสวยสุขอยู่ อาศัยบุญนี้จะยิ่งเพิ่มพูนเหตุแห่งอริยมรรค ได้รับสุขมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;หากบุคคลนั้นยังสามารถตลอดยี่สิบเอ็ดวัน ตั้งจิตแน่วแน่นมัสการรูปพระกษิติครรภ์ สวดนามของท่านครบหนึ่งหมื่นครั้ง พระโพธิสัตว์จะแสดงอนันตกายให้เห็น บอกบุคคลนั้นว่าบริวารไปเกิด ณ ที่ใด หรือในฝัน พระโพธิสัตว์จะแสดงมหาฤทธิ์ นำบุคคลนั้นไปยังโลกต่างๆ พบบริวารด้วยตนเอง หากยังสามารถสวดนามพระโพธิสัตว์วันละพันครั้งจนครบพันวัน พระโพธิสัตว์จะส่งเทพแห่งแผ่นดินและภูตเทวดาในท้องถิ่นคุ้มครองบุคคลนั้นตลอดชีวิต ชาตินี้เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แม้แต่เหตุร้ายก็เข้าประตูบ้านไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะกระทบกาย ในที่สุดบุคคลนั้นจะได้รับการลูบพระเศียรและพยากรณ์จากพระโพธิสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากบุคคลนั้นสามารถตลอดยี่สิบเอ็ดวัน ตั้งจิตแน่วแน่นมัสการรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ สวดนามของท่านครบหนึ่งหมื่นครั้ง พระโพธิสัตว์จะแสดงอนันตกายให้ปรากฏ บอกบุคคลนั้นว่าบริวารไปเกิด ณ ที่ใด หรือในฝัน พระโพธิสัตว์จะแสดงมหาฤทธิ์ นำบุคคลนั้นไปยังโลกต่างๆ เพื่อพบบริวารด้วยตนเอง หากยังสามารถสวดนามพระโพธิสัตว์วันละพันครั้งจนครบพันวัน พระโพธิสัตว์จะส่งเทพแห่งแผ่นดินและภูตเทวดาในท้องถิ่นคุ้มครองบุคคลนั้นตลอดชีวิต ชาตินี้เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ แม้แต่เหตุร้ายก็เข้าประตูบ้านไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะกระทบกาย ในที่สุดบุคคลนั้นจะได้รับการลูบพระเศียรจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และพยากรณ์ — คือรับรองว่าจะสำเร็จพุทธภูมิในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปรารถนาจะตั้งมหากรุณาจิต ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งปวง ปรารถนาจะบำเพ็ญอนุตตรโพธิ ปรารถนาจะหลุดพ้นจากไตรภูมิ บุคคลเหล่านี้ หากเห็นรูปพระกษิติครรภ์และได้ยินนามของท่าน ตั้งจิตถึงสรณะ หรือใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี อาหาร บูชานมัสการ ความปรารถนาของกุลบุตรกุลธิดาเหล่านั้นจะสำเร็จโดยเร็ว ไม่มีอุปสรรคใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปรารถนาจะตั้งมหากรุณาจิตอันกว้างใหญ่ ช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งปวง หรือปรารถนาจะบำเพ็ญอนุตตรโพธิ (พระสัมมาสัมโพธิญาณอันสูงสุด) หรือปรารถนาจะหลุดพ้นจากไตรภูมิ (กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ สามชั้นแห่งวัฏสงสาร) — บุคคลเหล่านี้หากเห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และได้ยินนามของท่าน ตั้งจิตถึงสรณะ หรือใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี อาหาร บูชานมัสการ ความปรารถนาของพวกเขาจะสำเร็จโดยเร็ว ไม่มีอุปสรรคใดๆ ตลอดกาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวร หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปรารถนาจะขอพรในปัจจุบันและอนาคตนับร้อยพันล้าน มีเรื่องร้อยพันล้านเรื่อง เพียงถึงสรณะ นมัสการ บูชาสรรเสริญรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ความปรารถนาทั้งปวงก็จะสำเร็จ หากยังตั้งจิตขอให้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยมหากรุณาคุ้มครองตนตลอดกาล บุคคลนั้นจะได้รับการลูบพระเศียรและพยากรณ์จากพระโพธิสัตว์ในฝัน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปรารถนาจะขอพรในปัจจุบันและอนาคตนับร้อยพันล้าน มีเรื่องร้อยพันล้านเรื่อง เพียงถึงสรณะ นมัสการ บูชาสรรเสริญรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ความปรารถนาทั้งปวงก็จะสำเร็จทุกประการ หากยังสามารถตั้งจิตขอให้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยมหากรุณาคุ้มครองตนตลอดกาล บุคคลนั้นจะได้รับการลูบพระเศียรและพยากรณ์จากพระโพธิสัตว์ในฝัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ให้ความสำคัญแก่พระสูตรมหายานเป็นอย่างยิ่ง ตั้งจิตอจินไตยปรารถนาจะอ่านสวด แม้พบอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสอนให้คล่อง แต่เรียนแล้วก็ลืม ผ่านไปนับปีนับเดือนก็ยังท่องไม่ได้ นั่นเพราะกุลบุตรเหล่านั้นมีกรรมเก่าที่ยังไม่ดับสิ้น จึงไม่สามารถจดจำพระสูตรมหายานได้ บุคคลเช่นนี้ หากได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ตั้งจิตเคารพกราบทูล แล้วใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และเครื่องสักการะทั้งปวงบูชาพระโพธิสัตว์ จากนั้นเตรียมน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว วางไว้หน้าพระโพธิสัตว์หนึ่งวันหนึ่งคืน แล้วประนมมือรับมาดื่ม หันหน้าไปทางทิศใต้ ขณะจะดื่มจงตั้งจิตอย่างจริงจังเคร่งครัด ดื่มน้ำแล้วจงงดเว้นกระเทียม หัวหอม กุยช่าย ต้นหอม และผักฉุนทั้งห้า สุรา เนื้อสัตว์ กามวิตถาร มุสาวาท และการฆ่าสัตว์ทั้งปวง ตลอดเจ็ดวันหรือยี่สิบเอ็ดวัน กุลบุตรกุลธิดาเหล่านั้นจะเห็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แสดงอนันตกายในฝัน ณ ที่ของบุคคลนั้น ประทานน้ำอภิเษก บุคคลนั้นตื่นจากฝันจะได้สติปัญญาเฉียบแหลม พระสูตรใดๆ เพียงผ่านหูหนึ่งครั้ง จะจดจำได้ตลอดกาล ไม่ลืมแม้แต่ประโยคเดียวหรือคาถาเดียว&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ให้ความสำคัญและเทิดทูนพระสูตรมหายานเป็นอย่างยิ่ง ตั้งจิตใหญ่ปรารถนาจะอ่านจะสวด แต่แม้พบอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสอนให้คล่อง กลับเรียนแล้วก็ลืม ผ่านไปนับปีนับเดือนก็ยังท่องไม่ได้ นั่นเพราะบุคคลเหล่านั้นมีกรรมเก่าจากอดีตชาติที่ยังไม่ดับสิ้น จึงจดจำพระสูตรมหายานไม่ได้ บุคคลเช่นนี้ เพียงได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ตั้งจิตเคารพอย่างจริงใจกราบทูล แล้วใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร และเครื่องสักการะทั้งปวงบูชาพระโพธิสัตว์ จากนั้นเตรียมน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว วางไว้หน้าพระโพธิสัตว์หนึ่งวันหนึ่งคืน แล้วประนมมือรับมาดื่ม หันหน้าไปทางทิศใต้ ขณะจะดื่มจงตั้งจิตอย่างจริงจังเคร่งครัด ดื่มน้ำแล้วจงงดเว้นผักฉุนทั้งห้า (กระเทียม หัวหอม กุยช่าย ต้นหอม) สุรา เนื้อสัตว์ กามวิตถาร มุสาวาท และการฆ่าสัตว์ทั้งปวง ตลอดเจ็ดวันหรือยี่สิบเอ็ดวัน กุลบุตรกุลธิดาเหล่านั้นจะเห็นพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แสดงอนันตกายในฝัน มาถึงที่ของบุคคลนั้น ประทานน้ำอภิเษก ตื่นจากฝันจะได้สติปัญญาเฉียบแหลม พระสูตรใดๆ เพียงผ่านหูหนึ่งครั้ง จะจดจำได้ตลอดกาล ไม่ลืมแม้แต่ประโยคเดียว คาถาเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีบุคคลบางคน เครื่องนุ่งห่มอาหารไม่เพียงพอ สิ่งที่ปรารถนาไม่สมหวัง หรือเจ็บป่วยบ่อยครั้ง หรือประสบเคราะห์ร้ายเสมอ บ้านเรือนไม่สงบ บริวารแยกจากกัน หรือเหตุร้ายต่างๆ มาก่อกวนเสมอ ฝันร้ายตกใจบ่อยๆ บุคคลเช่นนี้ หากได้ยินนามพระกษิติครรภ์ เห็นรูปพระกษิติครรภ์ ตั้งจิตเคารพสวดนามจนครบหนึ่งหมื่นครั้ง สิ่งที่ไม่สมประสงค์เหล่านั้นจะค่อยๆ ดับสิ้น ได้รับความสุขสบาย เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ แม้แต่ในฝันก็สงบสุข&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีบุคคลบางคน กินไม่อิ่ม ใส่ไม่อุ่น สิ่งที่ปรารถนาไม่สมหวัง หรือเจ็บป่วยบ่อยครั้ง หรือประสบเคราะห์ร้ายอยู่เสมอ บ้านเรือนไม่สงบ บริวารแตกแยกจากกัน หรือเหตุร้ายต่างๆ มาก่อกวนไม่ขาดสาย ฝันร้ายตกใจบ่อยๆ บุคคลเช่นนี้ เพียงได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ตั้งจิตเคารพสวดนามจนครบหนึ่งหมื่นครั้ง สิ่งที่ไม่สมประสงค์เหล่านั้นจะค่อยๆ ดับสิ้นไป ได้รับความสุขสบายทันที เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ แม้แต่ในฝันก็สงบสุขทั้งสิ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ไม่ว่าจะเพื่อทำมาหากิน เรื่องราชการหรือเรื่องส่วนตัว เรื่องเป็นเรื่องตาย หรือเรื่องเร่งด่วน ต้องเข้าป่าเขา ข้ามแม่น้ำทะเล น้ำใหญ่ หรือผ่านเส้นทางอันตราย บุคคลนั้นจงสวดนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ให้ครบหนึ่งหมื่นครั้งก่อน แผ่นดินที่ผ่านไป จะมีเทพภูตเทวดาคุ้มครอง ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง นอน จะปลอดภัยมีสุขตลอดกาล แม้แต่พบเสือ หมาป่า สิงโต สัตว์มีพิษใดๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ไม่ว่าจะเพื่อทำมาหากิน จัดการเรื่องราชการหรือเรื่องส่วนตัว งานศพ หรือเรื่องเร่งด่วน ต้องเข้าป่าลึก ข้ามแม่น้ำทะเลและน้ำใหญ่ หรือผ่านเส้นทางอันตราย บุคคลนั้นจงสวดนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ให้ครบหนึ่งหมื่นครั้งก่อน แผ่นดินที่ผ่านไปตลอดทาง จะมีเทพภูตเทวดาคุ้มครอง ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง นอน จะปลอดภัยมีสุขตลอดกาล แม้แต่พบเสือ หมาป่า สิงโต หรือสัตว์มีพิษใดๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายแม้แต่น้อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีบุพเพนิวาสานุสสติอันลึกซึ้งกับชมพูทวีป หากจะกล่าวถึงประโยชน์ที่สรรพสัตว์ได้จากการเห็นและได้ยินพระกษิติครรภ์ แม้ร้อยพันกัลป์ก็กล่าวไม่จบ ดังนั้น พระอวโลกิเตศวร จงใช้ฤทธานุภาพเผยแผ่พระสูตรนี้ ให้สรรพสัตว์ในสหโลกธาตุได้รับความสุขสงบตลอดร้อยพันล้านกัลป์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มีบุพเพนิวาสานุสสติอันลึกซึ้งกับโลกมนุษย์ของเราจริงๆ หากจะกล่าวถึงประโยชน์ที่สรรพสัตว์ได้จากการเห็นและได้ยินพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แม้ร้อยพันกัลป์ก็กล่าวไม่จบ ดังนั้น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จงใช้ฤทธานุภาพเผยแผ่พระสูตรนี้ออกไปอย่างกว้างขวาง ให้สรรพสัตว์ในโลกนี้ได้รับความสุขสงบตลอดร้อยพันล้านกัลป์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสคาถาว่า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าตรัสเป็นคาถา (บทกวีแห่งพระธรรม) ว่า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เราพิจารณาฤทธานุภาพของพระกษิติครรภ์ แม้จะกล่าวนับกัลป์เท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาก็ยากจะจบสิ้น เพียงเห็น ได้ยิน นมัสการ กราบไหว้ ในขณะจิตเดียว ก็เป็นประโยชน์แก่มนุษย์และเทวดาอนันต์ประการ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เราพิจารณาฤทธานุภาพของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แม้จะกล่าวนับกัลป์เท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาก็ยากจะจบสิ้น เพียงได้เห็น ได้ยิน นมัสการ กราบไหว้ แม้ในขณะจิตสั้นๆ เพียงหนึ่ง ก็เป็นประโยชน์แก่มนุษย์และเทวดาอนันต์ประการ&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าชายหญิงหรือนาคเทพ เมื่อสิ้นบุญควรตกสู่ทุคติ หากตั้งจิตถึงสรณะพระมหาสัตว์ อายุจะยืนยาวขึ้นและกรรมเวรจะดับสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าชาย หญิง หรือนาคเทพ เมื่อสิ้นบุญควรตกสู่ทุคติ เพียงตั้งจิตถึงสรณะพระกษิติครรภ์มหาสัตว์ อายุจะยืนยาวขึ้นและกรรมเวรจะดับสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ผู้สูญเสียพ่อแม่ที่รักตั้งแต่เยาว์วัย ไม่รู้ว่าวิญญาณไปสู่ภูมิใด พี่น้องและญาติทั้งหลาย เติบโตมาไม่เคยพบหน้า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ผู้สูญเสียพ่อแม่ที่รักตั้งแต่เยาว์วัย ไม่รู้ว่าวิญญาณท่านไปสู่ภูมิใด พี่น้องและญาติทั้งหลาย เติบโตมาไม่เคยได้พบหน้า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;หากปั้นหรือวาดรูปพระมหาสัตว์ ด้วยจิตคำนึงถึงนมัสการไม่หยุดหย่อน ตลอดยี่สิบเอ็ดวันสวดนามของท่าน พระโพธิสัตว์จะแสดงอนันตกาย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หากปั้นหรือวาดรูปพระกษิติครรภ์มหาสัตว์ ด้วยจิตคำนึงถึงอย่างเศร้าโศก นมัสการไม่เคยหยุดพัก ตลอดยี่สิบเอ็ดวันสวดนามของท่าน พระโพธิสัตว์จะแสดงอนันตกาย&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;แสดงให้เห็นว่าบริวารไปเกิดในโลกใด แม้ตกสู่ทุคติก็จะหลุดพ้นในเร็ววัน หากไม่ถอยจากจิตศรัทธาเดิม จะได้รับการลูบพระเศียรและพยากรณ์จากพระอริยเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;แสดงให้เห็นว่าบริวารไปเกิดในโลกใด แม้ตกสู่ทุคติก็จะหลุดพ้นโดยเร็ว หากไม่ถอยจากจิตศรัทธาเดิม จะได้รับการลูบพระเศียรและพยากรณ์จากพระอริยเจ้า (รับรองว่าจะสำเร็จพุทธภูมิในอนาคต)&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ผู้ปรารถนาจะบำเพ็ญอนุตตรโพธิ ตลอดจนหลุดพ้นจากทุกข์ในไตรภูมิ บุคคลนั้นเมื่อตั้งมหากรุณาจิตแล้ว จงนมัสการรูปพระมหาสัตว์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ผู้ปรารถนาจะบำเพ็ญอนุตตรโพธิ (พระสัมมาสัมโพธิญาณอันสูงสุด) ตลอดจนหลุดพ้นจากทุกข์ในไตรภูมิ เมื่อตั้งมหากรุณาจิตแล้ว จงนมัสการรูปพระกษิติครรภ์มหาสัตว์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ความปรารถนาทั้งปวงจะสำเร็จโดยเร็ว ไม่มีกรรมเวรใดขวางกั้น มีผู้ตั้งจิตสวดพระสูตร ปรารถนาช่วยเหลือผู้หลงทางให้ถึงฝั่งโน้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ความปรารถนาทั้งปวงจะสำเร็จโดยเร็ว ไม่มีกรรมเวรใดสามารถขวางกั้นได้ มีผู้ตั้งจิตสวดพระสูตร ปรารถนาช่วยเหลือผู้หลงทางให้ถึงฝั่งพระนิพพาน&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้ตั้งปณิธานอจินไตยเช่นนี้ กลับอ่านแล้วลืม ลืมแล้วอ่าน จดจำไม่ได้ เพราะบุคคลนั้นมีกรรมเวรเป็นอุปสรรค จึงจดจำพระสูตรมหายานไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้ตั้งปณิธานอจินไตยเช่นนี้ กลับอ่านแล้วลืม ลืมแล้วอ่าน อย่างไรก็จำไม่ได้ เพราะบุคคลนั้นมีกรรมเก่าเป็นอุปสรรค จึงจดจำพระสูตรมหายานไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;บูชาพระกษิติครรภ์ด้วยดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร เครื่องสักการะทั้งปวง วางน้ำสะอาดหน้าพระมหาสัตว์ หนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วรับมาดื่ม&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เพียงใช้ดอกไม้หอมบูชาพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พร้อมด้วยเครื่องนุ่งห่ม อาหาร เครื่องสักการะต่างๆ วางน้ำสะอาดหนึ่งแก้วหน้าพระโพธิสัตว์ ผ่านหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วรับมาดื่มด้วยความเคารพ&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ตั้งจิตเคร่งครัด งดเว้นผักฉุนทั้งห้า สุรา เนื้อสัตว์ กามวิตถาร และมุสาวาท ตลอดยี่สิบเอ็ดวันอย่าฆ่าสัตว์ ตั้งจิตสวดนามพระมหาสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ด้วยจิตเคร่งครัดจริงจัง งดเว้นผักฉุนทั้งห้าคือกระเทียมหัวหอม หลีกเลี่ยงสุรา เนื้อสัตว์ กามวิตถาร และมุสาวาท ตลอดยี่สิบเอ็ดวันอย่าฆ่าสัตว์ทำร้ายชีวิต ตั้งจิตสวดนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จะเห็นอนันตกายในฝัน ตื่นขึ้นมาจะได้หูอันเฉียบแหลม พระสูตรใดผ่านหูได้ยิน ตลอดร้อยพันหมื่นชาติจะไม่ลืมเลย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;จะเห็นพระโพธิสัตว์แสดงอนันตกายในฝัน ตื่นขึ้นมาจะได้หูอันเฉียบแหลม พระสูตรใดผ่านหูเพียงครั้งเดียว ตลอดร้อยพันหมื่นชาติจะจดจำได้ไม่ลืมเลย&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ด้วยอานุภาพอจินไตยแห่งพระมหาสัตว์นี้ จึงทำให้บุคคลนั้นได้รับปัญญาเช่นนี้ ผู้ยากจนและผู้เจ็บป่วย บ้านเรือนมีเคราะห์ร้าย บริวารแตกแยก&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ด้วยอานุภาพอจินไตยแห่งพระกษิติครรภ์มหาสัตว์นี้ จึงทำให้บุคคลได้รับปัญญาเช่นนี้ สรรพสัตว์ผู้ยากจน ผู้ถูกโรคภัยเบียดเบียน บ้านเรือนมีเคราะห์ร้าย ญาติพี่น้องแตกแยกจากกัน&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้ในฝันก็ไม่สงบ สิ่งที่ปรารถนาล้วนไม่สมหวัง เพียงตั้งจิตนมัสการรูปพระกษิติครรภ์ สรรพอกุศลทั้งปวงจะดับสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้ในฝันก็ไม่สงบสุข สิ่งที่ปรารถนาล้วนไม่สมหวัง เพียงตั้งจิตนมัสการรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ สรรพอกุศลทั้งปวงจะดับสิ้นหมด&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่ในฝันก็จะสงบสุข เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ เทพภูตเทวดาคุ้มครอง หากต้องเข้าป่าเขาหรือข้ามทะเล พบสัตว์มีพิษ สัตว์ร้าย หรือผู้ร้าย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่ในฝันก็จะสงบสุข เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์มีเทพภูตเทวดาคุ้มครอง หากต้องเข้าป่าเขาหรือข้ามทะเล พบสัตว์มีพิษ สัตว์ร้าย หรือคนร้าย&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เทพร้าย ภูตร้าย และลมร้าย สรรพทุกข์สรรพอุปสรรค เพียงนมัสการและบูชา รูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ตลอดจนเทพร้าย ภูตร้าย และพายุร้าย สรรพทุกข์สรรพอุปสรรคทั้งปวง เพียงนมัสการและบูชารูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในป่าเขาและท้องทะเล สรรพภัยอันตรายทั้งปวงจะดับสิ้น พระอวโลกิเตศวร จงตั้งจิตสดับเราเถิด บุญบารมีของพระกษิติครรภ์อนันต์อจินไตย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในป่าเขาและท้องทะเล สรรพภัยอันตรายทั้งปวงจะดับสิ้น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จงตั้งจิตสดับเราเถิด บุญบารมีของพระกษิติครรภ์เป็นอนันต์ อจินไตย&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้กล่าวร้อยพันหมื่นกัลป์ก็ไม่จบสิ้น จงประกาศอานุภาพแห่งพระมหาสัตว์เช่นนี้ให้กว้างขวาง ผู้ใดได้ยินนามพระกษิติครรภ์ ตลอดจนเห็นรูปพระโพธิสัตว์แล้วนมัสการ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;แม้กล่าวร้อยพันหมื่นกัลป์ก็ไม่จบสิ้น จงประกาศอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระกษิติครรภ์มหาสัตว์ให้กว้างขวาง ผู้ใดได้ยินนามพระกษิติครรภ์ ตลอดจนเห็นรูปพระโพธิสัตว์แล้วนมัสการ&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ถวายบูชา ตลอดร้อยพันชาติจะเสวยสุขอันวิเศษ หากสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ หลุดพ้นจากวัฏสงสาร&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ใช้ดอกไม้หอม เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ถวายบูชา ตลอดร้อยพันชาติจะเสวยสุขอันวิเศษ หากสามารถอุทิศบุญแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ หลุดพ้นจากวัฏสงสาร&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น พระอวโลกิเตศวร จงรู้ไว้เถิด จงประกาศไปทั่วดินแดนมากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ จงรู้ไว้เถิด จงประกาศธรรมเหล่านี้ไปทั่วดินแดนมากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา!&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;ปรเฉทท-13-การมอบหมายแกมนษยและเทวดา&#34;&gt;ปริเฉทที่ 13: การมอบหมายแก่มนุษย์และเทวดา
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter3-13.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระศากยมุนีพุทธเจ้าในดาวดึงส์เทวโลก ทรงมอบหมายสรรพสัตว์ทั้งมนุษย์และเทวดาในยุคปลายธรรมแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อีกครั้ง จนกว่าพระเมตไตรยพุทธเจ้าจะอุบัติ&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาคทรงยกพระกรสีทอง ลูบพระเศียรพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์อีกครั้ง แล้วตรัสว่า พระกษิติครรภ์ พระกษิติครรภ์ ฤทธานุภาพของเจ้าเป็นอจินไตย กรุณาของเจ้าเป็นอจินไตย ปัญญาของเจ้าเป็นอจินไตย ปฏิภาณของเจ้าเป็นอจินไตย แม้พระพุทธเจ้าทั้งสิบทิศจะสรรเสริญประกาศกิจอจินไตยของเจ้า ตลอดพันหมื่นกัลป์ก็ยังกล่าวไม่จบสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าทรงยกพระกรสีทอง ลูบพระเศียรพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อีกครั้งอย่างอ่อนโยน แล้วตรัสด้วยความเมตตาสุดซึ้งว่า &amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ พระกษิติครรภ์! ฤทธานุภาพของเจ้าเป็นอจินไตย กรุณาของเจ้าเป็นอจินไตย ปัญญาของเจ้าเป็นอจินไตย ปฏิภาณของเจ้าก็เป็นอจินไตย แม้พระพุทธเจ้าทั้งสิบทิศจะมาร่วมกันสรรเสริญประกาศกิจอจินไตยของเจ้า ตลอดพันหมื่นกัลป์ก็ยังกล่าวไม่จบสิ้น!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ พระกษิติครรภ์ จงจำไว้ วันนี้ในดาวดึงส์เทวโลก ต่อหน้าพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ร้อยพันล้านองค์อันประมาณมิได้ ไม่อาจกล่าวได้ ตลอดจนเทพแปดจำพวก ในมหาสมาคมนี้ เราขอมอบหมายสรรพสัตว์ทั้งมนุษย์และเทวดาที่ยังไม่หลุดพ้นจากไตรภูมิ ยังติดอยู่ในเรือนไฟแก่เจ้าอีกครั้ง อย่าปล่อยให้สรรพสัตว์เหล่านี้ตกสู่ทุคติ แม้เพียงวันเดียวคืนเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตกสู่ปัญจานันตริยนรกและอเวจีมหานรก ที่ต้องทนทุกข์นับพันล้านกัลป์ ไม่มีวันหลุดพ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสต่อว่า &amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ พระกษิติครรภ์! จงจำไว้ วันนี้ในดาวดึงส์เทวโลก ต่อหน้าพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ร้อยพันล้านองค์อันประมาณมิได้ ไม่อาจกล่าวได้ ตลอดจนเทพแปดจำพวก ในมหาสมาคมอันยิ่งใหญ่นี้ เราขอมอบหมายสรรพสัตว์ทั้งมนุษย์และเทวดาที่ยังไม่หลุดพ้นจากไตรภูมิ ยังติดอยู่ในเรือนไฟ (โลกแห่งวัฏสงสารที่เปรียบดุจบ้านที่ไฟไหม้) แก่เจ้าอีกครั้ง อย่าปล่อยให้สรรพสัตว์เหล่านี้ตกสู่ทุคติ แม้เพียงวันเดียวคืนเดียวก็ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตกสู่ปัญจานันตริยนรกหรืออเวจีมหานรก (นรกที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ทุกข์ไม่มีวันหยุด) ที่ต้องทนทุกข์นับพันล้านกัลป์ ไม่มีวันหลุดพ้น!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ สรรพสัตว์ในชมพูทวีปนี้ จิตใจไม่แน่นอน มักทำอกุศลมาก แม้ตั้งกุศลจิตขึ้นมา ชั่วพริบตาก็ถอยกลับ หากพบอกุศลเหตุ อกุศลจิตจะเพิ่มพูนทุกขณะ ด้วยเหตุนี้ เราจึงแบ่งภาคเป็นร้อยพันล้านรูปเพื่อโปรดสัตว์ ตามอินทรีย์ของแต่ละสรรพสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์นี้ จิตใจไม่แน่นอน มักมีนิสัยเสียมาก แม้ตั้งกุศลจิตขึ้นมา ชั่วพริบตาก็ถอยกลับ หากพบอกุศลเหตุ อกุศลจิตกลับเพิ่มพูนทุกขณะ ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงแบ่งภาคเป็นร้อยพันล้านรูป ตามอินทรีย์และความสามารถของแต่ละสรรพสัตว์ ใช้วิธีต่างๆ เพื่อโปรดสัตว์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ เราขอมอบหมายสรรพสัตว์ทั้งมนุษย์และเทวดาแก่เจ้าอย่างจริงจังในวันนี้ ในอนาคตกาล หากมีเทวดา หรือกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปลูกกุศลมูลแม้เพียงเล็กน้อยในพระพุทธศาสนา แม้เท่าขนหนึ่งเส้น ธุลีหนึ่งผง เม็ดทรายหนึ่งเม็ด หยดน้ำหนึ่งหยด เจ้าจงใช้พลังแห่งธรรมคุ้มครองบุคคลนั้น ค่อยๆ บำเพ็ญสู่อนุตตรธรรม อย่าให้ถอยกลับ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;พระกษิติครรภ์ เราขอมอบหมายสรรพสัตว์ทั้งเทวดาและมนุษย์แก่เจ้าอย่างจริงจังในวันนี้ ในอนาคตกาล หากมีเทวดา หรือกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ปลูกกุศลมูลแม้เพียงเล็กน้อยในพระพุทธศาสนา แม้เท่าขนหนึ่งเส้น ธุลีหนึ่งผง เม็ดทรายหนึ่งเม็ด หยดน้ำหนึ่งหยด เจ้าจงใช้พลังแห่งธรรมคุ้มครองบุคคลนั้น ค่อยๆ ชี้นำสู่อนุตตรธรรม อย่าปล่อยให้ถอยกลับเด็ดขาด!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล ไม่ว่าเทวดาหรือมนุษย์ ตามกรรมที่สร้างไว้ ควรตกสู่ทุคติ ขณะกำลังจะตกหรือถึงประตูทุคติแล้ว สรรพสัตว์เหล่านั้น หากสามารถสวดนามพระพุทธเจ้าหนึ่งพระองค์ นามพระโพธิสัตว์หนึ่งพระองค์ หรือพระสูตรมหายานหนึ่งประโยค หนึ่งคาถา เจ้าจงใช้ฤทธานุภาพ หาอุบายช่วยเหลือ ณ ที่ของบุคคลนั้น แสดงอนันตกาย ทำลายนรก ส่งให้ไปเกิดบนสวรรค์ เสวยสุขอันวิเศษ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกประการหนึ่ง พระกษิติครรภ์ ในอนาคตกาล ไม่ว่าเทวดาหรือมนุษย์ หากตามกรรมที่สร้างไว้ ควรตกสู่ทุคติ ขณะกำลังจะตกลง หรือถึงประตูทุคติแล้ว สรรพสัตว์เหล่านั้น หากสามารถสวดนามพระพุทธเจ้าหนึ่งพระองค์ นามพระโพธิสัตว์หนึ่งพระองค์ หรือพระสูตรมหายานเพียงหนึ่งประโยค หนึ่งคาถา เจ้าจงใช้ฤทธานุภาพ หาอุบายช่วยเหลือบุคคลนั้นให้พ้นภัย แสดงอนันตกายต่อหน้าเขา ทำลายนรกให้แตก ส่งให้ไปเกิดบนสวรรค์ เสวยสุขอันวิเศษ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสเป็นคาถาว่า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าตรัสเป็นคาถาอีกว่า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สรรพสัตว์ทั้งมนุษย์และเทวดาในปัจจุบันและอนาคต เราขอมอบหมายแก่เจ้าอย่างจริงจังในวันนี้ จงใช้มหาฤทธิ์และอุบายอันแยบยลโปรดสัตว์ อย่าปล่อยให้ตกสู่ทุคติ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;สรรพสัตว์ทั้งเทวดาและมนุษย์ในปัจจุบันและอนาคต เราขอมอบหมายแก่เจ้าอย่างจริงจังในวันนี้ จงใช้มหาฤทธิ์และอุบายอันแยบยลโปรดสัตว์ อย่าปล่อยให้ตกสู่ทุคติอันเปี่ยมด้วยทุกข์!&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ คุกเข่าประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระผู้มีพระภาคอย่าทรงวิตกเลย ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ แม้เพียงมีจิตเคารพในพระพุทธศาสนาสักหนึ่งขณะจิต ข้าพระองค์ก็จะใช้ร้อยพันอุบายโปรดบุคคลนั้น ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารโดยเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้ยินกุศลกรรมต่างๆ แล้วบำเพ็ญทุกขณะจิต จะไม่ถอยกลับจากอนุตตรมรรคโดยธรรมชาติ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ คุกเข่าประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าอย่างเคารพว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์อย่าทรงวิตกเลย! ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ แม้เพียงมีจิตเคารพในพระพุทธศาสนาสักหนึ่งขณะจิต ข้าพระองค์ก็จะใช้ร้อยพันอุบายโปรดบุคคลนั้น ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสารโดยเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้ยินกุศลกรรมต่างๆ แล้วบำเพ็ญทุกขณะจิต จะไม่ถอยกลับจากหนทางสู่พุทธภูมิโดยธรรมชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระกษิติครรภ์ตรัสจบ ในที่ประชุมมีพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง นามว่า พระอากาศครรภ์ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ตั้งแต่ข้าพระองค์มาถึงดาวดึงส์ ได้สดับพระตถาคตสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ฤทธานุภาพอันอจินไตย ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ตลอดจนเหล่าเทพนาค ได้สดับพระสูตรนี้และนามพระกษิติครรภ์ หรือนมัสการรูปพระโพธิสัตว์ จะได้รับประโยชน์กี่ประการ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดตรัสโดยสังเขปเพื่อสรรพสัตว์ในอนาคตและปัจจุบันทั้งปวงด้วยเถิด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อพระกษิติครรภ์ตรัสจบ ในที่ประชุมมีพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง นามว่า พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีปัญญาและบุญบารมีกว้างใหญ่ดุจอากาศ) กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ตั้งแต่ข้าพระองค์มาถึงดาวดึงส์เทวโลก ได้สดับพระพุทธองค์สรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ฤทธานุภาพอันอจินไตยจริงๆ ข้าพระองค์อยากทราบว่า ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ ตลอดจนเหล่าเทพนาค ได้สดับพระสูตรนี้และนามพระกษิติครรภ์ หรือนมัสการรูปพระโพธิสัตว์ จะได้รับประโยชน์กี่ประการ? ขอพระผู้มีพระภาคโปรดตรัสโดยสังเขปเพื่อสรรพสัตว์ในอนาคตและปัจจุบันทั้งปวงด้วยเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์ว่า จงตั้งใจฟัง จงตั้งใจฟัง! เราจะแจกแจงให้เจ้าฟัง หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ เห็นรูปพระกษิติครรภ์และได้สดับพระสูตรนี้ ตลอดจนอ่านสวด ใช้ดอกไม้หอม อาหาร เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี ทำทานบูชา สรรเสริญนมัสการ จะได้รับประโยชน์ยี่สิบแปดประการ ประการที่หนึ่ง เทพนาคคุ้มครองระลึกถึง ประการที่สอง กุศลผลเพิ่มพูนทุกวัน ประการที่สาม สั่งสมเหตุแห่งอริยมรรค ประการที่สี่ โพธิจิตไม่ถอยกลับ ประการที่ห้า เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ ประการที่หก ไม่ประสบโรคระบาด ประการที่เจ็ด พ้นจากอุทกภัยอัคคีภัย ประการที่แปด ไม่ประสบภัยจากโจร ประการที่เก้า ผู้คนเห็นแล้วเคารพนับถือ ประการที่สิบ เทพภูตเทวดาช่วยเหลือ ประการที่สิบเอ็ด สตรีจะได้เกิดเป็นบุรุษ ประการที่สิบสอง จะเป็นธิดาของพระราชาขุนนาง ประการที่สิบสาม มีรูปร่างงดงาม ประการที่สิบสี่ มักเกิดบนสวรรค์ ประการที่สิบห้า อาจเป็นพระราชา ประการที่สิบหก มีปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ประการที่สิบเจ็ด สิ่งที่ปรารถนาล้วนสมหวัง ประการที่สิบแปด บริวารมีความสุข ประการที่สิบเก้า เหตุร้ายทั้งปวงดับสิ้น ประการที่ยี่สิบ กรรมเวรดับสิ้นตลอดกาล ประการที่ยี่สิบเอ็ด ไปที่ใดก็สำเร็จ ประการที่ยี่สิบสอง ฝันดีมีสุข ประการที่ยี่สิบสาม ผู้ล่วงลับพ้นทุกข์ ประการที่ยี่สิบสี่ เกิดมาพร้อมบุญเก่า ประการที่ยี่สิบห้า เหล่าอริยเจ้าสรรเสริญ ประการที่ยี่สิบหก มีสติปัญญาเฉียบแหลม ประการที่ยี่สิบเจ็ด เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ประการที่ยี่สิบแปด ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;จงตั้งใจฟังให้ดี! เราจะแจกแจงให้เจ้าฟัง หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรกุลธิดาผู้ใจบุญ เห็นรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ได้สดับพระสูตรนี้ ตลอดจนอ่านสวด ใช้ดอกไม้หอม อาหาร เครื่องนุ่งห่ม อัญมณี ทำทานบูชา สรรเสริญนมัสการ จะได้รับประโยชน์ยี่สิบแปดประการ ประการที่หนึ่ง เทพนาคคุ้มครองระลึกถึง ประการที่สอง กุศลผลเพิ่มพูนทุกวัน ประการที่สาม สั่งสมเหตุแห่งอริยมรรค ประการที่สี่ โพธิจิตไม่ถอยกลับ ประการที่ห้า เครื่องนุ่งห่มอาหารอุดมสมบูรณ์ ประการที่หก ไม่ประสบโรคระบาด ประการที่เจ็ด พ้นจากอุทกภัยอัคคีภัย ประการที่แปด ไม่ประสบภัยจากโจร ประการที่เก้า ผู้คนเห็นแล้วเคารพนับถือ ประการที่สิบ เทพภูตเทวดาช่วยเหลือ ประการที่สิบเอ็ด สตรีจะได้เกิดเป็นบุรุษ ประการที่สิบสอง จะเป็นธิดาของพระราชาขุนนาง ประการที่สิบสาม มีรูปร่างงดงาม ประการที่สิบสี่ มักเกิดบนสวรรค์ ประการที่สิบห้า อาจเป็นพระราชา ประการที่สิบหก มีปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ประการที่สิบเจ็ด สิ่งที่ปรารถนาล้วนสมหวัง ประการที่สิบแปด บริวารมีความสุข ประการที่สิบเก้า เหตุร้ายทั้งปวงดับสิ้น ประการที่ยี่สิบ กรรมเวรดับสิ้นตลอดกาล ประการที่ยี่สิบเอ็ด ไปที่ใดก็สำเร็จ ประการที่ยี่สิบสอง ฝันดีมีสุข ประการที่ยี่สิบสาม ผู้ล่วงลับพ้นทุกข์ ประการที่ยี่สิบสี่ เกิดมาพร้อมบุญเก่า ประการที่ยี่สิบห้า เหล่าอริยเจ้าสรรเสริญ ประการที่ยี่สิบหก มีสติปัญญาเฉียบแหลม ประการที่ยี่สิบเจ็ด เปี่ยมด้วยเมตตากรุณา ประการที่ยี่สิบแปด ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกประการหนึ่ง พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์ หากในปัจจุบันและอนาคต เหล่าเทพนาคภูตเทวดา ได้ยินนามพระกษิติครรภ์ นมัสการรูปพระกษิติครรภ์ หรือได้สดับเรื่องปณิธานและการปฏิบัติของพระกษิติครรภ์ แล้วสรรเสริญนมัสการ จะได้รับประโยชน์เจ็ดประการ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสอีกว่า &amp;ldquo;พระอากาศครรภ์โพธิสัตว์ หากในปัจจุบันและอนาคต เหล่าเทพนาคภูตเทวดา ได้ยินนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ นมัสการรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือได้สดับเรื่องปณิธานและการปฏิบัติในอดีตของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แล้วสรรเสริญนมัสการ จะได้รับประโยชน์เจ็ดประการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่หนึ่ง บรรลุอริยภูมิโดยเร็ว ประการที่สอง อกุศลกรรมดับสิ้น ประการที่สาม พระพุทธเจ้าทั้งปวงคุ้มครอง ประการที่สี่ โพธิจิตไม่ถอยกลับ ประการที่ห้า พลังเดิมเพิ่มพูน ประการที่หก มีปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ประการที่เจ็ด ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่หนึ่ง บรรลุอริยภูมิโดยเร็ว ประการที่สอง อกุศลกรรมในอดีตดับสิ้นหมด ประการที่สาม พระพุทธเจ้าทั้งปวงเสด็จมาคุ้มครอง ประการที่สี่ ไม่ถอยกลับจากหนทางสู่พุทธภูมิ ประการที่ห้า พลังเดิมของตนเพิ่มพูน ประการที่หก สามารถระลึกชาติก่อนๆ ได้ ประการที่เจ็ด ในที่สุดจะสำเร็จพุทธภูมิ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าทั้งสิบทิศที่เสด็จมาประชุม มากจนประมาณมิได้ ไม่อาจกล่าวได้ ตลอดจนพระมหาโพธิสัตว์และเทพแปดจำพวก ได้สดับพระศากยมุนีพุทธเจ้าสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่อจินไตย ต่างอัศจรรย์ใจว่าไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าจากสิบทิศที่เสด็จมาทั้งหมด — มากจนประมาณมิได้ ไม่อาจกล่าวได้ — ตลอดจนพระมหาโพธิสัตว์และเทพแปดจำพวก ได้สดับพระศากยมุนีพุทธเจ้าสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ฤทธานุภาพอันยิ่งใหญ่อจินไตย ต่างอัศจรรย์ใจว่า &amp;ldquo;ไม่เคยได้ยินเรื่องน่าอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อนเลย!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น บนดาวดึงส์เทวโลก มีดอกไม้หอมอันหาประมาณมิได้ ผ้าทิพย์ แก้วมณีสังวาลย์ ตกลงมาดุจสายฝน เพื่อบูชาพระศากยมุนีพุทธเจ้าและพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เมื่อบูชาเสร็จแล้ว มหาชนทั้งปวงต่างนมัสการอีกครั้ง แล้วประนมมือจากไป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น บนดาวดึงส์เทวโลก มีดอกไม้หอมอันหาประมาณมิได้ ผ้าทิพย์ แก้วมณีสังวาลย์ ตกลงมาดุจสายฝน เพื่อบูชาพระศากยมุนีพุทธเจ้าและพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เมื่อบูชาเสร็จแล้ว มหาชนทั้งปวงที่มาร่วมประชุม ต่างนมัสการอีกครั้งอย่างเคารพ แล้วประนมมือด้วยความปีติยินดี จากไป&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;คาถาอทศบญ&#34;&gt;คาถาอุทิศบุญ
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;ขอนำบุญกุศลนี้ ประดับพุทธเกษตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอบแทนพระคุณสี่ประการเบื้องบน ช่วยเหลือสามทุคติเบื้องล่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ใดได้เห็นได้ยิน ขอจงตั้งโพธิจิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสิ้นชีวิตในชาตินี้ ขอไปเกิดในสุขาวดี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขอนำบุญจากการสวดพระสูตรนี้ ไปประดับพุทธเกษตรอันบริสุทธิ์งดงาม
ตอบแทนพระคุณสี่ประการเบื้องบน คือ พระคุณบิดามารดา พระคุณครูอาจารย์ พระคุณแผ่นดิน พระคุณสรรพสัตว์ ช่วยเหลือสรรพสัตว์ในนรก เปรต สัตว์เดรัจฉาน สามทุคติเบื้องล่าง
หากผู้ใดได้เห็น ได้ยินพระสูตรนี้ ขอจงตั้งโพธิจิตอันแสวงหาการตรัสรู้
เมื่อสิ้นชีวิตในชาตินี้แล้ว ขอไปเกิดในสุขาวดีด้วยกัน!&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;reference&#34;&gt;Reference
&lt;/h2&gt;&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://book.bfnn.org/books/0016.htm&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 - 般若文海繁體站&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://sutra.ddm.org.tw/ebook/09/&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 - 法鼓山網路電子經書&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=xJv_2lF1eb4&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 78分鐘 女聲讀誦 20191022 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=JcUBI3kCpl0&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷上）念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=IPPkOTB_mkw&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷中）念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=0bLCFz5Jwu4&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷下）─念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=34VD_w2Bf5M&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;改變你一生的震撼預言：為什麼只要念一遍地藏菩薩聖號，就能改變命運？為什麼說地球就是一個巨大的道場？菩薩中最特殊的存在，祂預言了人類的終極命運…[She&amp;rsquo;s Xiaowu 小烏] - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=FAGnxFhJzKM&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏王菩薩，他才是菩薩中最頂級的存在，超度的秘密 |seeker大师兄 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
        </item>
        <item>
        <title>พระสูตรพระกษิติครรภ์ เล่มที่ 2: พระสูตรฉบับสมบูรณ์พร้อมคำแปลร่วมสมัย — เปิดเผยสภาพที่แท้จริงของนรกภูมิและอานิสงส์อันยิ่งใหญ่แห่งการช่วยเหลือผู้ล่วงลับ</title>
        <link>https://story.tldrlss.com/th/article/2026/04/ksitigarbha-sutra-2nd-volume/</link>
        <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 00:01:37 +0800</pubDate>
        
        <guid>https://story.tldrlss.com/th/article/2026/04/ksitigarbha-sutra-2nd-volume/</guid>
        <description>&lt;img src="https://story.tldrlss.com/global-assets/images/book/ksitigarbha-sutra-1.jpg" alt="Featured image of post พระสูตรพระกษิติครรภ์ เล่มที่ 2: พระสูตรฉบับสมบูรณ์พร้อมคำแปลร่วมสมัย — เปิดเผยสภาพที่แท้จริงของนรกภูมิและอานิสงส์อันยิ่งใหญ่แห่งการช่วยเหลือผู้ล่วงลับ" /&gt;&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ภาพโดย &lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.facebook.com/groups/mars.chien/posts/9321970667882702/&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;International Buddha&amp;rsquo;s Light People | Sutra of the Past Vows of Ksitigarbha Bodhisattva&amp;hellip; Sutra Text/Calligraphy, Volume 1/19, Chapter 2: Assembly of the Manifestations | Facebook&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;พระสตรปณธานเดมแหงพระกษตครรภโพธสตว-เลมท-2&#34;&gt;พระสูตรปณิธานเดิมแห่งพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เล่มที่ 2
&lt;/h2&gt;&lt;h3 id=&#34;บทท-5-ชอของนรกภมทงหลาย&#34;&gt;บทที่ 5: ชื่อของนรกภูมิทั้งหลาย
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter2-5.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อธิบายชื่อและการลงโทษของนรกภูมิต่างๆ แก่พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ เพื่อเตือนสรรพสัตว์มิให้ประกอบกรรมชั่ว&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระสมันตภัทรโพธิสัตว์มหาสัตว์ได้กราบทูลพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ขอได้โปรดแสดงธรรมเรื่องนรกภูมิในโลกสหาแห่งนี้ เพื่อประโยชน์แก่เทวดา นาค บริษัทสี่ และสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคต — โดยเฉพาะสถานที่ทุกข์ทรมานในชมพูทวีปที่สัตว์ผู้ทำบาปได้รับผลกรรม — ชื่อของนรกและผลกรรมชั่วในนรกเหล่านั้น เพื่อให้สรรพสัตว์ในยุคพระธรรมเสื่อมในอนาคตจะได้ทราบถึงผลแห่งกรรมเหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้ทรงปัญญาอันยิ่งใหญ่ ประทับบนช้างเผือกอันงดงาม) กราบทูลพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ขอได้โปรดแสดงธรรมแก่เทวดา นาค บริษัทสี่ และสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคต ถึงสภาพของโลกเรา — โดยเฉพาะชมพูทวีป (ดินแดนที่มนุษย์เราอาศัยอยู่) — ที่ซึ่งสัตว์ผู้ทำความชั่วถูกส่งไปรับทุกข์ นรกเหล่านั้นมีชื่อว่าอย่างไร และได้รับโทษทัณฑ์ชนิดใดบ้าง เพื่อให้สรรพสัตว์ในยุคพระธรรมเสื่อมจะได้เข้าใจถึงผลของการทำความชั่ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ตอบว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและพลังของท่านพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงชื่อของนรกภูมิทั้งหลายและการลงโทษที่ผู้ทำบาปชั่วได้รับโดยสังเขป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตอบว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและพลังของท่านพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงชื่อของนรกภูมิทั้งหลายและการลงโทษที่ผู้ทำบาปได้รับโดยสังเขป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ทางทิศตะวันออกของชมพูทวีปมีภูเขาแห่งหนึ่งเรียกว่า เขาวงแหวนเหล็ก (จักรวาลเหล็ก) ภูเขานี้มืดมิดและลึกยิ่งนัก ไม่มีแสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ส่องถึง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ทางทิศตะวันออกของโลกมนุษย์ของเรา มีภูเขาแห่งหนึ่งเรียกว่า &amp;lsquo;เขาวงแหวนเหล็ก&amp;rsquo; ภูเขานี้มืดมิดและลึกยิ่งนัก จนไม่มีแสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ส่องเข้าไปได้ — เป็นสถานที่มืดมิดอย่างยิ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีมหานรกแห่งหนึ่งเรียกว่า นรกอเวจีหรือนรกไม่มีที่สิ้นสุด มีอีกนรกหนึ่งเรียกว่า มหาอเวจีนรก นอกจากนี้ยังมีนรกสี่มุม นรกมีดบิน นรกลูกศรเพลิง นรกภูเขาบดขยี้ นรกหอกแทง นรกรถเหล็ก นรกเตียงเหล็ก นรกโคเหล็ก นรกเสื้อเหล็ก นรกพันใบมีด นรกลาเหล็ก นรกทองแดงหลอมเหลว นรกกอดเสาไฟ นรกไฟไหลรินทร์ นรกไถลิ้น นรกตัดหัว นรกเผาเท้า นรกควักตา นรกลูกกลมเหล็ก นรกทะเลาะวิวาท นรกขวานเหล็ก และนรกพิโรธมากมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีมหานรก (นรกคือสถานที่ที่ผู้ทำกรรมชั่วมากมายต้องไปรับทุกข์หลังความตาย) แห่งหนึ่งเรียกว่า &amp;lsquo;นรกไม่มีที่สิ้นสุด&amp;rsquo; หมายความว่าต้องทุกข์ทรมานโดยไม่หยุดแม้เสี้ยววินาที ยังมีอีกแห่งหนึ่งคือ &amp;lsquo;มหาอเวจีนรก&amp;rsquo; ซึ่งเป็นนรกที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในบรรดานรกทั้งปวง นอกจากนี้ยังมีนรกอีกมากมาย ได้แก่ นรกสี่มุม นรกมีดบิน นรกลูกศรเพลิง นรกภูเขาบดขยี้ นรกหอกแทง นรกรถเหล็ก นรกเตียงเหล็ก นรกโคเหล็ก นรกเสื้อเหล็ก นรกพันใบมีด นรกลาเหล็ก นรกทองแดงหลอมเหลว นรกกอดเสาไฟ นรกไฟไหลรินทร์ นรกไถลิ้น นรกตัดหัว นรกเผาเท้า นรกควักตา นรกลูกกลมเหล็ก นรกทะเลาะวิวาท นรกขวานเหล็ก และนรกพิโรธมากมาย เพียงแค่ได้ยินชื่อก็รู้ได้แล้วว่านรกแต่ละแห่งน่าสะพรึงกลัวเพียงใด!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ภายในเขาวงแหวนเหล็ก มีนรกมากมายเช่นนี้ และจำนวนของนรกเหล่านั้นไม่มีที่สิ้นสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กล่าวต่อว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ภายในเขาวงแหวนเหล็ก นรกเช่นนี้มีมากมายจนนับไม่ถ้วน — จำนวนของนรกเหล่านี้ไม่มีที่สิ้นสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีนรกกรีดร้อง นรกดึงลิ้น นรกอุจจาระปัสสาวะ นรกกุญแจทองแดง นรกช้างไฟ นรกสุนัขไฟ นรกม้าไฟ นรกโคไฟ นรกภูเขาไฟ นรกหินไฟ นรกเตียงไฟ นรกคานไฟ นรกอินทรีไฟ นรกฟันเลื่อย นรกถลกหนัง นรกดื่มเลือด นรกเผามือ นรกเผาเท้า นรกหนามกลับหัว นรกบ้านไฟ นรกบ้านเหล็ก และนรกหมาป่าไฟ นรกเหล่านี้เป็นเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;และยังมีนรกอีกมากมาย! นรกกรีดร้อง นรกดึงลิ้น นรกอุจจาระปัสสาวะ นรกกุญแจทองแดง นรกช้างไฟ นรกสุนัขไฟ นรกม้าไฟ นรกโคไฟ นรกภูเขาไฟ นรกหินไฟ นรกเตียงไฟ นรกคานไฟ นรกอินทรีไฟ นรกฟันเลื่อย นรกถลกหนัง นรกดื่มเลือด นรกเผามือ นรกเผาเท้า นรกหนามกลับหัว นรกบ้านไฟ นรกบ้านเหล็ก นรกหมาป่าไฟ&amp;hellip; และยังมีนรกอีกมากมายเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายในนรกแต่ละแห่งนั้น ยังมีนรกย่อยแตกแขนงออกไปอีก — บางแห่งมีหนึ่ง บางแห่งมีสอง บางแห่งมีสาม บางแห่งมีสี่ ไปจนถึงหลายร้อยหลายพันแห่ง แต่ละแห่งมีชื่อเฉพาะของตน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ภายในมหานรกแต่ละแห่ง ยังมีนรกย่อยแตกแขนงออกไปอีกมากมาย — บางแห่งมีหนึ่ง บางแห่งมีสอง สาม หรือสี่ และบางแห่งมีถึงหลายร้อยหรือหลายพันนรกย่อย แต่ละแห่งมีชื่อเฉพาะของตนเอง!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กล่าวแก่พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา นรกทั้งปวงเหล่านี้เกิดจากกรรมชั่วของสรรพสัตว์ในชมพูทวีป — เป็นผลสนองจากการกระทำของพวกเขา พลังแห่งกรรมนั้นยิ่งใหญ่นัก สามารถทัดเทียมเขาพระสุเมรุในความสูง หยั่งลึกถึงก้นมหาสมุทร และขวางกั้นหนทางสู่การตรัสรู้ ดังนั้น สรรพสัตว์อย่าได้ประมาทในกรรมชั่วแม้เพียงเล็กน้อย โดยคิดว่าจะไม่มีผลตอบสนอง ภายหลังความตาย ผลกรรมย่อมตามมา — ทุกการกระทำแม้เพียงเล็กน้อยย่อมต้องรับผล แม้ญาติสนิทที่สุดอย่างพ่อลูกก็ต้องเดินคนละทาง แม้จะพบกันก็ไม่อาจรับทุกข์แทนกันได้ บัดนี้ ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและตามที่ท่านผู้เมตตาร้องขอ ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงเรื่องราวเหล่านี้โดยสังเขป ขอได้โปรดสดับฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กล่าวแก่พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา นรกทั้งปวงเหล่านี้เกิดขึ้นจากกรรมชั่วของสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเรา พลังสะสมของกรรมชั่ว (เรียกว่า &amp;lsquo;กรรม&amp;rsquo;) มีอำนาจมากเหลือเกิน — มากพอจะทัดเทียมความสูงของเขาพระสุเมรุ ลึกพอจะเทียบเท่ามหาสมุทร และแรงพอจะขวางกั้นหนทางสู่พุทธภูมิ ดังนั้น ทุกคนอย่าได้คิดว่าการทำความชั่วเพียงเล็กน้อยจะไม่เป็นอันตรายหรือไม่มีผลตอบสนอง ภายหลังความตาย ทุกการกระทำ — แม้เพียงเล็กเท่าเส้นผม — ย่อมต้องรับผลอย่างครบถ้วน แม้ญาติสนิทที่สุดอย่างพ่อลูก ก็ต้องเดินคนละทางหลังความตาย แม้บังเอิญพบกันระหว่างทาง ก็ไม่อาจรับทุกข์แทนกันได้ ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้า และเพราะท่านผู้เมตตาร้องขอ ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวถึงการลงโทษในนรกโดยสังเขป หวังว่าท่านจะรับฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระสมันตภัทรตอบว่า &amp;ldquo;ข้าพเจ้าทราบถึงผลกรรมของอบายภูมิสาม (ทุคติสาม) มาเนิ่นนานแล้ว หวังว่าท่านผู้เมตตาจะกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้สรรพสัตว์ผู้ทำชั่วทั้งหลายในยุคพระธรรมเสื่อมในอนาคต เมื่อได้ฟังคำของท่านแล้ว จะได้หันกลับมาพึ่งพระพุทธเจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ตอบว่า &amp;ldquo;ข้าพเจ้าทราบถึงผลกรรมของอบายภูมิสาม (ภูมิที่ทุกข์ทรมานที่สุดสามภูมิ ได้แก่ นรก เปรต และสัตว์เดรัจฉาน) มาเนิ่นนานแล้ว แต่ข้าพเจ้ายังปรารถนาให้ท่านกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้สรรพสัตว์ผู้ทำชั่วทั้งหลายในยุคพระธรรมเสื่อมในอนาคต เมื่อได้ฟังคำของท่านแล้ว จะได้หันกลับมาถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ผลกรรมในนรกภูมิทั้งหลายเป็นดังนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กล่าวว่า &amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา การลงโทษในนรกภูมิทั้งหลายเป็นประมาณดังนี้ —&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในนรกบางแห่ง ลิ้นของผู้ทำบาปถูกดึงออกมาแล้วถูกวัวไถ ในนรกบางแห่ง หัวใจของผู้ทำบาปถูกเอาออกมาให้ยักษ์กิน ในนรกบางแห่ง มีกระทะน้ำเดือดพล่าน และร่างกายของผู้ทำบาปถูกโยนลงไปต้ม ในนรกบางแห่ง เสาทองแดงถูกเผาจนแดงฉาน ผู้ทำบาปถูกบังคับให้กอดเสานั้น ในนรกบางแห่ง ไฟไล่ล่าและเผาผลาญผู้ทำบาป ในนรกบางแห่ง มีแต่ความหนาวเหน็บจัดและน้ำแข็ง ในนรกบางแห่ง เต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะ ในนรกบางแห่ง ตะบองหนามบินว่อนไปทั่ว ในนรกบางแห่ง หอกเพลิงมากมายถูกแทงใส่ผู้ทำบาป ในนรกบางแห่ง หน้าอกและหลังของผู้ทำบาปถูกทุบตีไม่หยุดหย่อน ในนรกบางแห่ง เฉพาะมือและเท้าเท่านั้นถูกเผา ในนรกบางแห่ง งูเหล็กรัดพันผู้ทำบาป ในนรกบางแห่ง สุนัขเหล็กถูกปล่อยไล่กัด ในนรกบางแห่ง ผู้ทำบาปถูกเทียมลาเหล็ก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในนรกบางแห่ง ลิ้นของผู้ทำบาปถูกดึงออกมาแล้วถูกวัวไถกลับไปกลับมา เหมือนไถนาฉันนั้น ในนรกบางแห่ง หัวใจของผู้ทำบาปถูกฉีกออกมาให้ยักษ์ (อสูรดุร้ายชนิดหนึ่ง) กิน ในนรกบางแห่ง มีกระทะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำร้อนเดือดพล่าน ผู้ทำบาปถูกโยนลงไปต้มทั้งเป็น ในนรกบางแห่ง เสาทองแดงถูกเผาจนเรืองแสงแดงฉาน ผู้ทำบาปถูกบังคับให้กอดเสานั้น ในนรกบางแห่ง ไฟไล่ล่าและเผาผลาญผู้ทำบาปอย่างไม่หยุดหย่อน ในนรกบางแห่ง มีแต่น้ำแข็งเยือกเย็น ในนรกบางแห่ง เต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะอันเหม็นสกปรก ในนรกบางแห่ง อาวุธหนามแหลมบินว่อนไปทั่ว ในนรกบางแห่ง หอกเพลิงมากมายแทงใส่ผู้ทำบาปพร้อมกัน ในนรกบางแห่ง หน้าอกและหลังของผู้ทำบาปถูกทุบตีอย่างไม่หยุดหย่อน ในนรกบางแห่ง เฉพาะมือและเท้าเท่านั้นที่ถูกเผา ในนรกบางแห่ง งูเหล็กรัดพันกายผู้ทำบาป ในนรกบางแห่ง สุนัขเหล็กถูกปล่อยออกมาไล่กัดผู้ทำบาป ในนรกบางแห่ง ผู้ทำบาปถูกบังคับให้ขี่ลาเหล็กและทนทุกข์ทรมาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา ผลกรรมเช่นนี้ — ในนรกแต่ละแห่ง มีเครื่องมือลงโทษตามกรรมหลายร้อยหลายพันชิ้น ล้วนทำจากทองแดง เหล็ก หิน หรือไฟเท่านั้น วัสดุทั้งสี่นี้ล้วนถูกเรียกมาจากกรรมชั่วที่สะสมร่วมกันของสรรพสัตว์ หากข้าพเจ้าจะกล่าวถึงผลกรรมของนรกภูมิโดยละเอียด ในนรกแต่ละแห่งยังมีความทุกข์ทรมานอีกหลายร้อยหลายพันชนิด — ยิ่งเมื่อนรกมีมากมายเพียงนี้! บัดนี้ ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและตามที่ท่านผู้เมตตาสอบถาม ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวถึงโดยสังเขป หากข้าพเจ้าจะอธิบายทั้งหมดโดยละเอียด แม้ใช้เวลาทั้งกัปก็ยังไม่เพียงพอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านผู้เมตตา การลงโทษเช่นนี้ — ในนรกแต่ละแห่ง มีเครื่องมือที่ใช้ทรมานผู้ทำบาปหลายร้อยหลายพันชิ้น ล้วนทำจากทองแดง เหล็ก หิน และไฟเท่านั้น วัสดุทั้งสี่นี้ล้วนเกิดขึ้นจากกรรมชั่วที่สะสมร่วมกันของสรรพสัตว์ หากข้าพเจ้าจะพรรณนาถึงการลงโทษในนรกอย่างละเอียดถี่ถ้วน นรกแต่ละแห่งมีความทุกข์ทรมานอีกหลายร้อยหลายพันชนิด — แล้วยิ่งนรกมีมากมายเพียงนี้! ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้า และเพราะท่านผู้เมตตาได้สอบถาม ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวถึงโดยสังเขป หากจะอธิบายทุกอย่างโดยละเอียด แม้ใช้เวลาหลายกัป (ช่วงเวลาอันยาวนานมาก) ก็ยังไม่เพียงพอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บทท-6-การสรรเสรญของพระตถาคต&#34;&gt;บทที่ 6: การสรรเสริญของพระตถาคต
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter2-6.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระศากยมุนีพุทธเจ้าเปล่งแสงสว่างอันเจิดจ้าไปทั่ว สรรเสริญและยกย่องอานุภาพอันน่าเกรงขามและอานิสงส์อันไม่อาจจินตนาการได้ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระผู้มีพระภาคเปล่งรัศมีอันยิ่งใหญ่จากพระวรกายทั้งหมด ส่องสว่างไปยังพุทธเกษตรจำนวนมากมายประดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาหลายแสนล้านสาย พระองค์ประกาศด้วยพระสุรเสียงอันกึกก้องแก่พระโพธิสัตว์มหาสัตว์ทั้งปวง เทวดา นาค ภูตผี วิญญาณ มนุษย์ และอมนุษย์ทั้งหลายในพุทธเกษตรทุกแห่งว่า &amp;ldquo;จงฟัง ในวันนี้ เราจะสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ ผู้แสดงอานุภาพอันน่าเกรงขามและความเมตตากรุณาอันไม่อาจจินตนาการได้ตลอดทั่วทศทิศ เพื่อช่วยเหลือและปกป้องสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานจากบาปกรรม หลังจากเราเข้าสู่นิพพานแล้ว พวกเธอทั้งหลาย — โพธิสัตว์ มหาสัตว์ เทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณ — จงใช้ทุกอุบายอันแยบคายเพื่อปกป้องพระสูตรนี้ เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งปวงบรรลุสุขแห่งนิพพาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พระพุทธเจ้า (พระผู้มีพระภาค) เปล่งรัศมีอันรุ่งเรืองยิ่งนักจากพระวรกายทั้งหมด ส่องสว่างไปยังพุทธเกษตรจำนวนมากมายประดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันกึกก้องแก่พระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย เทวดา นาค ภูตผี วิญญาณ มนุษย์ และอมนุษย์ทุกชนิดในพุทธเกษตรทุกแห่งว่า &amp;ldquo;จงฟังให้ดี! ในวันนี้ เราจะสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ผู้แสดงอานุภาพอันน่าเกรงขามและความเมตตากรุณาอันไม่อาจจินตนาการได้ตลอดทั่วทศทิศ เพื่อช่วยเหลือและปกป้องสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมาน หลังจากเราจากโลกนี้ไป (เข้าสู่นิพพาน) พวกเธอ — โพธิสัตว์ เทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณ — จงหาทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพระสูตรนี้ เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งปวงบรรลุนิพพาน — สภาวะแห่งความสงบสุขและหลุดพ้นอันเป็นนิรันดร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากพระดำรัสนี้ พระโพธิสัตว์องค์หนึ่งในที่ประชุมนามว่า พระผู้กว้างขวาง (ปูกวาง) ได้ประนมมือกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;บัดนี้ พวกข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่าทรงมีอานุภาพอันน่าเกรงขามและคุณธรรมอันไม่อาจจินตนาการได้เช่นนี้ ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดประกาศเหตุแห่งกรรมและผลแห่งกรรมที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อำนวยประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในภูมิสวรรค์และมนุษย์ เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในยุคพระธรรมเสื่อมในอนาคต เพื่อให้บริษัทแปดแห่งเทวดาและนาค ตลอดจนสรรพสัตว์ในอนาคต จะได้น้อมรับพระดำรัสของพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสจบ พระโพธิสัตว์องค์หนึ่งในที่ประชุมนามว่า ปูกวาง (ผู้กว้างขวาง) ได้ประนมมือกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;พวกข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อย่างสูงส่ง ตรัสว่าพระองค์ทรงมีอานุภาพอันน่าเกรงขามอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจจินตนาการได้เช่นนี้ หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงอธิบายแก่สรรพสัตว์ในยุคพระธรรมเสื่อมในอนาคตว่า พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อำนวยประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในภูมิสวรรค์และมนุษย์อย่างไร และตรัสถึงเหตุแห่งกรรมและผลแห่งกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริษัทแปดแห่งเทวดาและนาค (เหล่าเทพผู้คุ้มครองพระธรรมในสวรรค์) และสรรพสัตว์ในอนาคตทั้งปวง จะได้น้อมรับคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระโพธิสัตว์ปูกวางและบริษัทสี่ว่า &amp;ldquo;จงตั้งใจฟัง! จงตั้งใจฟัง! บัดนี้ เราจะกล่าวถึงกุศลกรรมที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์นำพรและประโยชน์มาสู่ภูมิมนุษย์และสวรรค์โดยสังเขป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าจึงตรัสแก่พระโพธิสัตว์ปูกวางและผู้ฟังทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นั้นว่า &amp;ldquo;จงฟังให้ดี! จงฟังให้ดี! บัดนี้ เราจะบอกท่านโดยสังเขปว่า พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์นำพรและประโยชน์มาสู่สรรพสัตว์ในภูมิมนุษย์และสวรรค์อย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ปูกวางตอบว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค! พวกข้าพระองค์ยินดียิ่งที่จะสดับฟัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระโพธิสัตว์ปูกวางตอบว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค! พวกข้าพระองค์ยินดียิ่งที่จะสดับฟัง!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระโพธิสัตว์ปูกวางว่า &amp;ldquo;ในอนาคตกาล หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ แล้วประนมมือนมัสการ หรือสรรเสริญ หรือกราบไหว้ หรือรักใคร่ชื่นชม บุคคลนั้นจะล้างบาปที่สะสมมาตลอดสามสิบกัปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระโพธิสัตว์ปูกวางว่า &amp;ldquo;ในอนาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ — ไม่ว่าจะประนมมือ สรรเสริญ กราบไหว้ หรือเพียงแค่ชื่นชมในใจ — บุคคลนั้นจะสามารถลบล้างบาปที่สะสมมาตลอดสามสิบกัป (ช่วงเวลาอันยาวนานจนไม่อาจจินตนาการ) ได้!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปูกวาง หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดวาดพระรูปของพระโพธิสัตว์องค์นี้ หรือสร้างพระรูปจากดิน หิน รัก ทอง เงิน ทองแดง หรือเหล็ก แล้วเพียงแค่เพ่งมองครั้งหนึ่งและกราบไหว้ครั้งหนึ่ง บุคคลนั้นจะได้เกิดในสวรรค์ดาวดึงส์ถึงหนึ่งร้อยครั้ง และจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิเลย แม้เมื่อบุญสวรรค์หมดลงและลงมาเกิดในโลกมนุษย์ ก็ยังจะได้เป็นพระราชา และจะไม่สูญเสียอานิสงส์อันยิ่งใหญ่เหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปูกวาง หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดวาดพระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือสร้างพระรูปจากดิน หิน รัก ทอง เงิน ทองแดง หรือเหล็ก แล้วเพียงแค่เพ่งมองครั้งหนึ่งและกราบไหว้ครั้งหนึ่ง บุคคลนั้นจะได้เกิดในสวรรค์ดาวดึงส์ (สถานที่อันงดงามวิเศษบนสวรรค์) ถึงหนึ่งร้อยครั้ง และจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิ คือ นรก เปรต หรือสัตว์เดรัจฉาน แม้เมื่อบุญสวรรค์หมดลงและลงมาเกิดในโลกมนุษย์ ก็จะได้เป็นพระราชา — จะไม่สูญเสียอานิสงส์อันยิ่งใหญ่เหล่านี้เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากมีสตรีผู้ไม่พอใจในเพศหญิงของตน และตั้งใจถวายเครื่องสักการะต่อพระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อย่างจริงจัง — ไม่ว่าจะเป็นรูปวาดหรือรูปปั้นจากดิน หิน รัก ทองแดง หรือเหล็ก — กระทำอย่างเพียรมั่นวันแล้ววันเล่าไม่ขาด ถวายดอกไม้ ธูปเทียน อาหาร เสื้อผ้า ผ้าแพรสี ธงทิว เงินทอง และเพชรพลอยอันมีค่าอยู่เสมอ กุลธิดาผู้นี้ เมื่อสิ้นชีวิตในเพศหญิงแล้ว จะไม่ต้องเกิดเป็นหญิงอีกตลอดหลายแสนหลายหมื่นกัป นับประสาอะไรที่จะต้องรับเพศหญิงอีก เว้นแต่ด้วยอำนาจแห่งปณิธานเมตตากรุณาของนาง เลือกที่จะเกิดเป็นหญิงเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ — ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายสักการะต่อพระกษิติครรภ์และบุญกุศลที่สั่งสม ตลอดหลายแสนหลายหมื่นกัปจะไม่ต้องรับเพศหญิง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากสตรีผู้ใดไม่พอใจในเพศหญิงของตน และตั้งใจถวายเครื่องสักการะต่อพระรูปวาดหรือพระรูปปั้นของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อย่างจริงจัง — ไม่ว่าจะทำจากดิน หิน ทองแดง เหล็ก หรือวัสดุอื่นใด — กระทำทุกวันไม่ขาด ถวายดอกไม้สด ธูปเทียน อาหาร เสื้อผ้า ผ้าแพรสี ธงทิว เงินทอง และเพชรพลอยอันมีค่าอยู่เสมอ กุลธิดาผู้นี้ เมื่อสิ้นชีวิตในเพศหญิงแล้ว จะไม่ต้องเกิดเป็นหญิงอีกตลอดหลายแสนหลายหมื่นกัป นับประสาอะไรที่จะต้องทนทุกข์ต่างๆ ของเพศหญิง เว้นแต่นางเองตั้งปณิธานด้วยเมตตากรุณาที่จะรับเพศหญิงเพื่อช่วยเหลือและปลดปล่อยสรรพสัตว์ — ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายสักการะต่อพระกษิติครรภ์และบุญกุศลที่สั่งสม ตลอดหลายแสนหลายหมื่นกัปนางไม่จำเป็นต้องเป็นหญิงอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากมีสตรีผู้ไม่พอใจในรูปลักษณ์ของตนหรือป่วยไข้มากมาย หากนางเพ่งมองและกราบไหว้พระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยใจจริง แม้เพียงชั่วเวลาฉันอาหารมื้อหนึ่ง ตลอดหลายพันหลายหมื่นกัป ไม่ว่าจะเกิดในที่ใด รูปลักษณ์ของนางจะงดงามสมบูรณ์ หากสตรีผู้ไม่งามนี้ไม่รังเกียจการเป็นหญิง ตลอดหลายแสนล้านชาติ นางจะได้เกิดเป็นเจ้าหญิง พระราชินี ธิดาอัครมหาเสนาบดี ธิดาตระกูลสูง หรือธิดาของมหาเศรษฐี — ทุกชาติเกิดมาด้วยรูปลักษณ์อันสง่างามและสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้เพราะนางเพ่งมองและกราบไหว้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยใจจริง จึงได้รับอานิสงส์เช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากสตรีผู้ใดรู้สึกว่าตนไม่งามหรือป่วยไข้มากมาย ตราบใดที่นางเพ่งมองและกราบไหว้พระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยใจจริง — แม้เพียงชั่วเวลาฉันอาหารมื้อหนึ่ง — ตลอดหลายพันหลายหมื่นกัปในอนาคตชาติ รูปลักษณ์ของนางจะกลายเป็นงดงามและสง่า หากสตรีผู้เคยไม่งามนี้ไม่รังเกียจการเป็นหญิง ตลอดหลายแสนล้านชาติ นางจะมักได้เกิดเป็นเจ้าหญิง พระราชินี ธิดาข้าราชการชั้นสูง หรือธิดาของตระกูลร่ำรวยมีชื่อเสียง ทุกชาติเกิดมาด้วยรูปลักษณ์อันงดงามเพริศแพร้ว ทั้งนี้เป็นเพราะนางกราบไหว้พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยใจจริง จึงได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่เช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดสามารถบรรเลงดนตรี ขับร้องบทสรรเสริญ ถวายธูปเทียนและดอกไม้ต่อหน้าพระรูปของพระโพธิสัตว์ หรือแม้แต่ชักชวนคนหนึ่งหรือหลายคนให้ทำเช่นเดียวกัน — บุคคลเหล่านั้น ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า จะมีภูตผีวิญญาณหลายร้อยหลายพันดวงคอยคุ้มครองทั้งกลางวันและกลางคืนเสมอ จะไม่มีข่าวร้ายใดเข้าถึงหูของพวกเขา นับประสาอะไรที่จะประสบเคราะห์ร้ายด้วยตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดสามารถบรรเลงดนตรี ขับร้องบทสรรเสริญ และถวายธูปเทียนดอกไม้ต่อหน้าพระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แม้แต่ชักชวนคนหนึ่งหรือหลายคนให้ทำเช่นเดียวกัน — บุคคลเหล่านั้น ไม่ว่าในปัจจุบันหรืออนาคต จะมีภูตผีวิญญาณหลายร้อยหลายพันดวงคอยคุ้มครองทั้งกลางวันและกลางคืนเสมอ พวกเขาจะไม่แม้แต่ได้ยินเรื่องเคราะห์ร้าย นับประสาอะไรที่จะประสบภัยพิบัติด้วยตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคตกาล หากคนชั่ว ผีชั่ว หรืออสูรชั่วคนใดเห็นกุลบุตรหรือกุลธิดาเคารพสักการะ สรรเสริญ เพ่งมอง และกราบไหว้พระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แล้วเยาะเย้ยและใส่ร้ายอย่างผิดๆ ว่าการบูชาเช่นนี้ไร้ประโยชน์ไม่มีบุญกุศล หรือแยกเขี้ยวหัวเราะเยาะ หรือนินทาลับหลัง หรือชักชวนคนอื่นให้ร่วมนินทาด้วย — ไม่ว่าคนเดียวหรือหลายคน — แม้แต่เพียงเกิดความคิดเยาะเย้ยขึ้นสักครั้งเดียว: บุคคลนั้น แม้เมื่อพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์ในภัทรกัปนี้จะเสด็จเข้าสู่นิพพานหมดแล้ว ก็ยังคงต้องรับผลกรรมจากการเยาะเย้ย ต้องอยู่ในอเวจีนรกทนทุกข์ทรมานอย่างหนักที่สุด เมื่อพ้นกัปนั้นแล้ว จะกลายเป็นเปรต เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งพันกัป จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งพันกัป จึงจะได้เกิดเป็นมนุษย์ — แต่ถึงกระนั้นก็จะยากจนต่ำต้อย อวัยวะไม่สมบูรณ์ จิตใจพันพัวด้วยกรรมชั่ว ไม่นานก็จะตกลงสู่อบายภูมิอีก ดังนั้น ปูกวาง เพียงแค่เยาะเย้ยการถวายสักการะของผู้อื่นยังได้รับผลกรรมเช่นนี้ — หากถึงขั้นมีทิฐิชั่วและมุ่งทำลายศรัทธาของผู้อื่น จะยิ่งหนักหนาสาหัสเพียงใด!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคต หากคนชั่ว ผีชั่ว หรืออสูรชั่วเห็นกุลบุตรกุลธิดาเคารพสักการะ สรรเสริญ และกราบไหว้พระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แล้วเยาะเย้ยและนินทาอย่างผิดๆ ว่าการบูชาเช่นนี้ไร้ประโยชน์ไม่มีบุญกุศล — ไม่ว่าจะแยกเขี้ยวหัวเราะเยาะ พูดลับหลัง ชักชวนคนอื่นให้ร่วมนินทา หรือแม้แต่เพียงเกิดความคิดเยาะเย้ยขึ้นสักครั้งเดียว — บุคคลนั้น แม้เมื่อพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์ในกัปนี้จะเสด็จจากไปหมดแล้ว ก็ยังคงต้องรับผลจากการเยาะเย้ย ต้องอยู่ในอเวจีนรก (นรกที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในบรรดานรกทั้งปวง) ทนทุกข์ทรมานอย่างหนักที่สุด เมื่อพ้นกัปนั้นแล้ว จะกลายเป็นเปรต เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งพันกัป จะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เมื่อผ่านไปอีกหนึ่งพันกัป จึงจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ — แต่ถึงเป็นมนุษย์แล้วก็จะยากจนต่ำต้อย ร่างกายไม่สมบูรณ์ ถูกรบกวนด้วยความคิดอกุศลอยู่เสมอ ไม่นานก็จะตกลงสู่อบายภูมิอีก เห็นไหม ปูกวาง เพียงแค่เยาะเย้ยการถวายสักการะของผู้อื่นยังได้รับผลกรรมอันร้ายแรงเช่นนี้ — หากถึงขั้นมีทิฐิชั่วและพยายามทำลายศรัทธาของผู้อื่น จะยิ่งหนักหนาสาหัสเพียงใด!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคตกาล หากบุรุษหรือสตรีคนใดนอนป่วยเรื้อรังอยู่บนเตียง อยากมีชีวิตก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่ได้ หรือฝันเห็นผีสางอมนุษย์ในยามค่ำคืน เห็นญาติที่ล่วงลับ หรือเดินบนทางอันตราย หรือทุกข์ทรมานจากฝันร้ายและผีอำบ่อยครั้ง ล่องลอยไปกับภูตผีวิญญาณ — เมื่อเวลาผ่านไปเดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า ร่างกายก็ผอมโซซูบลงเรื่อยๆ ร้องครวญด้วยความเจ็บปวดในขณะหลับ ทุกข์ระทมไร้ความสุข ทั้งหมดนี้เป็นเพราะบนเส้นทางแห่งกรรม บัญชีกรรมของพวกเขายังไม่ได้ชำระ น้ำหนักแห่งผลกรรมว่าจะหนักหรือเบายังไม่ได้กำหนด จึงไม่อาจทิ้งชีวิตไปได้ และก็ไม่หายจากโรค ดวงตาของคนธรรมดาไม่อาจหยั่งรู้เรื่องเหล่านี้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคต หากบุรุษหรือสตรีคนใดนอนป่วยเรื้อรังอยู่บนเตียง — อยากมีชีวิตก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่ได้ หรือฝันเห็นผีสาง ญาติที่ล่วงลับ หรือเดินบนทางอันตรายอยู่เสมอในยามค่ำคืน หรือทุกข์ทรมานจากฝันร้ายบ่อยครั้ง ราวกับล่องลอยไปกับภูตผีวิญญาณ — และดำเนินไปเช่นนี้เป็นเวลานานแสนนาน ร่างกายผ่ายผอมอ่อนแอลงเรื่อยๆ ร้องครวญด้วยความเจ็บปวดในขณะหลับ ใช้ชีวิตอย่างทุกข์ระทมไร้ความสุข: ทั้งหมดนี้แท้จริงแล้วเป็นเพราะหนี้กรรมจากการกระทำในอดีตยังไม่ได้ชำระ ผลกรรมที่ต้องรับว่าจะหนักหรือเบายังไม่ได้กำหนด ชีวิตจึงค้างอยู่กลางทาง — ไม่อาจตายไปได้ และก็ไม่อาจฟื้นตัว ดวงตาของคนธรรมดาไม่อาจมองเห็นหรือเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ควรไปสวดพระสูตรนี้ต่อหน้าพระรูปของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ด้วยเสียงดังฟังชัดสักหนึ่งครั้ง หรือนำสิ่งของที่ผู้ป่วยรักหวงแหนที่สุดออกมา — ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของมีค่า สวน หรือบ้านเรือน — แล้วประกาศต่อหน้าผู้ป่วยด้วยเสียงดังว่า &amp;lsquo;ข้าพเจ้า ชื่อนั้นชื่อนี้ ในนามของผู้ป่วยรายนี้ ต่อหน้าพระสูตรและพระรูปเหล่านี้ ขอถวายสิ่งของเหล่านี้ — ไม่ว่าจะเพื่อถวายสักการะต่อพระสูตรและพระรูป หรือสร้างพระรูปพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ หรือสร้างพระสถูปและวัดวาอาราม หรือจุดตะเกียงน้ำมัน หรือถวายแด่พระภิกษุผู้จำพรรษาในอาราม&amp;rsquo; กล่าวคำประกาศนี้สามครั้งต่อหน้าผู้ป่วย ให้แน่ใจว่าผู้ป่วยได้ยินและเข้าใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรสวดพระสูตรนี้ต่อหน้าพระรูปของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ด้วยเสียงดังฟังชัดสักหนึ่งครั้ง หรือนำสิ่งของที่ผู้ป่วยรักหวงแหนที่สุดออกมา — ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของมีค่า สวน หรือบ้านเรือน — แล้วประกาศต่อหน้าผู้ป่วยด้วยเสียงดังว่า &amp;lsquo;ข้าพเจ้า ชื่อนั้นชื่อนี้ ในนามของผู้ป่วยรายนี้ ต่อหน้าพระสูตรและพระรูปเหล่านี้ ขอถวายสิ่งของเหล่านี้ — ไม่ว่าจะเพื่อถวายสักการะต่อพระสูตรและพระรูป หรือสร้างพระรูปพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ หรือสร้างพระสถูปและวัดวาอาราม หรือจุดตะเกียงน้ำมัน หรือถวายแด่พระภิกษุผู้จำพรรษาในอาราม&amp;rsquo; กล่าวสามครั้งให้ผู้ป่วยฟัง ให้แน่ใจว่าผู้ป่วยสามารถได้ยินและเข้าใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ผู้ป่วยจะหมดสติไปแล้วและใกล้จะสิ้นลมหายใจสุดท้าย — แม้จะผ่านไปหนึ่ง สอง สาม สี่ หรือถึงเจ็ดวัน — ก็ยังควรประกาศด้วยเสียงดังและสวดพระสูตรออกเสียง หลังจากบุคคลนั้นเสียชีวิตแล้ว เคราะห์กรรมในอดีตทั้งหมดและบาปหนักทั้งปวง แม้แต่บาปห้าประการที่นำไปสู่ผลกรรมไม่ขาดสาย จะถูกชำระล้างให้หมดสิ้น และไม่ว่าจะเกิดใหม่ในที่ใด จะระลึกชาติได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับกุลบุตรและกุลธิดาที่คัดลอกพระสูตรนี้ด้วยตนเอง หรือสอนผู้อื่นให้คัดลอก หรือปั้นและวาดพระรูปของพระโพธิสัตว์ด้วยตนเอง หรือสอนผู้อื่นให้ทำ — ผลบุญที่ได้รับย่อมจะนำมาซึ่งอานิสงส์อันยิ่งใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ผู้ป่วยจะหมดสติไปแล้วและใกล้จะถึงแก่ความตาย — หรือแม้จะผ่านไปแล้วหนึ่ง สอง สาม สี่ หรือถึงเจ็ดวัน — ครอบครัวก็ยังควรประกาศด้วยเสียงดังและสวดพระสูตรออกเสียง หลังจากบุคคลนั้นจากไปแล้ว บาปหนักทั้งหมดที่สะสมมาในอดีตชาติ แม้แต่อนันตริยกรรมห้าประการ (ความผิดร้ายแรงที่สุดห้าประการ) จะถูกชำระล้างให้หมดสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเกิดใหม่ในที่ใดในอนาคต จะระลึกชาติได้ และหากกุลบุตรกุลธิดาคัดลอกพระสูตรนี้ด้วยตนเอง หรือสอนผู้อื่นให้คัดลอก หรือปั้นและวาดพระรูปของพระโพธิสัตว์ด้วยตนเอง หรือแม้แต่สอนผู้อื่นให้ทำ อานิสงส์ที่ได้รับจะยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ปูกวาง หากท่านเห็นผู้ใดอ่านหรือสวดพระสูตรนี้ หรือแม้แต่เพียงมีความคิดสรรเสริญพระสูตรนี้สักครั้งหนึ่ง หรือแสดงความเคารพต่อพระสูตรนี้ ท่านต้องใช้อุบายอันแยบคายหลายร้อยหลายพันวิธีเพื่อสนับสนุนบุคคลเหล่านั้น กระตุ้นให้พวกเขาเพียรพยายามอย่าท้อถอย เพราะพวกเขาจะได้รับบุญกุศลอันไม่อาจจินตนาการได้นับเป็นพันล้านหมื่นล้าน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ปูกวาง หากท่านเห็นผู้ใดอ่านหรือสวดพระสูตรนี้ — แม้พวกเขาเพียงแค่มีความคิดสรรเสริญพระสูตรนี้สักครั้งหนึ่ง หรือแสดงความเคารพต่อพระสูตรนี้ — ท่านต้องหาทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนพวกเขา บอกพวกเขาให้เพียรพยายามต่อไปอย่าท้อถอย เพราะพวกเขาจะได้รับบุญกุศลอันไม่อาจจินตนาการได้นับเป็นพันล้านหมื่นล้าน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากสรรพสัตว์ในอนาคต ไม่ว่าขณะฝันหรือหลับ เห็นภูตผี วิญญาณ หรือรูปร่างต่างๆ — บางตนดูเศร้า บางตนร้องไห้ บางตนกังวล บางตนถอนหายใจ บางตนกลัว บางตนตกใจ — ทั้งหมดเหล่านี้คือวิญญาณของบิดามารดา บุตรธิดา พี่น้อง คู่ครอง หรือญาติพี่น้องจากหนึ่งชาติ สิบชาติ ร้อยชาติ หรือพันชาติก่อน ที่กำลังติดอยู่ในอบายภูมิไม่สามารถหลุดพ้นได้ ไม่มีที่พึ่งพาอำนาจบุญกุศลเพื่อช่วยปลดปล่อย จึงมาปรากฏแก่ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ หวังว่าพวกเขาจะหาทางช่วยให้หลุดพ้นจากอบายภูมิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากสรรพสัตว์ในอนาคต ไม่ว่าขณะฝันหรือหลับ เห็นภูตผี วิญญาณ หรือรูปร่างแปลกประหลาด — บางตนดูเศร้า บางตนร้องไห้ บางตนกังวล บางตนถอนหายใจ บางตนกลัว บางตนตกใจ — เหล่านี้ที่แท้แล้วคือบิดามารดา พี่น้อง คู่ครอง และญาติพี่น้องจากหนึ่งชาติ สิบชาติ ร้อยชาติ หรือพันชาติก่อน ที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ในอบายภูมิไม่สามารถหลุดพ้นได้ ทั้งไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ จึงมาปรากฏในฝันแก่ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ หวังว่าพวกเขาจะหาทางช่วยให้หลุดพ้นจากสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปูกวาง จงใช้อิทธิฤทธิ์ของท่านนำทางให้ญาติเหล่านี้ไปยังพระรูปของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ แล้วตั้งใจสวดพระสูตรนี้ด้วยตนเอง หรือนิมนต์ผู้อื่นสวดให้ — สามจบหรือเจ็ดจบ เมื่อญาติในอบายภูมิได้ฟังพระสูตรครบตามจำนวนแล้ว ก็จะได้รับการปลดปล่อย และผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จะไม่ฝันเห็นพวกเขาอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปูกวาง จงใช้อิทธิฤทธิ์ของท่านนำทางให้ญาติที่ยังมีชีวิตเหล่านี้ไปยังพระรูปของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ แล้วตั้งใจสวดพระสูตรนี้ด้วยตนเอง หรือนิมนต์ผู้อื่นสวดให้ — สามจบหรือเจ็ดจบ เมื่อสวดครบตามจำนวนแล้ว ญาติที่ทุกข์ทรมานอยู่ในอบายภูมิจะได้รับการปลดปล่อย และนับจากนั้นไป ผู้ที่ยังมีชีวิตจะไม่ฝันเห็นร่างอันเศร้าโศกของพวกเขาอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคตกาล หากมีผู้มีฐานะต่ำต้อย — ไม่ว่าจะเป็นทาสชายทาสหญิง หรือผู้ที่ถูกพรากอิสรภาพ — ที่เข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของตนเกิดจากกรรมในอดีตชาติและปรารถนาจะสำนึกผิด: หากพวกเขาเพ่งมองและกราบไหว้พระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยใจจริง และภายในระยะเวลาหนึ่งถึงเจ็ดวัน สวดพระนามของพระโพธิสัตว์ถึงหนึ่งหมื่นครั้ง เมื่อพ้นผลกรรมในชาตินี้แล้ว ตลอดหลายพันหลายหมื่นชาติ จะได้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ที่เป็นเกียรติเสมอ ไม่ต้องทนทุกข์ในอบายภูมิสามอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคต หากผู้มีฐานะต่ำต้อย — ไม่ว่าจะเป็นทาสชายทาสหญิง หรือผู้ที่สูญเสียอิสรภาพ — เข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นผลจากกรรมในอดีตชาติและปรารถนาจะสำนึกผิด: ตราบใดที่พวกเขาเพ่งมองและกราบไหว้พระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยใจจริง และภายในหนึ่งถึงเจ็ดวัน สวดพระนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ถึงหนึ่งหมื่นครั้ง เมื่อพ้นความทุกข์ในชาตินี้แล้ว ตลอดหลายพันหลายหมื่นชาติ จะได้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์ที่เป็นเกียรติเสมอ ไม่ต้องทนทุกข์ในอบายภูมิสาม — นรก เปรต และสัตว์เดรัจฉาน อีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคตกาลในชมพูทวีป ในหมู่กษัตริย์ พราหมณ์ ผู้อาวุโส คฤหบดี และผู้คนทุกตระกูลทุกสกุล เมื่อมีทารกเกิดใหม่ — ไม่ว่าชายหรือหญิง — ภายในเจ็ดวัน ควรรีบอ่านและสวดพระสูตรอันไม่อาจจินตนาการนี้ และสวดพระนามของพระโพธิสัตว์อีกหนึ่งหมื่นครั้ง หากทารกนี้ ไม่ว่าชายหรือหญิง นำเคราะห์กรรมจากอดีตชาติมาด้วย เคราะห์กรรมนั้นจะถูกชำระล้าง ทารกจะสุขภาพดี มีความสุข เลี้ยงง่าย และมีอายุยืนยาว หากทารกเกิดมาพร้อมบุญกุศลอยู่แล้ว ความสงบสุขและอายุยืนก็จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคตในโลกมนุษย์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวพระราชา ครอบครัวนักบวช ครอบครัวร่ำรวย ครอบครัวปราชญ์ หรือผู้ใดก็ตามทุกตระกูลทุกสกุล — เมื่อมีทารกเกิดใหม่ ไม่ว่าชายหรือหญิง ภายในเจ็ดวันหลังทารกคลอด ควรรีบอ่านและสวดพระสูตรอันไม่อาจจินตนาการนี้ และสวดพระนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์หนึ่งหมื่นครั้งเพื่อทารก หากทารกนี้นำกรรมชั่วจากอดีตชาติมาด้วย กรรมนั้นจะถูกชำระล้าง และทารกจะสุขภาพดี มีความสุข เลี้ยงดูง่าย และมีอายุยืนยาว หากทารกเกิดมาพร้อมบุญวาสนาอยู่แล้ว ความสุขและอายุยืนก็จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง หากสรรพสัตว์ในอนาคตถือศีลในวันธรรมสวนะสิบวันของแต่ละเดือน — ได้แก่ วันที่หนึ่ง วันที่แปด วันที่สิบสี่ วันที่สิบห้า วันที่สิบแปด วันที่ยี่สิบสาม วันที่ยี่สิบสี่ วันที่ยี่สิบแปด วันที่ยี่สิบเก้า และวันที่สามสิบ — ในวันเหล่านี้ บาปกรรมจะถูกบันทึกและตัดสินความร้ายแรง สรรพสัตว์ในชมพูทวีป ทุกการกระทำทุกความคิด ล้วนสร้างกรรมและก่อบาปทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับผู้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม และพูดปด กระทำผิดนับร้อยนับพัน หากพวกเขาสามารถสวดพระสูตรนี้สักหนึ่งครั้งในวันธรรมสวนะสิบวันนี้ ต่อหน้าพระรูปของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และพระอริยสงฆ์ ภายในระยะร้อยโยชน์ทุกทิศทาง — ตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ — จะไม่มีภัยพิบัติหรือเคราะห์ร้ายใดๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ปูกวาง ในอนาคต ในวันที่หนึ่ง วันที่แปด วันที่สิบสี่ วันที่สิบห้า วันที่สิบแปด วันที่ยี่สิบสาม วันที่ยี่สิบสี่ วันที่ยี่สิบแปด วันที่ยี่สิบเก้า และวันที่สามสิบของแต่ละเดือน — เหล่านี้คือวันที่บาปกรรมจะถูกบันทึกและตัดสินความร้ายแรง สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ ทุกการกระทำทุกความคิด อาจกำลังสร้างกรรมและก่อบาปอยู่ นับประสาอะไรกับผู้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ทำชั่ว และพูดปด กระทำผิดนับร้อยนับพัน หากพวกเขาสามารถสวดพระสูตรนี้สักหนึ่งครั้งในวันธรรมสวนะสิบวันนี้ ต่อหน้าพระรูปของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ และพระอริยสงฆ์ ภายในระยะร้อยโยชน์ (ระยะทางอันไกลยิ่ง) ทุกทิศทาง — ตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ — จะไม่มีภัยพิบัติหรือเคราะห์ร้ายใดๆ เกิดขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในครอบครัวเช่นนี้ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ตลอดหลายร้อยหลายพันปีข้างหน้า จะพ้นจากอบายภูมิตลอดกาล หากในวันธรรมสวนะสิบวันแต่ละวันสวดพระสูตรครั้งหนึ่ง ในชาตินี้ครอบครัวจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่คาดคิด และอาหารเสื้อผ้าจะอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ปูกวาง พึงทราบเถิดว่า พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงมีอานุภาพอันน่าเกรงขามอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจพรรณนาได้ นับเป็นแสนล้านหมื่นล้าน เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกทุกคนในครอบครัวนี้ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ จะพ้นจากอบายภูมิตลอดหลายร้อยหลายพันปีข้างหน้า หากสวดพระสูตรครั้งหนึ่งในวันธรรมสวนะสิบวันแต่ละวัน ในชาตินี้ทั้งครอบครัวจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่ไม่คาดคิด และอาหารเสื้อผ้าจะอุดมสมบูรณ์เหลือเฟือ ดังนั้น ปูกวาง ท่านพึงทราบเถิดว่า พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงมีอานุภาพอันน่าเกรงขามอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจพรรณนาได้ นับเป็นแสนล้านหมื่นล้าน ทั้งหมดเพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสัตว์ในชมพูทวีปมีสายสัมพันธ์ทางกรรมอันลึกซึ้งกับพระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ หากสรรพสัตว์เหล่านี้ได้ยินพระนามของพระโพธิสัตว์ ได้เห็นพระรูปของพระโพธิสัตว์ หรือแม้แต่ได้ยินเพียงสามหรือห้าคำจากพระสูตรนี้ หรือเพียงคาถาหนึ่ง หรือประโยคหนึ่ง พวกเขาจะได้รับความสงบสุขอันพิเศษในปัจจุบัน และตลอดหลายแสนหลายหมื่นชาติข้างหน้า จะเกิดมาด้วยรูปลักษณ์อันงดงามในตระกูลสูงศักดิ์ที่เป็นเกียรติเสมอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์มีสายสัมพันธ์ทางกรรมอันลึกซึ้งยิ่งกับพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่องค์นี้ ตราบใดที่พวกเขาได้ยินพระนามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ได้เห็นพระรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือแม้แต่ได้ยินเพียงสามหรือห้าคำจากพระสูตรนี้ หรือเพียงคาถาหนึ่ง หรือประโยคหนึ่ง พวกเขาจะรู้สึกสงบสุขอันพิเศษในปัจจุบัน และตลอดหลายแสนหลายหมื่นชาติในอนาคต จะเกิดมาด้วยรูปลักษณ์อันงดงามสง่า ในตระกูลสูงศักดิ์ที่เป็นเกียรติเสมอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระโพธิสัตว์ปูกวาง เมื่อได้สดับพระตถาคตสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แล้ว จึงคุกเข่าข้างหนึ่ง ประนมมือ และกราบทูลพระพุทธเจ้าอีกครั้งว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ทราบมาเนิ่นนานแล้วว่าพระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ทรงมีอิทธิฤทธิ์และมหาปณิธานอันไม่อาจจินตนาการได้เช่นนี้ ข้าพระองค์กราบทูลถามพระตถาคตก็เพื่อให้สรรพสัตว์ในอนาคตจะได้ทราบถึงอานิสงส์เหล่านี้ ข้าพระองค์น้อมรับพระธรรมเทศนาด้วยความเคารพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ หลังจากได้สดับพระพุทธเจ้าสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์แล้ว พระโพธิสัตว์ปูกวางจึงคุกเข่าข้างหนึ่ง ประนมมือ และกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ที่จริงแล้ว ข้าพระองค์ทราบมาเนิ่นนานแล้วว่าพระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ทรงมีอิทธิฤทธิ์และมหาปณิธานอันไม่อาจจินตนาการได้เช่นนี้ ข้าพระองค์กราบทูลถามพระตถาคตก็เพื่อให้สรรพสัตว์ในอนาคตจะได้ทราบถึงอานิสงส์เหล่านี้ ข้าพระองค์น้อมรับพระธรรมเทศนาด้วยความเคารพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระสูตรนี้ควรเรียกว่าอะไร และข้าพระองค์ควรเผยแผ่อย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระสูตรนี้ควรเรียกว่าอะไร? และข้าพระองค์ควรเผยแผ่อย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่ปูกวางว่า &amp;ldquo;พระสูตรนี้มีสามชื่อ: ชื่อแรกคือ &amp;lsquo;ปณิธานในอดีตของพระกษิติครรภ์&amp;rsquo; ชื่อที่สองคือ &amp;lsquo;กรรมในอดีตของพระกษิติครรภ์&amp;rsquo; และชื่อที่สามคือ &amp;lsquo;พระสูตรว่าด้วยพลังปณิธานของพระกษิติครรภ์&amp;rsquo; เนื่องจากพระโพธิสัตว์องค์นี้ตั้งแต่อดีตกาลอันไกลโพ้น ได้ตั้งมหาปณิธานอันยิ่งใหญ่เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์ ดังนั้นท่านจึงควรเผยแผ่พระสูตรนี้ตามปณิธานของพระองค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่ปูกวางว่า &amp;ldquo;พระสูตรนี้มีสามชื่อ: ชื่อแรกคือ &amp;lsquo;ปณิธานในอดีตของพระกษิติครรภ์&amp;rsquo; ชื่อที่สองคือ &amp;lsquo;กรรมในอดีตของพระกษิติครรภ์&amp;rsquo; และชื่อที่สามคือ &amp;lsquo;พระสูตรว่าด้วยพลังปณิธานของพระกษิติครรภ์&amp;rsquo; เนื่องจากพระโพธิสัตว์องค์นี้ตั้งแต่อดีตอันไกลโพ้น ได้ตั้งมหาปณิธานอันยิ่งใหญ่เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์ ท่านจึงควรเผยแผ่พระสูตรนี้ตามปณิธานของพระองค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้สดับดังนั้นแล้ว ปูกวางจึงประนมมือ กราบด้วยความเคารพ แล้วถอยออกไป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้สดับดังนั้นแล้ว พระโพธิสัตว์ปูกวางจึงประนมมือ กราบด้วยความเคารพ แล้วถอยออกไปยืนข้างหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บทท-7-การอำนวยประโยชนแกผเปนและผตาย&#34;&gt;บทที่ 7: การอำนวยประโยชน์แก่ผู้เป็นและผู้ตาย
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter2-7.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตักเตือนสรรพสัตว์ให้เจริญเมตตาและทำบุญกุศลเพื่อญาติที่ใกล้ตายหรือล่วงลับ เพื่อบรรเทาภาระทางกรรมและช่วยให้บรรลุการหลุดพ้น&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สังเกตว่าสรรพสัตว์ในชมพูทวีป ทุกความคิดทุกการขยับของจิต ล้วนสร้างแต่บาปทั้งสิ้น แม้บังเอิญได้รับผลบุญกุศลบ้าง ก็มักถอยจากเจตนาดีเดิม แต่หากพบกับเหตุปัจจัยอันไม่ดี ความคิดชั่วกลับเพิ่มทวีทุกขณะ บุคคลเช่นนี้เปรียบเสมือนผู้เดินฝ่าโคลนเลนลึกโดยแบกหินหนักไว้บนหลัง — ยิ่งเดินก็ยิ่งเหนื่อยล้าและหนักอึ้ง จมลึกลงทุกก้าว หากโชคดีพบกัลยาณมิตรผู้ช่วยแบ่งเบาภาระ หรือแม้แต่รับภาระทั้งหมดแทน — เพราะกัลยาณมิตรนี้มีกำลังมาก ค้ำจุนและกระตุ้นให้ยืนหยัดมั่นคง — เมื่อถึงพื้นราบแล้ว ควรจดจำเส้นทางอันตรายที่ผ่านมาให้ดี และอย่าเดินทางนั้นอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สังเกตว่าสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ ทุกความคิดเดียว เกือบจะสร้างแต่บาปทั้งสิ้น แม้บังเอิญได้รับผลบุญกุศลบ้าง ก็สูญเสียเจตนาดีเดิมได้ง่ายดาย แต่เมื่อพบเหตุปัจจัยอันไม่ดี ความคิดชั่วกลับผุดขึ้นมาทีละอย่างไม่หยุด บุคคลเช่นนี้เปรียบเสมือนนักเดินทางที่ลุยไปบนทางโคลนเลนโดยแบกหินหนักไว้บนหลัง — ยิ่งเดินก็ยิ่งเหนื่อยล้า และยิ่งจมลึก หากโชคดีพบกัลยาณมิตร (&amp;lsquo;มิตรทางธรรม&amp;rsquo;) ผู้ช่วยแบ่งเบาภาระ หรือแม้แต่รับภาระทั้งหมดแทน — เพราะกัลยาณมิตรนี้มีกำลังมาก ค้ำจุนและให้กำลังใจให้ยืนหยัดมั่นคง — เมื่อถึงพื้นราบแล้ว ควรจดจำเส้นทางอันตรายที่ผ่านมา และอย่าเดินทางนั้นอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค สรรพสัตว์ที่เคยชินกับการทำชั่ว เริ่มต้นจากความผิดเล็กน้อยที่สุด แล้วสะสมจนกลายเป็นมากมายนับไม่ถ้วน เมื่อสรรพสัตว์เหล่านี้ใกล้จะถึงแก่ความตาย บิดามารดาและครอบครัวควรทำบุญกุศลแทนเพื่อให้หนทางข้างหน้าง่ายขึ้น — ด้วยการแขวนธงและเพดานผ้า จุดตะเกียงน้ำมัน อ่านและสวดพระสูตร ถวายเครื่องสักการะต่อพระรูปพระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์ หรือสวดพระนามของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ หรือพระปัจเจกพุทธเจ้า แม้เพียงพระนามเดียว หากเข้าถึงหูของผู้ใกล้ตายหรือเข้าถึงจิตวิญญาณพื้นฐานของเขาก็เพียงพอ แม้สรรพสัตว์เหล่านี้จะทำความชั่วอย่างหนักและตามกฎแห่งกรรมควรตกลงสู่อบายภูมิ แต่เพราะครอบครัวได้สร้างเหตุอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้แทนเขาในขณะใกล้ตาย บาปทั้งปวงจะถูกชำระล้างหมดสิ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค สรรพสัตว์ที่เคยชินกับการทำชั่ว — ความผิดของพวกเขาเริ่มต้นจากการกระทำเล็กน้อยที่สุด แล้วค่อยๆ สะสมจนนับไม่ถ้วน เมื่อสรรพสัตว์เหล่านี้ใกล้จะตาย บิดามารดาและสมาชิกในครอบครัวควรทำความดีสั่งสมบุญกุศลแทน เพื่อให้หนทางข้างหน้าง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น แขวนธงและเพดานผ้า จุดตะเกียงน้ำมัน อ่านและสวดพระสูตร ถวายเครื่องสักการะต่อพระรูปพระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์ หรือสวดพระนามของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ หรือพระปัจเจกพุทธเจ้า (ผู้บรรลุการตรัสรู้ด้วยตนเอง) แม้เพียงพระนามเดียว — ตราบใดที่หูของผู้ใกล้ตายได้ยิน หรือจิตส่วนลึกของเขารับรู้ได้ — ก็เพียงพอแล้ว แม้สรรพสัตว์เหล่านี้จะทำความชั่วอย่างหนักและตามกฎแห่งกรรมควรตกลงสู่อบายภูมิ แต่เพราะครอบครัวได้สร้างเหตุอันศักดิ์สิทธิ์แทนเขาในขณะใกล้ตาย บาปเหล่านั้นจะถูกชำระล้างหมดสิ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น หากครอบครัวสามารถทำบุญกุศลอย่างกว้างขวางภายในสี่สิบเก้าวันหลังจากผู้นั้นเสียชีวิต พวกเขาจะสามารถทำให้สรรพสัตว์เหล่านี้พ้นจากอบายภูมิตลอดกาล และได้เกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ ได้รับความสุขอันสูงสุดประเสริฐ และสมาชิกในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่เองก็จะได้รับอานิสงส์อันมหาศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากครอบครัวสามารถทำความดีมากมายในระหว่างสี่สิบเก้าวันหลังจากผู้นั้นเสียชีวิตด้วย สรรพสัตว์ผู้ล่วงลับเหล่านี้จะพ้นจากอบายภูมิตลอดกาล และได้เกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ ได้รับความสุขอันวิเศษ สมาชิกในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะได้รับอานิสงส์อันไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ข้าพระองค์จึงขอประกาศ ณ เบื้องพระพักตร์พระพุทธเจ้าพระผู้มีพระภาค และต่อหน้าบริษัทแปดแห่งเทวดา นาค มนุษย์ และอมนุษย์ว่า ข้าพระองค์ขอวิงวอนสรรพสัตว์ในชมพูทวีป: เมื่อสมาชิกในครอบครัวใกล้จะถึงแก่ความตาย อย่าได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นอันขาด อย่าได้สร้างเหตุปัจจัยอันไม่ดี อย่าได้บูชาภูตผี และอย่าได้เชิญมารร้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ข้าพระองค์จึงขอประกาศ ณ เบื้องพระพักตร์พระพุทธเจ้า ต่อหน้าบริษัทแปดแห่งเทวดาและนาค และต่อหน้ามนุษย์และอมนุษย์ทั้งหลายว่า ข้าพระองค์ขอวิงวอนสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเรา: เมื่อสมาชิกในครอบครัวใกล้จะตาย ท่านต้องไม่ฆ่าสิ่งมีชีวิตใดเด็ดขาด ต้องไม่ทำกรรมชั่ว ต้องไม่บูชาภูตผี และต้องไม่เชิญมารร้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เพราะการฆ่าสัตว์และการบูชาเหล่านั้นไม่อาจช่วยผู้ล่วงลับได้แม้แต่น้อย — มันเพียงสร้างพันธนาการแห่งกรรมเท่านั้น ทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น แม้ผู้ล่วงลับจะมีบุญกุศลพอที่จะเกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ในชาติหน้าหรือชาตินี้ แต่กรรมชั่วที่ครอบครัวทำในขณะใกล้ตายกลับสร้างภาระและความล่าช้าเพิ่มเติมในการพิจารณาของยมบาล ทำให้การเกิดในสุคติของผู้ล่วงลับล่าช้าออกไป ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ใกล้ตายไม่เคยสร้างกุศลแม้แต่น้อยตลอดชีวิต ต่างคนต่างต้องเผชิญกรรมของตนและรับผลในอบายภูมิ — แล้วครอบครัวจะทนซ้ำเติมกรรมชั่วให้พวกเขาได้อย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุใด? เพราะการฆ่าสัตว์และการบูชาทั้งหมดนั้นไม่อาจช่วยผู้ล่วงลับได้แม้แต่น้อย — มันเพียงสร้างพันธนาการแห่งกรรม ทำให้เรื่องยิ่งเลวร้ายลง แม้ผู้ล่วงลับจะมีบุญกุศลเพียงพอที่จะเกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ในชาติหน้าหรือชาตินี้ กรรมชั่วที่ครอบครัวทำในขณะใกล้ตายกลับเพิ่มปัญหาในระหว่างการตัดสินในยมโลก ทำให้การเกิดในสุคติของผู้ล่วงลับล่าช้าออกไป ยิ่งเลวร้ายกว่านั้นสำหรับผู้ที่ใกล้ตายและไม่เคยทำความดีแม้แต่ครั้งเดียวตลอดชีวิต! ตามกรรมของตนเอง พวกเขาก็ถูกกำหนดให้ไปสู่อบายภูมิอยู่แล้ว — แล้วครอบครัวจะทนซ้ำเติมกรรมชั่วให้พวกเขาได้อย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เปรียบเสมือนคนที่เดินทางมาจากแดนไกล อดอาหารมาสามวัน แบกสัมภาระหนักกว่าร้อยชั่ง แล้วเมื่อพบเพื่อนบ้าน แทนที่จะได้รับการช่วยเหลือ กลับถูกเพิ่มสิ่งของขึ้นไปอีก — ทำให้ยิ่งเหนื่อยล้าและลำบากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยกอุปมาให้ฟัง ลองจินตนาการถึงคนที่เดินทางมาจากที่ไกลแสนไกล อดอาหารมาสามวัน แบกสัมภาระหนักกว่าร้อยชั่งไว้บนหลัง — เหนื่อยล้าและหิวโหยอย่างที่สุด แล้วไปพบเพื่อนบ้านที่แทนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระ กลับเพิ่มสิ่งของขึ้นไปบนหลังอีก ลองคิดดูว่าจะยิ่งเหนื่อยล้าและทุกข์ทรมานเพียงใด?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สังเกตว่าสรรพสัตว์ในชมพูทวีป หากพวกเขาสามารถทำความดีตามคำสอนของพระพุทธเจ้า — แม้เพียงบุญเล็กน้อยเท่าเส้นผม เท่าหยดน้ำ เท่าเม็ดทราย หรือเท่าอณูธุลี — ทุกส่วนของบุญกุศลเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเป็นประโยชน์แก่ตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สังเกตว่าสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเรา หากพวกเขาสามารถทำความดีตามคำสอนของพระพุทธเจ้า — แม้เพียงบุญเล็กเท่าเส้นผม เท่าหยดน้ำ เท่าเม็ดทราย หรือเท่าอณูธุลี — ทุกส่วนของบุญกุศลเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเป็นประโยชน์แก่ตนเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กำลังแสดงธรรมอยู่นั้น มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งในที่ประชุมนามว่า ทะเปียน (มหาวาทะ) — ผู้ซึ่งบรรลุอชาตธรรมมาเนิ่นนานแล้วและปรากฏเป็นผู้อาวุโสเพื่อสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ตลอดทศทิศ — ประนมมือด้วยความเคารพและถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านมหาสัตว์ เมื่อสรรพสัตว์ในชมพูทวีปเสียชีวิตแล้ว และสมาชิกในครอบครัว — ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ — ทำบุญกุศล ถวายภัตตาหาร และสร้างกุศลกรรมทั้งปวง ผู้ล่วงลับจะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่และการหลุดพ้นจริงหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กำลังตรัสอยู่นั้น มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งในที่ประชุมนามว่า ทะเปียน (มหาวาทะ) — ผู้ซึ่งที่จริงแล้วบรรลุธรรมขั้นสูงมาเนิ่นนานแล้ว และสามารถปรากฏในที่ใดก็ได้เพื่อสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ โดยปรากฏในรูปของผู้อาวุโส ณ ที่นี้ — ประนมมือด้วยความเคารพและถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านพระมหาโพธิสัตว์ เมื่อสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเราเสียชีวิตแล้ว สมาชิกในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ — ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ — ที่ทำบุญกุศล จัดเตรียมภัตตาหารมังสวิรัติ และทำความดีต่างๆ แทนผู้ล่วงลับ จะช่วยให้ผู้จากไปได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่และการหลุดพ้นจริงหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ตอบว่า &amp;ldquo;ท่านผู้อาวุโส ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงเรื่องนี้โดยสังเขป เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคต ท่านผู้อาวุโส เมื่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคตอยู่บนเตียงมรณะ หากพวกเขาได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าสักองค์หนึ่ง พระโพธิสัตว์สักองค์หนึ่ง หรือพระปัจเจกพุทธเจ้าสักองค์หนึ่ง — ไม่ว่าจะมีบาปหรือไม่ — ทั้งหมดจะได้รับการปลดปล่อย แต่หากมีบุรุษหรือสตรีผู้ไม่เคยทำความดีตลอดชีวิตแต่ทำชั่วมากมาย เมื่อเสียชีวิตแล้ว บุญกุศลและกรรมดีใดๆ ที่ครอบครัวทำแทน — ผู้ล่วงลับได้รับเพียงหนึ่งในเจ็ด ส่วนที่เหลืออีกหกในเจ็ดตกเป็นของสมาชิกในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ผู้กระทำ ดังนั้น กุลบุตรและกุลธิดาทั้งหลายในปัจจุบันและอนาคต ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพดี จงเร่งสร้างบุญกุศลเพื่อตนเอง เพราะทุกส่วนของบุญที่ท่านสร้างเป็นของท่านเอง ท้าวมัจจุราชมาโดยไม่มีการนัดหมาย เมื่อตายแล้ว วิญญาณท่องไปในความมืด ไม่รู้ว่าตนมีบาปหรือบุญ ตลอดสี่สิบเก้าวัน เสมือนหนึ่งมึนงงหูหนวก หรือมิฉะนั้นก็ถูกพิจารณาคดีต่อหน้าศาลยมบาลเรื่องกรรมที่ได้กระทำ เมื่อตัดสินแล้ว ก็เกิดใหม่ตามกรรม ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนั้น วิญญาณต้องทนทุกข์ทรมานนับพันนับหมื่น ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่ถูกตัดสินให้ตกลงสู่อบายภูมิ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตอบว่า &amp;ldquo;ท่านผู้อาวุโส ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าจะอธิบายเรื่องนี้โดยสังเขปเพื่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคต ท่านผู้อาวุโส เมื่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันหรืออนาคตอยู่บนเตียงมรณะ หากพวกเขาได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าแม้เพียงองค์เดียว พระโพธิสัตว์องค์เดียว หรือพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์เดียว — ไม่ว่าจะมีบาปหรือไม่ — ทั้งหมดจะได้รับการปลดปล่อย แต่หากมีบุรุษหรือสตรีผู้ไม่เคยทำความดีตลอดชีวิตแต่ทำชั่วมากมาย เมื่อเสียชีวิตแล้ว บุญกุศลและกรรมดีใดๆ ที่ครอบครัวทำแทน ผู้ล่วงลับได้รับเพียงหนึ่งในเจ็ดของอานิสงส์ ส่วนที่เหลืออีกหกในเจ็ดแท้จริงตกเป็นของสมาชิกในครอบครัวที่ยังมีชีวิตอยู่ผู้กระทำ ดังนั้น กุลบุตรและกุลธิดาทั้งหลายในปัจจุบันและอนาคต — ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพดี จงเร่งสร้างบุญกุศลเพื่อตนเอง เพราะทุกส่วนของบุญที่ท่านสร้างเป็นของท่านเอง &amp;lsquo;ท้าวมัจจุราช&amp;rsquo; มาโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า — มาเมื่อถึงเวลาก็มา เมื่อตายแล้ว วิญญาณล่องลอยไปในความมืด ไม่รู้ว่าตนมีบาปหรือบุญ ตลอดสี่สิบเก้าวัน วิญญาณเสมือนหนึ่งมึนงงหูหนวก หรือกำลังถูกพิจารณาคดีต่อหน้าศาลยมบาลต่างๆ ว่าได้สร้างกรรมอะไรไว้ เมื่อตัดสินแล้ว ก็เกิดใหม่ตามกรรม ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนั้น ต้องทนทุกข์ทรมานนับพันนับหมื่น — แล้วยิ่งเลวร้ายกว่านั้นสำหรับผู้ที่ถูกตัดสินให้ตกลงสู่อบายภูมิ คือ นรก เปรต และสัตว์เดรัจฉาน!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่จะเกิดใหม่ ผู้ล่วงลับในระหว่างสี่สิบเก้าวัน ทุกขณะจิตหวังว่าญาติที่ยังมีชีวิตจะทำบุญกุศลเพื่อช่วยเหลือ เมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้ว พวกเขาต้องรับผลกรรมตามกรรมของตน หากเป็นผู้ทำบาป อาจติดอยู่ในอบายภูมิเป็นร้อยพันปีโดยไม่มีวันหลุดพ้น หากทำอนันตริยกรรมห้าประการ จะตกลงสู่มหานรก ทนทุกข์ทรมานนับพันนับหมื่นกัปไม่มีที่สิ้นสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนที่จะเกิดใหม่ ในระหว่างสี่สิบเก้าวันหลังความตาย ผู้ล่วงลับทุกขณะจิตหวังว่าญาติที่ยังมีชีวิตจะทำความดีและสร้างบุญกุศลเพื่อช่วยเหลือ เมื่อพ้นระยะเวลานี้แล้ว พวกเขาต้องรับผลกรรมตามกรรมของตนเอง หากเป็นผู้ทำบาป อาจติดอยู่ในอบายภูมิเป็นร้อยพันปีโดยไม่มีวันหลุดพ้น หากทำอนันตริยกรรมห้าประการ (ความผิดร้ายแรงที่สุดห้าประการ) จะตกลงสู่มหานรก ทนทุกข์ทรมานนับพันนับหมื่นกัป ต้องทนทุกข์ทุกชนิดตลอดกาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ท่านผู้อาวุโส เมื่อผู้มีบาปเช่นนี้เสียชีวิตและครอบครัวจัดเตรียมภัตตาหารมังสวิรัติและทำบุญกุศลเพื่อช่วยเหลือบนเส้นทางแห่งกรรม — ก่อนที่การถวายภัตตาหารจะเสร็จสมบูรณ์และระหว่างการจัดเตรียมอาหาร — น้ำข้าวและเศษผักจะต้องไม่ทิ้งบนพื้น และอาหารจะต้องไม่ถูกรับประทานก่อนที่จะถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ หากผู้ใดรับประทานก่อนหรือไม่ใส่ใจทำด้วยความเคารพ ผู้ล่วงลับจะไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆ เลย แต่หากเครื่องถวายถูกจัดเตรียมด้วยความเพียร ความบริสุทธิ์ และความเคารพ แล้วถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างเหมาะสม ผู้ล่วงลับจะได้รับหนึ่งในเจ็ดของบุญกุศล ดังนั้น ท่านผู้อาวุโส สรรพสัตว์ในชมพูทวีป หากพวกเขาสามารถจัดเตรียมภัตตาหารมังสวิรัติด้วยจิตใจที่จริงจังและจริงใจ หลังจากบิดามารดาหรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต — ทั้งผู้เป็นและผู้ตายจะได้รับอานิสงส์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ท่านผู้อาวุโส เมื่อสรรพสัตว์ผู้มีบาปเสียชีวิตแล้วและครอบครัวจัดเตรียมภัตตาหารมังสวิรัติเพื่อช่วยเหลือบนเส้นทางผ่านยมโลก — ระหว่างการจัดเตรียมและก่อนที่อาหารจะเสร็จสมบูรณ์ — น้ำข้าวและเศษผักจะต้องไม่ทิ้งบนพื้น นอกจากนี้ จะต้องไม่มีผู้ใดรับประทานอาหารก่อนที่จะถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ก่อน หากผู้ใดรับประทานก่อนการถวาย หรือการจัดเตรียมขาดความเพียรและความจริงใจ ผู้ล่วงลับจะไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆ เลย แต่หากเครื่องถวายถูกจัดเตรียมด้วยความเพียร ความบริสุทธิ์ และความเคารพ แล้วถวายแด่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างเหมาะสม ผู้ล่วงลับจะได้รับหนึ่งในเจ็ดของบุญกุศล ดังนั้น ท่านผู้อาวุโส สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเรา — หากพวกเขาสามารถจัดเตรียมภัตตาหารมังสวิรัติด้วยจิตใจที่จริงจังและจริงใจ หลังจากบิดามารดาหรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต — ทั้งผู้เป็นและผู้ตายจะได้รับอานิสงส์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระดำรัสเหล่านี้ถูกกล่าว ในพระราชวังสวรรค์ดาวดึงส์ ภูตผีวิญญาณจากชมพูทวีปจำนวนหลายพันล้านหมื่นล้านนยุตะ ทั้งหมดตั้งปณิธานอันไม่มีประมาณเพื่อพระโพธิญาณ ท่านผู้อาวุโสทะเปียนกราบด้วยความเคารพแล้วถอยออกไป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กำลังตรัสดังนี้อยู่ ในพระราชวังสวรรค์ดาวดึงส์ (พระราชวังบนสวรรค์) ภูตผีวิญญาณจากโลกมนุษย์จำนวนหลายพันล้านหมื่นล้านนยุตะ (จำนวนนับไม่ถ้วน) ทั้งหมดตั้งปณิธานเพื่อพระโพธิญาณสูงสุด (โพธิจิต) ท่านผู้อาวุโสทะเปียนกราบด้วยความเคารพแล้วถอยออกไปยืนข้างหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บทท-8-คำสรรเสรญของพญายมและบรวาร&#34;&gt;บทที่ 8: คำสรรเสริญของพญายมและบริวาร
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter2-8.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พญายม ราชาแห่งยมโลก และพญาภูตผีนับไม่ถ้วนมาชุมนุมกันที่สวรรค์ดาวดึงส์ เพื่อทูลถามพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเหตุแห่งกรรมและปัจจัยในการช่วยเหลือสรรพสัตว์ของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น ภายในเขาวงแหวนเหล็ก พญาภูตผีนับไม่ถ้วนและพญายม ราชาแห่งยมโลก มาชุมนุมกันที่สวรรค์ดาวดึงส์และมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ในจำนวนนั้นมี: พญาภูตผีพิษร้าย พญาภูตผีหลากหลายชั่วร้าย พญาภูตผีมหาวิวาท พญาภูตผีเสือขาว พญาภูตผีเสือเลือด พญาภูตผีเสือแดง พญาภูตผีผู้แพร่ภัยพิบัติ พญาภูตผีบิน พญาภูตผีสายฟ้า พญาภูตผีเขี้ยวหมาป่า พญาภูตผีพันตา พญาภูตผีกินสัตว์ พญาภูตผีแบกหิน พญาภูตผีความร่อยหรอ พญาภูตผีหายนะ พญาภูตผีอาหาร พญาภูตผีทรัพย์สมบัติ พญาภูตผีปศุสัตว์ พญาภูตผีนก พญาภูตผีสัตว์ป่า พญาภูตผีมนตร์ดำ พญาภูตผีการคลอด พญาภูตผีชีวิต พญาภูตผีโรคภัย พญาภูตผีภัยอันตราย พญาภูตผีสามตา พญาภูตผีสี่ตา พญาภูตผีห้าตา ท้าวกิลิสิ มหาท้าวกิลิสิ ท้าวกิลิฉะ มหาท้าวกิลิฉะ ท้าวอนาจา มหาท้าวอนาจา และพญาภูตผีอีกมากมาย พญาภูตผีเหล่านี้แต่ละองค์นำภูตผีบริวารหลายร้อยหลายพันตน ทั้งหมดอาศัยอยู่ในชมพูทวีป แต่ละองค์ดูแลอาณาเขตและหน้าที่ของตน พญาภูตผีเหล่านี้และพญายม ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและพลังของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ จึงมาชุมนุมกันที่สวรรค์ดาวดึงส์แล้วยืนอยู่ข้างหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น ภายในเขาวงแหวนเหล็ก พญาภูตผีนับไม่ถ้วนและพญายม ราชาแห่งยมโลก (มหาราชาผู้ปกครองยมโลก) มาชุมนุมกันที่สวรรค์ดาวดึงส์และมาเฝ้าพระพุทธเจ้า พญาภูตผีเหล่านี้ได้แก่: พญาภูตผีพิษร้าย พญาภูตผีหลากหลายชั่วร้าย พญาภูตผีมหาวิวาท พญาภูตผีเสือขาว พญาภูตผีเสือเลือด พญาภูตผีเสือแดง พญาภูตผีผู้แพร่ภัยพิบัติ พญาภูตผีบิน พญาภูตผีสายฟ้า พญาภูตผีเขี้ยวหมาป่า พญาภูตผีพันตา พญาภูตผีกินสัตว์ พญาภูตผีแบกหิน พญาภูตผีความร่อยหรอ พญาภูตผีหายนะ พญาภูตผีอาหาร พญาภูตผีทรัพย์สมบัติ พญาภูตผีปศุสัตว์ พญาภูตผีนก พญาภูตผีสัตว์ป่า พญาภูตผีมนตร์ดำ พญาภูตผีการคลอด พญาภูตผีชีวิต พญาภูตผีโรคภัย พญาภูตผีภัยอันตราย พญาภูตผีสามตา พญาภูตผีสี่ตา พญาภูตผีห้าตา ท้าวกิลิสิ มหาท้าวกิลิสิ ท้าวกิลิฉะ มหาท้าวกิลิฉะ ท้าวอนาจา มหาท้าวอนาจา และพญาภูตผีอีกมากมาย พญาภูตผีแต่ละองค์นำภูตผีบริวารหลายร้อยหลายพันตน ทั้งหมดอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ของเรา แต่ละองค์ดูแลกิจการของตน พญาภูตผีเหล่านี้และพญายม ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและพลังของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ จึงมาชุมนุมกันที่สวรรค์ดาวดึงส์แล้วยืนอยู่ข้างหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พญายม ราชาแห่งยมโลก คุกเข่าข้างหนึ่ง ประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์และพญาภูตผีทั้งหลายมาสู่มหาสมาคมในสวรรค์ดาวดึงส์นี้ได้ก็ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและพลังของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์เท่านั้น — และนี่นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งของข้าพระองค์ บัดนี้ ข้าพระองค์มีปัญหาเล็กน้อยที่กล้าทูลถามพระผู้มีพระภาค ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดเมตตาอธิบายแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พญายม ราชาแห่งยมโลก คุกเข่าข้างหนึ่ง ประนมมือ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์และพญาภูตผีทั้งหลายมาสู่มหาธรรมสมาคมในสวรรค์ดาวดึงส์ในวันนี้ได้ก็ด้วยอานุภาพอันน่าเกรงขามแห่งพระพุทธเจ้าและพลังของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เท่านั้น — และนี่เป็นบุญวาสนาอย่างแท้จริง ข้าพระองค์มีปัญหาเล็กน้อยที่กล้าทูลถามพระผู้มีพระภาค หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงเมตตาอธิบายแก่ข้าพระองค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พญายมว่า &amp;ldquo;ถามสิ่งใดก็ได้ตามที่ท่านปรารถนา เราจะอธิบายให้ท่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พญายมว่า &amp;ldquo;ถามสิ่งใดก็ได้ตามที่ท่านปรารถนา — เราจะอธิบายให้ท่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พญายมเพ่งมองพระผู้มีพระภาคด้วยความเคารพ แล้วหันไปมองพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สังเกตว่าพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตลอดภพทั้งหก ใช้อุบายอันแยบคายหลายร้อยหลายพันวิธีเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานจากบาปกรรม โดยไม่เคยเหน็ดเหนื่อย พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ทรงมีอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจจินตนาการได้ แต่เมื่อสรรพสัตว์เหล่านี้พ้นจากผลกรรมแล้ว ไม่นานก็ตกลงสู่อบายภูมิอีก ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงมีอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจจินตนาการได้เช่นนี้ เหตุใดสรรพสัตว์จึงไม่ดำรงอยู่ในทางกุศลและบรรลุการหลุดพ้นถาวร? ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดอธิบายแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พญายมเพ่งมองพระผู้มีพระภาคด้วยความเคารพ แล้วหันไปมองพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์สังเกตว่าพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตลอดภพทั้งหก (สวรรค์ มนุษย์ อสุร สัตว์เดรัจฉาน เปรต และนรก — สถานที่หกแห่งที่สรรพสัตว์เวียนว่ายตายเกิด) ใช้อุบายหลายร้อยหลายพันวิธีเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานจากบาปกรรม และไม่เคยเหน็ดเหนื่อย พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ทรงมีอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจจินตนาการได้ แต่เมื่อสรรพสัตว์เหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือและหลุดพ้นจากผลกรรมแล้ว ไม่นานก็ตกลงสู่อบายภูมิอีก ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงมีอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจจินตนาการได้เช่นนี้ เหตุใดสรรพสัตว์จึงไม่ยอมอยู่ในทางกุศลและบรรลุการหลุดพ้นถาวร? หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงอธิบายแก่ข้าพระองค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พญายมว่า &amp;ldquo;สรรพสัตว์ในชมพูทวีปมีนิสัยดื้อรั้นและเอาแต่ใจโดยธรรมชาติ — ยากที่จะสั่งสอนและยากที่จะปราบ พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ตลอดหลายร้อยหลายพันกัป ได้ช่วยเหลือสรรพสัตว์เหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ให้พวกเขาหลุดพ้นโดยเร็ว แม้เมื่อผู้ทำบาปตกลงสู่อบายภูมิอันเลวร้ายที่สุด พระโพธิสัตว์ก็ใช้อำนาจแห่งอุบายอันแยบคายถอนรากเหง้าแห่งพันธนาการทางกรรม และปลุกให้พวกเขาตื่นรู้ถึงกรรมในอดีตชาติ แต่สรรพสัตว์ในชมพูทวีปมีนิสัยชั่วฝังลึกเสียจนเพิ่งหลุดพ้นก็เข้าไปอีก — ออกแล้วก็กลับ ออกแล้วก็กลับ — ทำให้พระโพธิสัตว์ต้องตรากตรำตลอดหลายกัปนับไม่ถ้วนในการช่วยเหลือพวกเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พญายมว่า &amp;ldquo;สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเรามีนิสัยดื้อรั้นและเอาแต่ใจโดยธรรมชาติอย่างยิ่ง — ยากที่จะสอนและยากที่จะปราบ ตลอดหลายร้อยหลายพันกัป พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้ได้ช่วยเหลือสรรพสัตว์เหล่านี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ให้พวกเขาหลุดพ้นโดยเร็ว แม้เมื่อผู้ใดตกลงสู่อบายภูมิอันเลวร้ายที่สุดเพราะบาปกรรม พระโพธิสัตว์ก็ใช้อุบายอันแยบคายทุกวิถีทางเพื่อถอนรากเหง้าแห่งกรรม และช่วยให้พวกเขาตื่นรู้ถึงกรรมในอดีตชาติ แต่สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ของเรามีนิสัยชั่วที่ฝังลึกเสียจนเพิ่งได้รับการช่วยเหลือก็ตกลงไปอีก — ออกแล้วก็กลับ วนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือเหตุที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ต้องตรากตรำตลอดหลายกัปเพื่อช่วยเหลือพวกเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เปรียบเสมือนคนที่หลงทางกลับบ้านและเดินเข้าไปบนทางอันตรายโดยผิดพลาด ตามทางอันตรายนั้นมียักษ์ เสือ หมาป่า สิงโต งูพิษ และแมงป่องซุ่มอยู่มากมาย คนหลงทางนั้น เมื่อเดินเข้าไปบนถนนสายนี้ จะถูกทำร้ายโดยพิษนานาชนิดในไม่ช้า แต่มีผู้นำทางคนหนึ่งที่รู้จักวิธีอันทรงพลังและสามารถปราบพิษทั้งหลาย รวมถึงยักษ์และสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดได้ เมื่อพบคนหลงทางกำลังจะเดินต่อไปบนทางอันตราย ผู้นำทางจึงร้องบอกว่า &amp;lsquo;เฮ้ เพื่อน! ทำไมถึงเดินบนทางนี้? ท่านมีพลังพิเศษอะไรที่จะป้องกันอันตรายเหล่านี้ได้?&amp;rsquo; คนหลงทาง เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ตระหนักทันทีว่าทางนี้อันตราย รีบหันกลับเพื่อหาทางออก ผู้นำทางผู้ใจดีจึงจับมือพาเดินออกจากทางอันตราย และช่วยชีวิตให้พ้นภยันตรายทั้งปวง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยกอุปมาให้ฟัง เปรียบเสมือนคนที่หลงทางไม่สามารถหาทางกลับบ้านได้ และบังเอิญเดินเข้าไปบนถนนที่อันตรายมาก ถนนอันตรายนั้นเต็มไปด้วยยักษ์ดุร้าย เสือ หมาป่า สิงโต งูพิษ และแมงป่อง คนหลงทางเดินไป ก็จะถูกสัตว์มีพิษนานาชนิดทำร้ายในไม่ช้า แล้วก็ปรากฏผู้ใจดีและชำนาญ (&amp;lsquo;กัลยาณมิตร&amp;rsquo;) ที่รู้วิธีจัดการกับพิษและยักษ์ทั้งหลาย เมื่อบังเอิญพบคนหลงทางกำลังจะเดินต่อไปบนทางอันตราย จึงร้องบอกว่า &amp;lsquo;เฮ้! ทำไมถึงเดินบนทางนี้? ท่านมีความสามารถพิเศษอะไรที่จะจัดการกับพิษเหล่านี้ไหม?&amp;rsquo; คนหลงทาง เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ตระหนักทันทีว่าทางนี้อันตราย รีบหันกลับพยายามหาทางออก ผู้ใจดีจึงจับมือนักเดินทางพาเดินออกจากทางอันตรายไปจนสุดทาง ช่วยชีวิตให้พ้นภยันตรายทั้งปวง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อพาคนนั้นมาถึงทางที่ปลอดภัยและดีแล้ว ผู้นำทางก็ปลอบใจว่า &amp;lsquo;ฟังนะ คนหลง — จากนี้ไป อย่าเหยียบย่างลงบนถนนสายนั้นอีกเลย ผู้ที่เข้าไปจะออกมาได้ยาก และอาจสูญเสียชีวิต&amp;rsquo; คนหลงทางซาบซึ้งใจยิ่งนัก ขณะจะจากกัน ผู้นำทางกล่าวเพิ่มอีกว่า &amp;lsquo;หากท่านพบเพื่อน ญาติ หรือนักเดินทางบนถนน ไม่ว่าชายหรือหญิง จงบอกพวกเขาว่าเส้นทางนี้เต็มไปด้วยพิษและอันตราย จะเอาชีวิตของพวกเขาไป อย่าปล่อยให้พวกเขาไปตาย&amp;rsquo;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อพาคนนั้นมาถึงทางที่ปลอดภัยและดีแล้ว ผู้นำทางก็ปลอบใจว่า &amp;lsquo;เฮ้ คนหลง — จากนี้ไป อย่าเดินบนถนนสายนั้นอีกเลย คนที่เข้าไปแทบจะออกมาไม่ได้ และอาจสูญเสียชีวิต&amp;rsquo; คนหลงทางซาบซึ้งใจยิ่งนัก ขณะจะจากกัน ผู้นำทางผู้ใจดีกล่าวเพิ่มอีกว่า &amp;lsquo;หากท่านพบเพื่อน ญาติ หรือนักเดินทาง ไม่ว่าชายหรือหญิง จงบอกพวกเขาเรื่องอันตรายและพิษทั้งหลายบนเส้นทางนั้น ว่ามันจะเอาชีวิตพวกเขาไป อย่าปล่อยให้พวกเขาไปตาย&amp;rsquo;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เช่นเดียวกัน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ด้วยมหากรุณา ช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานจากบาปกรรม พาพวกเขาไปเกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ ให้ได้รับความสุขอันวิเศษ เมื่อผู้ทำบาปเหล่านี้เข้าใจความทุกข์ทรมานของวิถีแห่งกรรมแล้ว ก็หลุดพ้นและไม่เหยียบย่างบนทางนั้นอีก — เหมือนคนหลงทางที่เคยหลงเข้าไปบนถนนอันตราย ถูกผู้นำทางผู้ใจดีพาออกมา แล้วไม่เข้าไปอีก เมื่อพบผู้อื่น ก็เตือนไม่ให้เข้าไป พวกเขาบอกว่า &amp;lsquo;เพราะข้าเคยหลงทาง ข้าจึงได้บทเรียนและหลุดพ้นมา — ข้าจะไม่เข้าไปอีกเลย&amp;rsquo; แต่หากพวกเขากลับเหยียบย่างบนถนนสายนั้นอีก ก็อาจหลงอีกและจำไม่ได้ว่าเป็นทางอันตรายที่เคยตกลงไปก่อน และครั้งนี้อาจสูญเสียชีวิต เช่นกันสำหรับผู้ที่ตกลงสู่อบายภูมิ — ด้วยอำนาจอุบายอันแยบคายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ พวกเขาหลุดพ้นและไปเกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ แต่ไม่นานก็ตกลงสู่อบายภูมิอีก หากกรรมชั่วของพวกเขาพัวพันลึกซึ้ง ก็อาจติดอยู่ในนรกตลอดกาล ไม่มีวันหลุดพ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ก็เหมือนผู้นำทางผู้ใจดีนี้ เปี่ยมด้วยมหากรุณา ช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานจากบาปกรรม พาพวกเขาไปเกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ให้ได้รับความสุขอันวิเศษ หากผู้ทำบาปเหล่านี้เมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้ว เข้าใจถึงผลอันขมขื่นของกรรมชั่วและไม่กลับไปทางเดิม ก็เหมือนคนหลงทางที่ถูกผู้นำทางผู้ใจดีพาออกจากถนนอันตรายแล้วไม่เข้าไปอีก แถมยังเตือนคนอื่นไม่ให้เข้าไปด้วย กล่าวว่า &amp;lsquo;เป็นเพราะข้าเคยหลงทางจึงต้องทนทุกข์ แต่หลังจากได้รับการช่วยเหลือแล้ว ข้าจะไม่กลับไปอีกเลย&amp;rsquo; แต่หากพวกเขาเดินกลับไปบนถนนสายนั้น ก็จะยังคงหลงอีกและจำไม่ได้ว่าเป็นทางอันตรายที่เกือบเอาชีวิตก่อนหน้านี้ — และครั้งนี้อาจสูญเสียชีวิตจริงๆ เช่นเดียวกับสรรพสัตว์ที่ตกลงสู่อบายภูมิ — พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ใช้อุบายอันแยบคายทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือพวกเขาให้ไปเกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์ แต่ไม่นานก็ตกลงไปอีก หากกรรมชั่วของพวกเขาพัวพันลึกซึ้งเกินไป ก็อาจติดอยู่ในนรกตลอดกาล ไม่มีความหวังในการหลุดพ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พญาภูตผีพิษร้ายประนมมือด้วยความเคารพและกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พวกข้าพระองค์พญาภูตผีมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนและเคลื่อนไหวอยู่ทั่วชมพูทวีป — บางองค์ช่วยเหลือมนุษย์ บางองค์ทำร้าย แตกต่างกันไป แต่ทั้งนี้ก็เพราะผลกรรม บริวารของข้าพระองค์จึงท่องไปทั่วโลก ทำชั่วมากทำดีน้อย เมื่อผ่านไปตามบ้านเรือน นคร หมู่บ้าน สวน หรือเคหสถาน หากเห็นบุรุษหรือสตรีใดทำความดีแม้เพียงเล็กน้อย — แม้แต่แขวนธงเพียงผืนเดียว หรือเพดานผ้าเพียงผืนเดียว ถวายธูปสักนิดหรือดอกไม้สักหน่อยต่อพระรูปพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ หรืออ่านสวดพระสูตร เผาธูปถวายแม้เพียงบรรทัดเดียวหรือคาถาเดียว — พวกข้าพระองค์พญาภูตผีจะเคารพนอบน้อมต่อบุคคลนั้นเสมือนนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พวกข้าพระองค์สั่งให้บริวารภูตผีทั้งหลายและเทพเจ้าผู้ปกป้องแผ่นดินผู้ทรงอำนาจคุ้มครองพวกเขา ไม่ให้สิ่งชั่วร้าย เคราะห์ร้าย โรคภัย ความเจ็บไข้ที่ไม่คาดคิด หรือแม้แต่สิ่งไม่พึงประสงค์เพียงเล็กน้อย เข้าใกล้ที่อยู่อาศัยของพวกเขา — นับประสาอะไรที่จะผ่านเข้าประตูบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พญาภูตผีพิษร้ายประนมมือด้วยความเคารพและกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พวกข้าพระองค์พญาภูตผีมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน เคลื่อนไหวอยู่ทั่วโลกมนุษย์ — บางองค์ช่วยเหลือผู้คนและบางองค์ทำร้าย แตกต่างกันไป เพราะผลกรรม บริวารของข้าพระองค์จึงท่องไปทั่วโลก ส่วนใหญ่ทำชั่วและไม่ค่อยทำดี เมื่อผ่านไปตามบ้านเรือน นคร หมู่บ้าน สวน หรือเคหสถาน หากเห็นบุรุษหรือสตรีใดทำความดีแม้เพียงเล็กน้อยที่สุด — แม้แต่แขวนธงเล็กๆ ถือเพดานผ้าเล็กๆ ถวายธูปสักนิดดอกไม้สักหน่อยต่อพระรูปพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ หรืออ่านพระสูตรสวดพระนามพระพุทธเจ้า เผาธูปถวายแม้เพียงบรรทัดเดียวหรือคาถาเดียว — พวกข้าพระองค์พญาภูตผีจะเคารพบุคคลนั้นอย่างสูงสุด นอบน้อมเสมือนนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต พวกข้าพระองค์ยังสั่งให้บริวารภูตผีผู้ทรงอำนาจและเทพเจ้าผู้ปกป้องแผ่นดินคุ้มครองพวกเขา ไม่ให้สิ่งชั่วร้าย เคราะห์ร้าย โรคภัย ความเจ็บไข้ที่ไม่คาดคิด หรือแม้แต่เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ใดๆ เข้าใกล้บ้านของพวกเขา — นับประสาอะไรที่จะผ่านเข้าประตูบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าสรรเสริญพญาภูตผีว่า &amp;ldquo;ดีนัก! ดีนัก! ที่ท่านและพญายมสามารถปกป้องกุลบุตรกุลธิดาได้เช่นนี้ — เราจะบอกพระพรหมและพระอินทร์ให้คุ้มครองท่านเป็นการตอบแทนด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าสรรเสริญพญาภูตผีว่า &amp;ldquo;ดีนัก! ดีนัก! ที่ท่านและพญายม ราชาแห่งยมโลก สามารถปกป้องกุลบุตรกุลธิดาได้เช่นนี้ — เราจะบอกพระพรหม (มหาราชาแห่งสวรรค์) และพระอินทร์ (จักรพรรดิแห่งสวรรค์) ให้คุ้มครองท่านเป็นการตอบแทนด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระดำรัสเหล่านี้ถูกกล่าว พญาภูตผีองค์หนึ่งในที่ประชุมนามว่า พญาภูตผีชีวิต กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค บทบาทตามกรรมของข้าพระองค์คือดูแลชีวิตของสรรพสัตว์ในชมพูทวีป — ข้าพระองค์ดูแลทั้งการเกิดและการตายของพวกเขา ปณิธานดั้งเดิมของข้าพระองค์คือจะอำนวยประโยชน์แก่พวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ แต่สรรพสัตว์ไม่เข้าใจเจตนาของข้าพระองค์ จึงทำให้ทั้งการเกิดและการตายกลายเป็นเวลาแห่งความไม่สงบ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เมื่อทารกกำลังจะเกิดในชมพูทวีป — ไม่ว่าชายหรือหญิง — ครอบครัวควรทำความดีในเวลาที่ทารกเกิด เพื่อเพิ่มพูนบุญของครัวเรือน เพื่อให้เทพเจ้าผู้ปกป้องแผ่นดินจะเปี่ยมด้วยความปีติยินดีอันไม่มีประมาณ และจะปกป้องทั้งมารดาและทารก ให้ได้รับความสงบสุขอันยิ่งใหญ่ และอำนวยประโยชน์แก่ทั้งครอบครัว หลังจากทารกเกิดแล้ว ครอบครัวจะต้องไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเด็ดขาด ไม่จัดหาเนื้อสดนานาชนิดมาเลี้ยงมารดาที่เพิ่งคลอด และไม่ควรเชิญญาติมากมายมาดื่มสุรา กินเนื้อ และบรรเลงดนตรี — เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคไม่ให้ทั้งมารดาและทารกได้อยู่อย่างสงบสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังตรัสอยู่ พญาภูตผีองค์หนึ่งในที่ประชุมนามว่า พญาภูตผีชีวิต กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เพราะบทบาทตามกรรม ข้าพระองค์มีหน้าที่ดูแลชีวิตของสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ — ทั้งเวลาเกิดและเวลาตาย ทุกอย่างอยู่ในอำนาจหน้าที่ของข้าพระองค์ ตามปณิธานดั้งเดิม ข้าพระองค์ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือทุกคน แต่สรรพสัตว์ไม่เข้าใจเจตนาดีของข้าพระองค์ จึงทำให้ทั้งการเกิดและการตายกลายเป็นเวลาแห่งความไม่สงบ เหตุใด? เมื่อทารกกำลังจะเกิดในโลกมนุษย์ — ไม่ว่าชายหรือหญิง — ครอบครัวควรทำความดีในเวลาที่ทารกเกิด เพื่อเพิ่มพูนบุญของครัวเรือน เพื่อให้เทพเจ้าผู้ปกป้องแผ่นดินจะปีติยินดีและปกป้องทั้งมารดาและทารก ให้ทั้งครอบครัวได้รับความสงบสุข แต่บางคนหลังทารกเกิดแล้ว กลับไปฆ่าไก่ฆ่าปลาจัดหาเนื้อสดนานาชนิดมาเลี้ยงมารดาที่เพิ่งคลอด และเชิญญาติมากมายมาดื่ม กินเนื้อ ร้องเพลง และบรรเลงดนตรี สิ่งเหล่านี้กลับเป็นอุปสรรคไม่ให้ทั้งมารดาและทารกได้อยู่อย่างสงบสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เพราะในขณะที่ยากลำบากที่สุดของการคลอดบุตร มีผีชั่วและมารร้ายนับไม่ถ้วนที่ต้องการกินเลือดและสิ่งสกปรก ข้าพระองค์ได้สั่งการให้เทพผู้คุ้มครองเคหสถานและเทพผู้ปกป้องแผ่นดินคุ้มครองทั้งมารดาและทารกให้ได้รับความสงบสุขอยู่แล้ว เมื่อครอบครัวเหล่านั้นเห็นว่ามารดาและทารกปลอดภัย ควรทำบุญกุศลเป็นการขอบคุณเทพผู้ปกป้องแผ่นดิน แต่กลับหันไปฆ่าสัตว์และเชิญญาติมากมายมาเลี้ยงฉลอง เพราะเหตุนี้ พวกเขาจึงนำเคราะห์ร้ายมาสู่ตนเอง ทั้งมารดาและทารกต่างได้รับผลร้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหตุใด? เพราะในขณะที่ยากลำบากที่สุดของการคลอดบุตร มีผีชั่วและมารร้ายนับไม่ถ้วนถูกดึงดูดด้วยกลิ่นเลือดและต้องการกินเลือด ข้าพระองค์ได้ส่งเทพผู้คุ้มครองเคหสถานและเทพผู้ปกป้องแผ่นดินไปคุ้มครองมารดาและทารกให้ได้รับความปลอดภัยและสุขสบายอยู่แล้ว แต่เมื่อคนเหล่านั้นเห็นว่ามารดาและทารกปลอดภัย แทนที่จะทำบุญกุศลเป็นการขอบคุณเทพผู้ปกป้องแผ่นดิน กลับไปฆ่าสัตว์และเชิญญาติมากมายมาเลี้ยงฉลองกินเนื้อดื่มสุรา เพราะเหตุนี้ พวกเขาจึงนำเคราะห์ร้ายมาสู่ตนเอง ทั้งมารดาและทารกต่างได้รับผลร้าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสรรพสัตว์ในชมพูทวีปใกล้จะถึงแก่ความตาย — ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนชั่ว — ข้าพระองค์ปรารถนาให้ผู้ใกล้ตายไม่ตกลงสู่อบายภูมิ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่เจริญกุศลมูลอันเพิ่มพูนกำลังของข้าพระองค์! แต่แม้แต่คนดีในชมพูทวีป ในเวลาใกล้ตาย ก็ต้องเผชิญกับภูตผีวิญญาณหลายร้อยหลายพันจากอบายภูมิที่อาจแปลงกายเป็นบิดามารดาหรือญาติ ล่อลวงวิญญาณผู้จากไปเข้าสู่อบายภูมิ ยิ่งเลวร้ายกว่านั้นสำหรับผู้ที่ทำชั่วมาตลอดชีวิต!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผู้คนในโลกมนุษย์ใกล้จะตาย — ไม่ว่าจะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี — ข้าพระองค์ปรารถนาให้ผู้ใกล้ตายไม่ตกลงสู่อบายภูมิ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่เจริญกุศลมูลอันเพิ่มพูนกำลังของข้าพระองค์! แต่ท่านต้องเข้าใจ: แม้แต่ผู้ที่ทำความดีมากมายในโลกมนุษย์ ในขณะใกล้ตาย ก็ต้องเผชิญกับภูตผีชั่วร้ายหลายร้อยหลายพันที่สามารถแปลงกายเป็นบิดามารดาหรือญาติ ล่อลวงเข้าสู่อบายภูมิ ยิ่งเลวร้ายกว่านั้นสำหรับผู้ที่ทำชั่วมากมายตลอดชีวิต!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อบุรุษและสตรีในชมพูทวีปใกล้จะถึงแก่ความตาย จิตวิญญาณของพวกเขาจะมืดมัวขุ่นมัว ไม่สามารถแยกแยะดีชั่ว ตาและหูไม่อาจมองเห็นหรือได้ยิน ในเวลานั้น ครอบครัวต้องจัดเครื่องถวายอันยิ่งใหญ่ อ่านและสวดพระสูตร และสวดพระนามพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ เหตุปัจจัยอันเป็นกุศลเช่นนี้สามารถช่วยให้ผู้ล่วงลับพ้นจากอบายภูมิ และมารร้ายผีชั่วทั้งหลายจะถอยร่นกระจัดกระจายไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อบุรุษและสตรีในโลกมนุษย์ของเราใกล้จะตาย จิตวิญญาณของพวกเขาจะมืดมัวพร่ามัว ไม่สามารถแยกแยะดีชั่ว และตาหูไม่อาจมองเห็นหรือได้ยินอีกต่อไป ในเวลานี้ ครอบครัวควรจัดเครื่องถวายอันยิ่งใหญ่ อ่านและสวดพระสูตร และสวดพระนามพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ เหตุปัจจัยอันเป็นกุศลเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้ล่วงลับพ้นจากอบายภูมิทั้งปวง และมารร้ายผีชั่วทั้งหลายจะถอยร่นกระจัดกระจายไปหมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อสรรพสัตว์ใดใกล้จะถึงแก่ความตาย หากพวกเขาได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าสักองค์หนึ่ง พระโพธิสัตว์สักองค์หนึ่ง หรือแม้แต่บรรทัดเดียวหรือคาถาเดียวจากพระสูตรมหายาน — ข้าพระองค์สังเกตว่าบุคคลนั้น ยกเว้นบาปแห่งอนันตริยกรรมห้าประการที่เกี่ยวกับการฆ่า แม้แต่ผู้มีกรรมชั่วเบากว่าที่ควรจะตกลงสู่อบายภูมิ ก็จะได้รับการปลดปล่อยทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อสรรพสัตว์ใดใกล้จะตาย หากพวกเขาได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าแม้เพียงองค์เดียว พระโพธิสัตว์องค์เดียว หรือแม้แต่บรรทัดเดียวหรือคาถาเดียวจากพระสูตรมหายาน — ข้าพระองค์สังเกตว่าบุคคลนั้น ยกเว้นผู้ที่ทำอนันตริยกรรมห้าประการอันเป็นการฆ่าที่ร้ายแรงที่สุด แม้แต่ผู้มีกรรมชั่วเบากว่าที่ตามกฎแห่งกรรมควรจะตกลงสู่อบายภูมิ ก็จะได้รับการปลดปล่อยทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พญาภูตผีชีวิตว่า &amp;ldquo;เป็นเพราะมหากรุณาของท่านที่สามารถตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ — ปกป้องสรรพสัตว์ท่ามกลางการเกิดและการตาย ในอนาคต หากบุรุษหรือสตรีใดถึงขณะเกิดหรือตาย อย่าได้ถอยจากปณิธานนี้ จงทำให้ทุกคนบรรลุการหลุดพ้นและได้รับความสงบสุขตลอดกาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พญาภูตผีชีวิตว่า &amp;ldquo;เป็นเพราะท่านมีมหากรุณาเช่นนี้ จึงสามารถตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ — ปกป้องสรรพสัตว์ท่ามกลางวัฏสงสารแห่งการเกิดและการตาย ในอนาคต เมื่อบุรุษหรือสตรีใดถึงขณะวิกฤตของการเกิดหรือตาย อย่าได้ถอยจากปณิธานนี้ จงช่วยให้ทุกคนบรรลุการหลุดพ้นและได้รับความสงบสุขตลอดกาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พญาภูตผีกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ขอพระองค์อย่าทรงกังวล ตราบใดที่กายของข้าพระองค์ยังคงอยู่ ทุกขณะจิต ข้าพระองค์จะปกป้องสรรพสัตว์ในชมพูทวีป ให้ทั้งในเวลาเกิดและเวลาตายได้อยู่อย่างสงบสุข ข้าพระองค์เพียงหวังว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในเวลาเกิดและเวลาตาย จะเชื่อและทำตามคำของข้าพระองค์ — เช่นนั้นแล้วจะไม่มีผู้ใดไม่ได้รับการหลุดพ้น และทุกคนจะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พญาภูตผีกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ขอพระองค์อย่าทรงกังวล ตราบใดที่กายของข้าพระองค์ยังคงอยู่ ทุกขณะจิต ข้าพระองค์จะปกป้องสรรพสัตว์ในโลกมนุษย์ ให้ทั้งในเวลาเกิดและเวลาตายได้อยู่อย่างสงบสุข ตราบใดที่สรรพสัตว์เชื่อคำของข้าพระองค์ในเวลาเกิดและเวลาตาย ก็จะไม่มีผู้ใดไม่ได้รับการหลุดพ้น — ทุกคนจะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;พญาภูตผีชีวิตองค์นี้เป็นพญาภูตผีมาแล้วหลายแสนหลายพันชาติ ปกป้องสรรพสัตว์ท่ามกลางการเกิดและการตาย ที่พระมหาสัตว์องค์นี้ปรากฏในรูปของพญาภูตผีก็เพราะปณิธานแห่งความเมตตากรุณา — ในความเป็นจริงแล้ว ท่านไม่ใช่ภูตผีเลย เมื่อผ่านไปหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกัป ท่านจะบรรลุพุทธภูมิ มีพระนามว่า &amp;lsquo;พระอรูปตถาคต&amp;rsquo; กัปนั้นจะมีชื่อว่า &amp;lsquo;สุขะ&amp;rsquo; และโลกธาตุของท่านจะมีชื่อว่า &amp;lsquo;สุทธาวาส&amp;rsquo; อายุของพระพุทธเจ้าองค์นี้จะนับเป็นกัปอันไม่อาจนับได้ พระกษิติครรภ์ กรรมของพญาภูตผีองค์นี้ช่างไม่อาจจินตนาการได้จริงๆ และจำนวนมนุษย์และเทวดาที่ท่านช่วยเหลือนั้นอยู่เหนือการนับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;พญาภูตผีชีวิตองค์นี้เป็นพญาภูตผีมาแล้วหลายแสนหลายพันชาติ ปกป้องสรรพสัตว์ท่ามกลางการเกิดและการตาย พระมหาโพธิสัตว์องค์นี้เพียงปรากฏในรูปของพญาภูตผีเพราะปณิธานแห่งความเมตตากรุณา — ในความเป็นจริง ท่านไม่ใช่ภูตผีเลย เมื่อผ่านไปหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกัป ท่านจะบรรลุพุทธภูมิ มีพระนามว่า &amp;lsquo;พระอรูปตถาคต&amp;rsquo; กัปนั้นจะมีชื่อว่า &amp;lsquo;สุขะ&amp;rsquo; และโลกธาตุของท่านจะมีชื่อว่า &amp;lsquo;สุทธาวาส&amp;rsquo; หลังจากบรรลุพุทธภูมิแล้ว พระชนม์ชีพจะยืนยาวอันไม่อาจประมาณได้ พระกษิติครรภ์ กรรมของพญาภูตผีองค์นี้ช่างไม่อาจจินตนาการได้จริงๆ และจำนวนมนุษย์และเทวดาที่ท่านช่วยเหลือนั้นอยู่เหนือการนับทั้งปวง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บทท-9-การสวดพระนามพระพทธเจา&#34;&gt;บทที่ 9: การสวดพระนามพระพุทธเจ้า
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter2-9.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ประกาศพระนามพระพุทธเจ้าในอดีตกาล สอนสรรพสัตว์ว่าการสวดพระนามพระพุทธเจ้าสามารถนำมาซึ่งบุญกุศลอันไม่มีประมาณ และช่วยให้พ้นจากผลกรรม&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค บัดนี้ข้าพระองค์ปรารถนาจะแสดงธรรมเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์ในอนาคต ถึงสิ่งที่จะนำประโยชน์มาให้พวกเขา เพื่อให้ท่ามกลางวัฏสงสารแห่งการเกิดและการตาย พวกเขาจะได้ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดอนุญาตให้ข้าพระองค์กล่าวด้วยเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ณ จุดนี้ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค บัดนี้ข้าพระองค์ปรารถนาจะแสดงธรรมเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์ในอนาคต ถึงสิ่งที่จะนำประโยชน์มาให้พวกเขา เพื่อให้ท่ามกลางวัฏสงสารแห่งการเกิดและการตาย พวกเขาจะได้ประโยชน์อันยิ่งใหญ่ หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงอนุญาตให้ข้าพระองค์กล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านปรารถนาจะใช้ความเมตตากรุณาเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานในภพทั้งหกและจะแสดงธรรมอันไม่อาจจินตนาการได้ — บัดนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด จงกล่าวโดยเร็ว เราใกล้จะเข้าสู่นิพพานแล้ว ขอให้ท่านสำเร็จปณิธานนี้โดยเร็ว แล้วเราจะไม่มีกังวลใดๆ ต่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคตอีกต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า &amp;ldquo;ท่านปรารถนาจะใช้ความเมตตากรุณาเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมานจากบาปกรรมในภพทั้งหกและจะกล่าวถึงเรื่องอันไม่อาจจินตนาการได้ — บัดนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด จงกล่าวโดยเร็ว! เราใกล้จะเข้าสู่นิพพาน (จากโลกนี้ไป) ขอให้ท่านสำเร็จปณิธานนี้โดยเร็ว แล้วเราจะไม่มีกังวลใดๆ ต่อสรรพสัตว์ในปัจจุบันและอนาคตอีกต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ในอดีตกาลอันแสนไกล จำนวนอสงไขยกัปก่อน มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระอนันตกายตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และเกิดจิตเคารพแม้เพียงชั่วครู่ ผู้นั้นจะล้างบาปหนักแห่งการเกิดตายที่สะสมมาตลอดสี่สิบกัปได้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สร้างหรือวาดพระรูป ถวายสักการะ และสรรเสริญ — อานิสงส์ที่ได้รับนั้นไม่มีขอบเขตและไม่มีที่สิ้นสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ในอดีตกาลอันแสนไกล — นานมากจนไม่อาจคำนวณได้ (ช่วงเวลาที่เรียกว่าอสงไขยกัปอันไม่อาจประมาณ) — มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระอนันตกายตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และแม้เพียงเกิดจิตเคารพชั่วครู่ ก็จะลบล้างบาปหนักแห่งการเกิดตายที่สะสมมาตลอดสี่สิบกัปได้ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สร้างพระรูป ถวายสักการะ และสรรเสริญ — อานิสงส์ที่ได้รับนั้นไม่มีขอบเขตและไม่มีที่สิ้นสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล จำนวนกัปก่อนมากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระรัตนสภาวะตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และในชั่วดีดนิ้วมือเกิดจิตปรารถนาถือเป็นที่พึ่ง ผู้นั้นจะไม่ถอยจากหนทางสู่พระสัมมาสัมโพธิญาณอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล จำนวนกัปก่อนมากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระรัตนสภาวะตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และในชั่วดีดนิ้วมือเกิดจิตปรารถนาถือเป็นที่พึ่ง (มุ่งมั่นที่จะดำเนินตามคำสอนของพระพุทธเจ้า) ผู้นั้นจะไม่ถอยหลังจากหนทางสู่พระสัมมาสัมโพธิญาณอีกเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระปัทมวิชัยตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และผ่านเข้าหู ผู้นั้นจะได้เกิดในฉกามาวจรสวรรค์ (สวรรค์ชั้นกามาวจรหกชั้น) ถึงหนึ่งพันครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สวดพระนามด้วยใจจริง!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระปัทมวิชัยตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดเพียงปล่อยให้พระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ผ่านเข้าหูและได้ยิน ผู้นั้นจะได้เกิดในฉกามาวจรสวรรค์ (สถานที่อันงดงามวิเศษหกแห่งบนสวรรค์) ถึงหนึ่งพันครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สวดพระนามด้วยใจจริง!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล — จำนวนอสงไขยกัปก่อนอันไม่อาจกล่าวได้ ไม่อาจพรรณนาได้ — มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระสีหนาทตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และเกิดจิตปรารถนาถือเป็นที่พึ่งแม้เพียงครั้งเดียว ผู้นั้นจะได้พบพระพุทธเจ้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่จะทรงจับพระหัตถ์แตะกระหม่อมและประทานพุทธพยากรณ์ว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล — นานมากเสียจนอยู่เหนือการพรรณนา จำนวนกัปก่อนอันไม่อาจกล่าวได้ — มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระสีหนาทตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้และเกิดจิตปรารถนาถือเป็นที่พึ่งแม้เพียงครั้งเดียว ผู้นั้นจะได้พบพระพุทธเจ้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่จะทรงจับพระหัตถ์แตะกระหม่อมและประทานพุทธพยากรณ์ (การทำนายว่าจะบรรลุพุทธภูมิอย่างแน่นอนในอนาคต)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระกกุสันธพุทธเจ้า หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้แล้วเพ่งมองและกราบไหว้ด้วยใจจริง หรือสรรเสริญ ผู้นั้นจะได้เป็นพระพรหม มหาเทวราชา ในสมาคมของพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์ในภัทรกัปนี้ และจะได้รับพุทธพยากรณ์อันสูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระกกุสันธพุทธเจ้า&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้แล้วเพ่งมองและกราบไหว้ด้วยใจจริง หรือสรรเสริญ ผู้นั้นจะได้เป็นพระพรหม มหาเทวราชา (ราชาผู้สูงสุดในสวรรค์) ในสมาคมของพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์ในภัทรกัปนี้ (มหายุคที่เราอยู่ในปัจจุบัน) และจะได้รับพุทธพยากรณ์อันสูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระวิปัสสีพุทธเจ้า หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิเลย และจะได้เกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์เสมอ ได้รับความสุขอันสูงสุดและวิเศษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระวิปัสสีพุทธเจ้า&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิเลย และจะได้เกิดเป็นมนุษย์หรือในสวรรค์เสมอ ได้รับความสุขอันวิเศษที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล — จำนวนกัปก่อนอันไม่อาจนับได้ ไม่อาจประมาณได้ มากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา — มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระรัตนวิชัยตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิอย่างแน่นอน และจะสถิตในสวรรค์ตลอดกาล ได้รับความสุขอันสูงสุดและวิเศษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล — จำนวนกัปก่อนอันไม่อาจนับได้ ไม่อาจประมาณได้ มากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา — มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระรัตนวิชัยตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิอย่างแน่นอน และจะสถิตในสวรรค์ตลอดกาล ได้รับความสุขอันวิเศษที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระรัตนลักษณ์ตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้แล้วเกิดจิตเคารพ ผู้นั้นจะบรรลุอรหัตตผลในไม่ช้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระรัตนลักษณ์ตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้แล้วเกิดจิตเคารพ ผู้นั้นจะบรรลุอรหัตตผล (ขั้นของการปฏิบัติที่สำเร็จในการเจริญภาวนาและไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดรับทุกข์อีกต่อไป) ในไม่ช้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาลอันแสนไกล จำนวนอสงไขยกัปก่อน มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระกาสาวธวัชตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะล้างบาปแห่งการเกิดตายที่สะสมมาตลอดหนึ่งร้อยมหากัปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาลอันแสนไกล จำนวนอสงไขยกัปก่อน มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระกาสาวธวัชตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะลบล้างบาปแห่งการเกิดตายที่สะสมมาตลอดหนึ่งร้อยมหากัปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า พระมหาภิญญาสันราชตถาคต หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะได้พบพระพุทธเจ้าจำนวนมากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา ที่จะแสดงธรรมอย่างละเอียดให้ฟัง และจะบรรลุพระโพธิอย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาล มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกพระนามว่า &amp;lsquo;พระมหาภิญญาสันราชตถาคต&amp;rsquo; หากกุลบุตรหรือกุลธิดาคนใดได้ยินพระนามของพระพุทธเจ้าองค์นี้ ผู้นั้นจะได้พบพระพุทธเจ้าจำนวนมากเท่าเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา ที่จะแสดงธรรมอย่างละเอียดให้ฟัง และจะบรรลุพระโพธิ (พระสัมมาสัมโพธิญาณ) อย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาลมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ได้แก่ พระจันทรบริสุทธิ์พุทธเจ้า พระสันราชพุทธเจ้า พระปัญญาวิชัยพุทธเจ้า พระบริสุทธินามราชพุทธเจ้า พระปัญญาสำเร็จพุทธเจ้า พระอนุตตรพุทธเจ้า พระวิจิตรนาทพุทธเจ้า พระปุณณจันทร์พุทธเจ้า พระจันทรมุขพุทธเจ้า — และพระพุทธเจ้าอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ข้าแต่พระผู้มีพระภาค สรรพสัตว์ทั้งหลายในปัจจุบันและอนาคต — ไม่ว่าจะอยู่ในสวรรค์หรือโลกมนุษย์ ไม่ว่าชายหรือหญิง — เพียงสวดพระนามของพระพุทธเจ้าสักองค์เดียวก็จะได้รับบุญกุศลอันไม่มีประมาณ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สวดพระนามพระพุทธเจ้าหลายพระองค์!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ในอดีตกาลมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ได้แก่ พระจันทรบริสุทธิ์พุทธเจ้า พระสันราชพุทธเจ้า พระปัญญาวิชัยพุทธเจ้า พระบริสุทธินามราชพุทธเจ้า พระปัญญาสำเร็จพุทธเจ้า พระอนุตตรพุทธเจ้า พระวิจิตรนาทพุทธเจ้า พระปุณณจันทร์พุทธเจ้า พระจันทรมุขพุทธเจ้า&amp;hellip; และพระพุทธเจ้าอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ข้าแต่พระผู้มีพระภาค สรรพสัตว์ทั้งหลายในปัจจุบันและอนาคต — ไม่ว่าจะอยู่ในสวรรค์หรือโลกมนุษย์ ไม่ว่าชายหรือหญิง — เพียงสวดพระนามของพระพุทธเจ้าสักองค์เดียวก็จะได้รับบุญกุศลอันไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้ที่สวดพระนามพระพุทธเจ้าหลายพระองค์!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสัตว์เหล่านั้น ไม่ว่าในเวลาเกิดหรือเวลาตาย จะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่โดยธรรมชาติ และจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิเลย หากผู้ใดใกล้จะตายและมีสมาชิกในครอบครัวแม้เพียงคนเดียว ที่สวดพระนามพระพุทธเจ้าสักองค์เดียวด้วยเสียงดังแทนผู้ใกล้ตาย — ยกเว้นอนันตริยกรรมห้าประการ — ผลกรรมอื่นๆ ทั้งหมดของผู้ใกล้ตายจะถูกชำระล้างหมดสิ้น แม้แต่อนันตริยกรรมห้าประการ แม้จะหนักหนาสาหัสที่สุดและตามปกติจะทำให้ติดอยู่นับร้อยล้านกัปโดยไม่มีทางออก — ด้วยอานิสงส์แห่งการที่ผู้อื่นสวดพระนามพระพุทธเจ้าในเวลาใกล้ตาย แม้แต่บาปเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ถูกชำระล้าง ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับสรรพสัตว์ที่สวดพระนามพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง — อานิสงส์ที่ได้รับไม่มีประมาณ และบาปที่ถูกชำระล้างก็ไม่มีประมาณ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสัตว์เหล่านั้น ไม่ว่าในเวลาเกิดหรือเวลาตาย จะได้รับอานิสงส์อันยิ่งใหญ่โดยธรรมชาติ และจะไม่ตกลงสู่อบายภูมิเลย หากผู้ใดกำลังจะตายและมีสมาชิกในครอบครัวแม้เพียงคนเดียว สวดพระนามพระพุทธเจ้าสักองค์เดียวด้วยเสียงดังแทน ผู้ใกล้ตาย — ยกเว้นอนันตริยกรรมห้าประการ — จะมีผลกรรมอื่นๆ ทั้งหมดถูกชำระล้างหมดสิ้น แม้แต่อนันตริยกรรมห้าประการที่ร้ายแรงเสียจนต้องติดอยู่ในอบายภูมินับร้อยล้านกัปโดยไม่มีทางออก — ด้วยอำนาจแห่งการที่ผู้อื่นสวดพระนามพระพุทธเจ้าในเวลาใกล้ตาย แม้แต่บาปเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ถูกชำระล้าง ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับสรรพสัตว์ที่สวดพระนามพระพุทธเจ้าด้วยตนเอง — อานิสงส์ที่ได้รับไม่มีที่สิ้นสุด และบาปที่ถูกชำระล้างก็ไม่มีที่สิ้นสุด!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;reference&#34;&gt;Reference
&lt;/h2&gt;&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://book.bfnn.org/books/0016.htm&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 - 般若文海繁體站&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://sutra.ddm.org.tw/ebook/09/&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 - 法鼓山網路電子經書&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=xJv_2lF1eb4&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 78分鐘 女聲讀誦 20191022 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=JcUBI3kCpl0&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷上）念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=IPPkOTB_mkw&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷中）念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=0bLCFz5Jwu4&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷下）─念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=34VD_w2Bf5M&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;改變你一生的震撼預言：為什麼只要念一遍地藏菩薩聖號，就能改變命運？為什麼說地球就是一個巨大的道場？菩薩中最特殊的存在，祂預言了人類的終極命運…[She&amp;rsquo;s Xiaowu 小烏] - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=FAGnxFhJzKM&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏王菩薩，他才是菩薩中最頂級的存在，超度的秘密 |seeker大师兄 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
        </item>
        <item>
        <title>พระสูตรกษิติครรภ์ เล่มที่ 1: พระสูตรฉบับเต็มพร้อมคำแปลภาษาจีนสมัยใหม่ — ทำความเข้าใจมหาปณิธานแห่งความกรุณาของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์</title>
        <link>https://story.tldrlss.com/th/article/2026/04/ksitigarbha-sutra-1st-volume/</link>
        <pubDate>Tue, 07 Apr 2026 00:00:37 +0800</pubDate>
        
        <guid>https://story.tldrlss.com/th/article/2026/04/ksitigarbha-sutra-1st-volume/</guid>
        <description>&lt;img src="https://story.tldrlss.com/global-assets/images/book/ksitigarbha-sutra-1.jpg" alt="Featured image of post พระสูตรกษิติครรภ์ เล่มที่ 1: พระสูตรฉบับเต็มพร้อมคำแปลภาษาจีนสมัยใหม่ — ทำความเข้าใจมหาปณิธานแห่งความกรุณาของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์" /&gt;&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ภาพโดย &lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.facebook.com/groups/mars.chien/posts/9321970667882702/&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;國際佛光人 | 【地藏菩薩本願經&amp;hellip;經文/書法】卷上/十九《分身集會品/第二》 | Facebook&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;บทสรรเสรญ&#34;&gt;บทสรรเสริญ
&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการแด่พระภูมิอันบริสุทธิ์แต่เดิม พระพุทธคลังอันไม่มีที่สิ้นสุด พระมหากรุณาธิคุณ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากโลกทิศใต้ลอยขึ้นมาซึ่งเมฆแห่งกลิ่นหอม ฝนแห่งธูป เมฆแห่งดอกไม้ และสายฝนแห่งกลีบบุปผา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝนรัตนะและเมฆรัตนะนานาชนิด มงคลและเป็นสิริ ประดับประดาทั่วทุกทิศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหล่าเทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ — พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เสด็จมาถึงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าทั้งสามกาลสรรเสริญพระองค์พร้อมกัน พระโพธิสัตว์จากทั้งสิบทิศล้วนเข้าถึงสรณะในพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้าได้เพาะเหตุและปัจจัยอันดีงามไว้ในอดีตชาติ บัดนี้จึงขอประกาศคุณธรรมอันแท้จริงของพระกษิติครรภ์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการแด่พระภูมิอันบริสุทธิ์แต่เดิม — พระธรรมคลังอันไม่มีประมาณ พระพุทธเจ้าผู้ทรงมหากรุณา!
จากโลกทิศใต้ เมฆหอมลอยขึ้น ธูปกลายเป็นฝน ดอกไม้กลายเป็นเมฆ และจากเมฆนั้น กลีบบุปผาร่วงหล่นดุจสายฝน
รัตนะนานาชนิดกลายเป็นฝนและเมฆ เต็มไปทุกหนแห่งด้วยความมงคลและงดงามอัศจรรย์
เหล่าเทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า &amp;ldquo;เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?&amp;rdquo; พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า &amp;ldquo;เป็นเพราะพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เสด็จมาถึงแล้ว!&amp;rdquo;
พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตล้วนสรรเสริญพระองค์พร้อมกัน และพระโพธิสัตว์จากทั้งสิบทิศล้วนเข้าถึงสรณะในพระองค์
เพราะข้าพเจ้าได้เพาะเหตุกรรมอันดีงามไว้ในอดีตชาติ บัดนี้จึงมาสรรเสริญคุณธรรมอันแท้จริงของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุแห่งกรุณาและบุญบารมีที่สั่งสม พระองค์ทรงปณิธานช่วยสรรพสัตว์ทั้งปวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระขักขระทองในพระหัตถ์เขย่าเปิดประตูนรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มณีแก้วในพระหัตถ์เปล่งรัศมีไปทั่วมหาจักรวาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางเสียงแห่งปรัชญา ภายในเมฆมงคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากในชมพูทวีป พระองค์ทรงเป็นมหาเจ้าแห่งบุญและพยาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มหากรุณา มหาปณิธาน มหาศักดิ์สิทธิ์ มหาเมตตา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ พระเจ้าของเราทั้งหลาย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระองค์ทรงสั่งสมบุญกุศลด้วยพระทัยกรุณา ทรงปณิธานช่วยสรรพสัตว์ทั้งปวง
ด้วยพระขักขระทองในพระหัตถ์ พระองค์ทรงเขย่าเปิดประตูนรก
มณีแก้วในพระหัตถ์เปล่งรัศมีโอบอุ้มทั่วมหาจักรวาล
ท่ามกลางเสียงแห่งปรัชญา ภายในเมฆมงคล
เพื่อสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ยากในชมพูทวีป (โลกมนุษย์ของเรา) พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งและผู้คุ้มครองอันยิ่งใหญ่ที่สุด
ด้วยมหากรุณา มหาปณิธาน มหาศักดิ์สิทธิ์ และมหาเมตตา —
พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ (มหาสัตว์ หมายถึง &amp;ldquo;ผู้ยิ่งใหญ่&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;บทเปดพระสตร&#34;&gt;บทเปิดพระสูตร
&lt;/h2&gt;&lt;p&gt;พระธรรมอันสูงสุด ลึกซึ้ง และอัศจรรย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ในหลายพันล้านกัลป์ก็ยากจะได้พบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัดนี้ข้าพเจ้าสามารถเห็น ได้ยิน รับ และทรงไว้ซึ่งพระธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอให้ข้าพเจ้าเข้าใจความหมายอันแท้จริงของพระตถาคต&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระธรรมอันสูงสุด ลึกซึ้ง และอัศจรรย์นี้
แม้ในหลายร้อยพันล้านกัลป์ (กัลป์คือระยะเวลาที่ยาวนานอย่างเหลือประมาณ) ก็ยากยิ่งที่จะได้พบ
บัดนี้ข้าพเจ้าโชคดียิ่งนักที่ได้ยิน ได้เห็น และได้ศึกษา
ขอให้ข้าพเจ้าเข้าใจสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าปรารถนาจะบอกแก่พวกเราอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;พระสตรปณธานมลเดมของพระกษตครรภโพธสตว--เลมทหนง&#34;&gt;พระสูตรปณิธานมูลเดิมของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ — เล่มที่หนึ่ง
&lt;/h2&gt;&lt;h3 id=&#34;บทท-1-อทธฤทธในพระราชวงสวรรคชนดาวดงส&#34;&gt;บทที่ 1: อิทธิฤทธิ์ในพระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter1-1.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระศากยมุนีพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อพระมารดาในพระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยมีพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์จากโลกนับไม่ถ้วนในทั้งสิบทิศมาชุมนุมพร้อมกัน&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทรงแสดงธรรมเพื่อพระมารดา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ยินมาด้วยตนเอง ครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จไปยังสถานที่แห่งหนึ่งบนสวรรค์ที่เรียกว่า &amp;ldquo;ดาวดึงส์&amp;rdquo; (หรือที่รู้จักกันในชื่อ สวรรค์ชั้นสามสิบสาม ที่ซึ่งเหล่าเทวดาสถิตอยู่) เพื่อแสดงธรรมแก่พระมารดา&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น จากโลกนับไม่ถ้วนในทั้งสิบทิศ พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มหาสัตว์จำนวนไม่อาจพรรณนาได้ ไม่อาจคิดนับได้ ล้วนมาชุมนุมพร้อมกัน ต่างสรรเสริญพระศากยมุนีพุทธเจ้าว่าทรงสามารถ ในโลกแห่งกิเลสห้าประการและความชั่วร้ายนี้ แสดงมหาปัญญาและอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจคิดนับได้ ทรงฝึกฝนสรรพสัตว์ผู้ดื้อด้าน ทำให้พวกเขารู้ธรรมแห่งทุกข์และสุข พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ทรงส่งบริวารมาถวายความเคารพแด่พระผู้มีพระภาค&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น จากทั้งสิบทิศ — ตะวันออก ตะวันตก เหนือ ใต้ เบื้องบน และเบื้องล่าง — จากโลกนับไม่ถ้วน พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มหาสัตว์จำนวนไม่อาจพรรณนาได้ ล้วนมาชุมนุมพร้อมกัน ต่างสรรเสริญพระศากยมุนีพุทธเจ้าว่าทรงน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่ทรงแสดงมหาปัญญาและอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจคิดนับได้ ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่บริสุทธิ์และความชั่วร้ายนี้ (กิเลสห้าประการหมายถึงโลกอันไม่สมบูรณ์ของเรา) ทรงสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ผู้ดื้อด้านและหัวแข็ง ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าอะไรคือทุกข์และอะไรคือสุข พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ทรงส่งบริวารมาถวายสักการะแด่พระพุทธเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระตถาคตทรงแย้มพระโอษฐ์และเปล่งเมฆแห่งรัศมีอันยิ่งใหญ่หลายร้อยพันล้านประเภท ได้แก่ เมฆรัศมีมหาบริบูรณ์ เมฆรัศมีมหากรุณา เมฆรัศมีมหาปัญญา เมฆรัศมีมหาปรัชญา เมฆรัศมีมหาสมาธิ เมฆรัศมีมหามงคล เมฆรัศมีมหาบุญ เมฆรัศมีมหาคุณ เมฆรัศมีมหาสรณะ และเมฆรัศมีมหาสรรเสริญ เมื่อทรงเปล่งเมฆรัศมีอันไม่อาจพรรณนาได้เหล่านี้แล้ว:&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระโอษฐ์อย่างอ่อนโยนและเปล่งเมฆรัศมีอันยิ่งใหญ่หลายร้อยพันล้านประเภท เมฆรัศมีเหล่านี้มีชื่อมากมาย ได้แก่ เมฆรัศมีแห่งความบริบูรณ์ เมฆรัศมีแห่งกรุณา เมฆรัศมีแห่งปัญญา เมฆรัศมีแห่งปรัชญา (ปัญญาอันสูงสุด) เมฆรัศมีแห่งสมาธิ (ฌานอันลึกซึ้ง สภาวะแห่งความสงบภายในอันลึกล้ำ) เมฆรัศมีแห่งมงคล เมฆรัศมีแห่งบุญ เมฆรัศมีแห่งคุณธรรม เมฆรัศมีแห่งสรณะ และเมฆรัศมีแห่งการสรรเสริญ — ทรงเปล่งเมฆรัศมีจำนวนมากมายเหลือพรรณนาเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระองค์ยังทรงเปล่งเสียงอันอัศจรรย์นานาประเภท ได้แก่ เสียงทานปารมิตา เสียงศีลปารมิตา เสียงขันติปารมิตา เสียงวิริยปารมิตา เสียงฌานปารมิตา เสียงปรัชญาปารมิตา เสียงกรุณา เสียงมุทิตาและอุเบกขา เสียงวิมุตติ เสียงแห่งความไม่มีมลทิน เสียงปัญญา เสียงมหาปัญญา เสียงสีหนาท เสียงมหาสีหนาท เสียงเมฆคำรน และเสียงมหาเมฆคำรน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้ายังทรงเปล่งเสียงอันอัศจรรย์นานาประเภท ได้แก่ เสียงทาน (การให้ — การแบ่งปันสิ่งดีๆ แก่ผู้อื่น) เสียงศีล (ศีลธรรม — การรักษาศีล) เสียงขันติ (ความอดทน — การอดกลั้นไม่โกรธ) เสียงวิริยะ (ความเพียร — ความมุ่งมั่นไม่เกียจคร้าน) เสียงฌาน (สมาธิ — การรักษาจิตให้สงบและมีสมาธิ) เสียงปรัชญาปัญญา เสียงกรุณา เสียงมุทิตาและอุเบกขา เสียงวิมุตติ เสียงแห่งความบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน เสียงปัญญา เสียงมหาปัญญา เสียงสีหนาทอันสง่างาม เสียงมหาสีหนาทอันยิ่งใหญ่กว่า เสียงคำรนในเมฆ และเสียงมหาเมฆคำรนอันยิ่งใหญ่กว่า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อทรงเปล่งเสียงอันไม่อาจพรรณนาและไม่อาจคิดนับได้เหล่านี้แล้ว จากโลกสหาและแดนอื่นๆ เหล่าเทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณจำนวนหลายพันล้านก็มาชุมนุม ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้แก่ สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นยามา สวรรค์ชั้นดุสิต สวรรค์ชั้นนิมมานรดี สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี สวรรค์ชั้นพรหมปาริสัชชา สวรรค์ชั้นพรหมปุโรหิตา สวรรค์ชั้นมหาพรหม สวรรค์ชั้นปริตตาภา สวรรค์ชั้นอัปปมาณาภา สวรรค์ชั้นอาภัสสรา สวรรค์ชั้นปริตตสุภา สวรรค์ชั้นอัปปมาณสุภา สวรรค์ชั้นสุภกิณหา สวรรค์ชั้นเวหัปผลา สวรรค์ชั้นอสัญญีสัตว์ สวรรค์ชั้นอวิหา สวรรค์ชั้นอตัปปา สวรรค์ชั้นสุทัสสา สวรรค์ชั้นสุทัสสี สวรรค์ชั้นอกนิฏฐา สวรรค์ชั้นมเหศวร จนถึงสวรรค์ชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ — เหล่าเทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณทั้งหมดล้วนมา ณ ที่ประชุมนี้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อทรงเปล่งเสียงอันไม่อาจพรรณนาเหล่านี้แล้ว จากโลกสหาของเรา (ชื่อของโลกเรา) และแดนอื่นๆ เหล่าเทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนก็มาชุมนุม ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จากสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาอันต่ำสุด ขึ้นไปจนถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นยามา สวรรค์ชั้นดุสิต สวรรค์ชั้นนิมมานรดี สวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี จากนั้นไปยังสวรรค์ชั้นพรหมปาริสัชชา สวรรค์ชั้นพรหมปุโรหิตา สวรรค์ชั้นมหาพรหม สวรรค์ชั้นปริตตาภา สวรรค์ชั้นอัปปมาณาภา สวรรค์ชั้นอาภัสสรา สวรรค์ชั้นปริตตสุภา สวรรค์ชั้นอัปปมาณสุภา สวรรค์ชั้นสุภกิณหา สวรรค์ชั้นเวหัปผลา สวรรค์ชั้นอสัญญีสัตว์ สวรรค์ชั้นอวิหา สวรรค์ชั้นอตัปปา สวรรค์ชั้นสุทัสสา สวรรค์ชั้นสุทัสสี สวรรค์ชั้นอกนิฏฐา สวรรค์ชั้นมเหศวร จนถึงสวรรค์ชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะอันสูงสุด — เหล่าเทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณทั้งหมดล้วนมา&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากแดนอื่นๆ และโลกสหา ยังมาซึ่ง เทวดาทะเล เทวดาแม่น้ำ เทวดาลำธาร เทวดาต้นไม้ เทวดาภูเขา เทวดาแผ่นดิน เทวดาบึง เทวดาพืชผล เทวดากลางวัน เทวดากลางคืน เทวดาท้องฟ้า เทวดาสวรรค์ เทวดาอาหาร และเทวดาพืชพรรณ เทวดาเหล่านี้ทั้งหมดล้วนมา ณ ที่ประชุม&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากแดนอื่นๆ และโลกของเรายังมาซึ่งเทวดาต่างๆ ได้แก่ เทวดาทะเลผู้ปกครองมหาสมุทร เทวดาแม่น้ำผู้ปกครองแม่น้ำใหญ่ เทวดาลำธารผู้ปกครองลำน้ำ เทวดาต้นไม้ผู้ปกครองป่าไม้ เทวดาภูเขาผู้ปกครองขุนเขา เทวดาแผ่นดินผู้ปกครองพื้นดิน เทวดาบึงผู้ปกครองแม่น้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ เทวดาพืชผลผู้ปกครองการเก็บเกี่ยว เทวดากลางวันผู้ปกครองเวลากลางวัน เทวดากลางคืนผู้ปกครองเวลากลางคืน เทวดาท้องฟ้าผู้ปกครองนภากาศ เทวดาสวรรค์ เทวดาอาหารผู้ปกครองเครื่องยังชีพ และเทวดาพืชพรรณผู้ปกครองพืชผัก — เทวดาเหล่านี้ทั้งหมดล้วนมา&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากแดนอื่นๆ และโลกสหา ยังมาซึ่งมหาเปรตราชจำนวนมาก ได้แก่ เปรตราชตาชั่ว เปรตราชกินเลือด เปรตราชกินแก่นสาร เปรตราชกินตัวอ่อน เปรตราชแพร่โรค เปรตราชรวบรวมพิษ เปรตราชใจดี เปรตราชมงคล และเปรตราชมหาเคารพ มหาเปรตราชเหล่านี้ทั้งหมดล้วนมา ณ ที่ประชุม&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากแดนอื่นๆ และโลกของเรายังมาซึ่งมหาเปรตราชจำนวนมาก ได้แก่ เปรตราชตาชั่วผู้มีดวงตาน่าสะพรึง เปรตราชกินเลือดผู้ดื่มกินเลือด เปรตราชกินแก่นสารผู้ดูดเอาพลังชีวิต เปรตราชกินตัวอ่อนผู้กินตัวอ่อนและไข่ เปรตราชแพร่โรคผู้แพร่กระจายโรคภัย เปรตราชรวบรวมพิษผู้รวบรวมยาพิษ เปรตราชใจดีผู้มีจิตเมตตา เปรตราชมงคลผู้นำโชคลาภ และเปรตราชมหาเคารพผู้เปี่ยมด้วยความรักและเคารพ — มหาเปรตราชเหล่านี้ทั้งหมดก็มาเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระศากยมุนีพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์มหาสัตว์ ธรรมราชกุมาร ว่า จงดูเหล่าพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณทั้งหลาย จากโลกนี้และโลกอื่น จากแดนนี้และแดนอื่น ที่มาชุมนุม ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้ — เจ้ารู้จำนวนของพวกเขาหรือไม่?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระศากยมุนีพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้ทรงปัญญาสูงสุดในบรรดาพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย เป็นที่รู้จักในนาม &amp;ldquo;ธรรมราชกุมาร&amp;rdquo;) ว่า: &amp;ldquo;จงดูเหล่าพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ เทวดา นาค ภูตผี และวิญญาณที่มาชุมนุมจากทุกโลกและทุกแดน — เจ้ารู้ว่ามีจำนวนเท่าใดหรือไม่?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระมัญชุศรีกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค แม้ด้วยอิทธิฤทธิ์ของข้าพระองค์ หากจะคำนวณตลอดพันกัลป์ ก็ไม่อาจทราบจำนวนได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระมัญชุศรีโพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค แม้ข้าพระองค์จะใช้อิทธิฤทธิ์ทั้งหมดและใช้เวลาพันกัลป์ในการคำนวณ ก็ยังไม่อาจนับได้หมด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีว่า แม้ด้วยพุทธจักษุของตถาคต ก็ไม่อาจนับได้ครบถ้วน พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นสรรพสัตว์ที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้โปรดแล้ว กำลังโปรดอยู่ หรือจะโปรดในอนาคต — ทั้งผู้ที่สำเร็จแล้ว ผู้ที่กำลังสำเร็จ และผู้ที่ยังไม่สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;แม้ตถาคตจะมองด้วยพุทธจักษุ ก็ยังไม่อาจนับได้หมด ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นสรรพสัตว์ที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้ทรงมหาปณิธานโปรดสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทั้งหลาย) ได้โปรดมาแล้วตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน กำลังโปรดอยู่ หรือยังไม่ได้โปรด — ทั้งผู้ที่หลุดพ้นแล้ว ผู้ที่กำลังหลุดพ้น และผู้ที่ยังไม่หลุดพ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระมัญชุศรีกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ได้บำเพ็ญกุศลมูลมาช้านานในอดีต และได้บรรลุอนาวรณญาณแล้ว เมื่อได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้า ข้าพระองค์เชื่อและน้อมรับทันที แต่ผู้ที่บรรลุน้อยกว่า — เหล่าพระสาวก และสรรพสัตว์แปดจำพวกรวมทั้งเทวดาและนาค — ตลอดจนสรรพสัตว์ในอนาคตกาล แม้ได้สดับพระวาจาอันเป็นสัจจะของพระตถาคต ก็ย่อมจะสงสัย แม้จะน้อมรับคำสอนด้วยความเคารพ ก็อาจเกิดความกล่าวร้ายได้ ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาค โปรดอธิบายโดยละเอียดว่าพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ได้บำเพ็ญปฏิบัติอย่างไรและได้ตั้งปณิธานอะไรไว้ในสมัยที่ทรงบำเพ็ญเพียร จึงสามารถสำเร็จกิจอันไม่อาจคิดนับได้เช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระมัญชุศรีโพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ได้บำเพ็ญกุศลมูลมาช้านานมากและได้บรรลุอนาวรณญาณแล้ว เมื่อได้สดับพระดำรัสของพระพุทธเจ้า ข้าพระองค์เชื่อทันที แต่เหล่าพระสาวกผู้ยังไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติมากนัก (ผู้ปฏิบัติที่แสวงหาเพียงการหลุดพ้นของตนเอง) อัฏฐเทวดาธรรมบาลรวมทั้งเหล่าเทวดาและนาค และสรรพสัตว์ทั้งหลายในอนาคตกาล — แม้ได้สดับพระพุทธเจ้าตรัสความจริง ก็ย่อมจะสงสัย แม้จะน้อมรับคำสอนด้วยความเคารพ พวกเขาอาจยังอดกล่าวร้ายไม่ได้ ข้าพระองค์หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงเล่าให้ทุกคนฟังโดยละเอียดว่า พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ทำอะไรในระหว่างการบำเพ็ญเพียรในอดีต? ทรงตั้งปณิธานอะไรไว้? พระองค์สามารถสำเร็จกิจอันไม่อาจคิดนับได้เช่นนี้ได้อย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีว่า สมมติว่าหญ้า ต้นไม้ พุ่มไม้ ป่า ข้าว ป่าน ไผ่ อ้อ ภูเขา หิน และอนุภาคฝุ่นทั้งหมดในตรีสหัสมหาสหัสโลกธาตุ แต่ละอย่างนับเป็นหนึ่ง และแต่ละหนึ่งกลายเป็นแม่น้ำคงคา แล้วสมมติว่าเม็ดทรายแต่ละเม็ดในแม่น้ำคงคาแต่ละสายกลายเป็นโลกหนึ่ง แล้วสมมติว่าอนุภาคฝุ่นแต่ละอนุภาคในโลกแต่ละโลกกลายเป็นหนึ่งกัลป์ แล้วสมมติว่าฝุ่นสะสมทั้งหมดในแต่ละกัลป์ล้วนแปลงเป็นกัลป์ ตั้งแต่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์บรรลุผลแห่งภูมิที่สิบ เวลาที่ผ่านไปยังมากกว่าอุปมานี้ถึงพันเท่า ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเวลาที่พระองค์อยู่ในขั้นพระสาวกและพระปัจเจกพุทธเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;ให้ตถาคตยกอุปมาให้เจ้าฟัง จงนำทุกสิ่งในจักรวาลทั้งหมด — หญ้า ต้นไม้ ป่าไม้ ข้าว ป่าน ไผ่ อ้อ หินบนภูเขา และเศษฝุ่นละออง — แล้วนับแต่ละอย่างเป็นหนึ่ง จากนั้นเปลี่ยนแต่ละจำนวนนั้นเป็นแม่น้ำคงคา (แม่น้ำสายใหญ่ในอินเดีย) แล้วนำเม็ดทรายทุกเม็ดในแม่น้ำคงคาแต่ละสาย ให้แต่ละเม็ดแทนหนึ่งโลก จากนั้นนำเศษฝุ่นทุกอนุภาคในแต่ละโลกนั้น ให้แต่ละอนุภาคแทนหนึ่งกัลป์ (ระยะเวลาอันยาวนานอย่างเหลือเชื่อ) แล้วนำฝุ่นสะสมทั้งหมดในแต่ละกัลป์นั้นมาแปลงเป็นกัลป์อีกครั้ง เวลาตั้งแต่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์บรรลุผลแห่งทศภูมิ (หนึ่งในขั้นสูงสุดของการบำเพ็ญเพียรของพระโพธิสัตว์) มากกว่าจำนวนนั้นถึงพันเท่า! และนั่นยังไม่รวมเวลาที่พระองค์อยู่ในขั้นพระสาวกและพระปัจเจกพุทธเจ้า (ผู้ปฏิบัติอีกประเภทหนึ่ง) เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;มัญชุศรี อิทธิฤทธิ์และปณิธานของพระโพธิสัตว์องค์นี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจคิดนับได้จริงๆ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรหรือกุลธิดาผู้ใดได้ยินพระนามของพระโพธิสัตว์องค์นี้แล้วสรรเสริญ เพ่งพินิจและกราบไหว้ สวดพระนามของพระองค์ หรือถวายเครื่องสักการะ หรือแม้แต่วาด แกะสลัก ปั้น หรือลงรักรูปเคารพของพระองค์ บุคคลนั้นจะได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดร้อยชาติ และจะไม่ตกสู่อบายภูมิเลย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;มัญชุศรี อิทธิฤทธิ์และปณิธานของพระโพธิสัตว์องค์นี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจคิดนับได้จริงๆ หากในอนาคตกาลมีกุลบุตรหรือกุลธิดาผู้ใดเพียงแค่ได้ยินพระนามของพระโพธิสัตว์องค์นี้แล้วสรรเสริญ กราบไหว้ด้วยความเคารพ สวดพระนาม ถวายเครื่องสักการะ หรือแม้แต่สร้างรูปเคารพด้วยการวาด แกะสลัก หรือปั้น — บุคคลเช่นนั้นจะได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (หรือที่รู้จักว่าสวรรค์ชั้นสามสิบสาม ดินแดนอันเปี่ยมสุข) ตลอดร้อยชาติติดต่อกัน และจะไม่ตกสู่อบายภูมิ (สถานที่แห่งความทุกข์) เลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;มัญชุศรี พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์องค์นี้ ในอดีตกาลอันไกลโพ้น หลายกัลป์อันไม่อาจกล่าวได้ก่อน เคยเป็นบุตรของมหาเศรษฐี ขณะนั้นมีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า พระสิงหวิกรีฬิตสรรพธรรมสมบูรณ์ตถาคต บุตรเศรษฐีเห็นพระพุทธเจ้ามีพระรูปโฉมอันงดงามประดับด้วยพันบุญ จึงทูลถามพระพุทธเจ้าว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญปฏิบัติอย่างไรและตั้งปณิธานอะไรไว้จึงได้พระรูปเช่นนี้? พระสิงหวิกรีฬิตสรรพธรรมสมบูรณ์ตถาคตตรัสแก่บุตรเศรษฐีว่า หากปรารถนาจะได้กายเช่นนี้ จะต้องตลอดระยะเวลาอันยาวนาน โปรดสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทั้งปวงให้หลุดพ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;มัญชุศรี พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์องค์นี้ ในอดีตกาลอันไกลโพ้นยิ่งนัก — นานมากจนไม่อาจกล่าวเป็นคำพูดได้ — เคยเป็นบุตรของตระกูลผู้มั่งคั่งและมีเกียรติ (บุตรมหาเศรษฐี) ในยุคนั้นมีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า &amp;lsquo;พระสิงหวิกรีฬิตสรรพธรรมสมบูรณ์ตถาคต&amp;rsquo; ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์นี้เห็นว่าพระพุทธเจ้ามีพระรูปโฉมงดงามเป็นพิเศษ เปล่งประกายด้วยรัศมีแห่งพันบุญ จึงทูลถามพระพุทธเจ้าว่า: &amp;lsquo;พระองค์ทรงบำเพ็ญปฏิบัติอย่างไรและตั้งปณิธานอะไรไว้จึงได้พระรูปโฉมอันงดงามเช่นนี้?&amp;rsquo; พระสิงหวิกรีฬิตสรรพธรรมสมบูรณ์ตถาคตตรัสตอบว่า: &amp;lsquo;หากปรารถนาจะได้กายเช่นตถาคต จะต้องตลอดระยะเวลาอันยาวนานเหลือประมาณ โปรดสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทั้งปวงให้หลุดพ้น&amp;rsquo;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;มัญชุศรี! ขณะนั้น บุตรเศรษฐีได้ตั้งปณิธานว่า ตั้งแต่บัดนี้จนถึงอนาคตกาลอันไม่มีที่สิ้นสุด ตลอดกัลป์อันนับไม่ถ้วน เพื่อสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหลายในภพภูมิทั้งหก ข้าพเจ้าจะใช้อุบายอันแยบยลทุกประการเพื่อนำพาพวกเขาสู่ความหลุดพ้นโดยสมบูรณ์ เมื่อพวกเขาทั้งหมดหลุดพ้นแล้วเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงจะบรรลุพุทธภูมิ ด้วยมหาปณิธานที่ตั้งไว้ต่อหน้าพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แม้บัดนี้ หลังผ่านกัลป์อันไม่อาจกล่าวได้หลายร้อยพันล้านนยุต พระองค์ก็ยังคงเป็นพระโพธิสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;มัญชุศรี! เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มได้ตั้งมหาปณิธานว่า: &amp;lsquo;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตลอดกัลป์อันไม่มีที่สิ้นสุดและนับไม่ถ้วนในอนาคต ข้าพเจ้าจะอุทิศตนช่วยเหลือสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทั้งหลายในภพภูมิทั้งหก (สวรรค์ มนุษย์ อสุร เดรัจฉาน เปรต และนรก) โดยใช้ทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อช่วยเหลือพวกเขา ให้แต่ละคนได้บรรลุความหลุดพ้น เมื่อพวกเขาทั้งหมดหลุดพ้นแล้วเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงจะบรรลุพุทธภูมิ&amp;rsquo; เพราะทรงตั้งมหาปณิธานนี้ไว้ต่อหน้าพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แม้บัดนี้ หลังผ่านกัลป์อันไม่อาจกล่าวได้หลายร้อยพันล้านนยุต (จำนวนมหาศาลอย่างเหลือเชื่อ) ไปแล้ว พระองค์ก็ยังคงเป็นพระโพธิสัตว์และยังไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;อีกเรื่องหนึ่ง ในอดีตกาลหลายอสงไขยกัลป์อันไม่อาจคิดนับได้ มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า พระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระชนม์ชีพสี่แสนล้านอสงไขยกัลป์ ในสมัยพระสัทธรรมปฏิรูป มีสตรีพราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งสั่งสมบุญบารมีลึกซึ้งมาหลายชาติ เป็นที่เคารพของทุกคน ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง หรือนอน เทวดาคอยปกป้องนางเสมอ แต่มารดาของนางยึดมั่นในมิจฉาทิฏฐิและมักดูหมิ่นพระรัตนตรัย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังมีเรื่องอีกเรื่องหนึ่งจากอดีตกาลอันไกลโพ้น หลายอสงไขยกัลป์อันไม่อาจคิดนับได้ก่อน (อสงไขย หมายถึง &amp;lsquo;นับไม่ได้&amp;rsquo; แทนจำนวนมหาศาลจนไม่อาจคำนวณได้) มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า &amp;lsquo;พระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต&amp;rsquo; ซึ่งมีพระชนม์ชีพสี่แสนล้านอสงไขยกัลป์ ในสมัยพระสัทธรรมปฏิรูปหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน (ช่วงเวลาที่พระธรรมยังมีอยู่แต่ค่อยๆ เสื่อมลง) มีหญิงสาวจากตระกูลพราหมณ์ (วรรณะนักบวชในอินเดียโบราณ) ผู้ที่ได้สั่งสมบุญบารมีอันลึกซึ้งจากอดีตชาติ และทุกคนเคารพนางเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง หรือนอน เทวดาคอยปกป้องนางเสมอ แต่มารดาของนางเชื่อในลัทธิที่ผิดและมักดูหมิ่นพระรัตนตรัย — พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น นางสาวพรหมจารีผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้อุบายอันแยบยลนานาประการเพื่อนำทางและชักจูงมารดา หวังจะนำมารดาสู่สัมมาทิฏฐิ แต่มารดาของนางยังไม่ศรัทธาอย่างเต็มที่ก่อนจะสิ้นชีวิต และวิญญาณของมารดาตกลงสู่อเวจีมหานรก สตรีพราหมณ์ทราบว่ามารดาไม่เชื่อในเรื่องเหตุและผลเมื่อยังมีชีวิตอยู่ จึงคิดว่ามารดาต้องไปเกิดในอบายภูมิตามกรรมที่ทำไว้ นางจึงขายบ้านและทรัพย์สิน แล้วหาซื้อดอกไม้หอมและเครื่องสักการะนานาชนิด นำไปถวายใหญ่ ณ เจดีย์และวิหารของพระพุทธเจ้าในอดีต ณ ที่นั้น นางเห็นพระรูปของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตในวิหาร ซึ่งแกะสลักและเขียนขึ้นด้วยลักษณะอันสง่างาม สมบูรณ์ในทุกรายละเอียด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น นางสาวพรหมจารีผู้ศักดิ์สิทธิ์ (หมายถึงสตรีพราหมณ์) พยายามทุกวิถีทางเพื่อนำทางและชักจูงมารดา หวังว่ามารดาจะมีศรัทธาที่ถูกต้อง แต่มารดาของนางไม่เคยศรัทธาอย่างเต็มที่ ไม่นานต่อมา มารดาก็สิ้นชีวิต และวิญญาณตกลงสู่อเวจีมหานรก (นรกที่น่าสะพรึงที่สุด ที่ซึ่งความทุกข์ทรมานไม่เคยหยุดแม้เพียงชั่วขณะ) สตรีพราหมณ์ทราบว่ามารดาไม่เชื่อในเรื่องเหตุและผลเมื่อยังมีชีวิตอยู่ และตามกรรมที่ทำไว้ มารดาต้องไปเกิดในอบายภูมิ (สถานที่แห่งความทุกข์) อย่างแน่นอน นางจึงขายบ้าน ไปหาซื้อดอกไม้หอมและเครื่องสักการะนานาชนิดทั่วทุกแห่ง แล้วนำไปถวายใหญ่ ณ เจดีย์และวิหารที่พระพุทธเจ้าในอดีตทรงทิ้งไว้ นางเห็นพระรูปของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตในวิหารแห่งหนึ่ง — ซึ่งแกะสลักและเขียนขึ้นด้วยลักษณะอันสง่างามและน่าเกรงขาม สมบูรณ์ครบถ้วนในทุกรายละเอียด&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สตรีพราหมณ์จึงเพ่งพินิจพระพักตร์อันประเสริฐด้วยความเคารพ และศรัทธาของนางยิ่งลึกซึ้งขึ้น นางคิดในใจว่า พระพุทธเจ้าทรงได้ชื่อว่าพระมหาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ หากพระพุทธเจ้ายังคงอยู่ในโลก และข้าพเจ้าทูลถามเรื่องมารดาหลังสิ้นชีวิต พระองค์ย่อมทรงทราบว่ามารดาไปอยู่ที่ใด สตรีพราหมณ์ร้องไห้อยู่เป็นเวลานาน เพ่งมองพระตถาคตอย่างโหยหา ทันใดนั้น มีเสียงจากท้องฟ้าดังขึ้นว่า นางสาวผู้ร้องไห้ อย่าได้เศร้าโศกนักเลย บัดนี้ตถาคตจะเปิดเผยให้เจ้ารู้ว่ามารดาของเจ้าไปอยู่ที่ใด สตรีพราหมณ์ประนมมือไปยังท้องฟ้าและกล่าวว่า ท่านเทวดาผู้ทรงคุณธรรมยิ่งใหญ่ท่านใดมาบรรเทาความเศร้าโศกของข้าพเจ้า? ตั้งแต่ข้าพเจ้าสูญเสียมารดา ข้าพเจ้าคิดถึงท่านทั้งวันทั้งคืน ไม่มีที่ใดจะไปถามว่ามารดาไปเกิดในภพภูมิใด เสียงในท้องฟ้าดังขึ้นอีกครั้งว่า ตถาคตคือผู้ที่เจ้าเพ่งมองและกราบไหว้อยู่ — พระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตในอดีต เมื่อเห็นว่าความโหยหามารดาของเจ้ามากเกินกว่ามนุษย์ธรรมดา ตถาคตจึงมาบอกเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;สตรีพราหมณ์เพ่งพินิจพระรูปพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพและกราบไหว้ ศรัทธาของนางยิ่งลึกซึ้งขึ้นอีก นางคิดในใจว่า: &amp;ldquo;พระพุทธเจ้าทรงได้ชื่อว่าพระมหาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีปัญญาอันสมบูรณ์ครบถ้วน หากพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ หลังมารดาสิ้นชีวิต ข้าพเจ้าก็จะไปทูลถามพระองค์ได้ และพระองค์ย่อมทรงทราบว่ามารดาไปอยู่ที่ใด&amp;rdquo; เมื่อเงยหน้ามองพระรูปพระพุทธเจ้า สตรีพราหมณ์ร้องไห้เป็นเวลานานมาก ทันใดนั้น มีเสียงจากท้องฟ้าดังขึ้นว่า: &amp;ldquo;นางสาวผู้ร้องไห้ อย่าได้เศร้าโศกนักเลย บัดนี้ตถาคตจะแสดงให้เจ้าเห็นว่ามารดาของเจ้าไปอยู่ที่ใด&amp;rdquo; สตรีพราหมณ์ประนมมือ หันหน้าไปยังท้องฟ้า และกล่าวว่า: &amp;ldquo;ท่านเทวดาผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ท่านใดมาปลอบโยนความเศร้าโศกของข้าพเจ้า? ตั้งแต่ข้าพเจ้าสูญเสียมารดา ข้าพเจ้าคิดถึงท่านทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่มีทางรู้ว่ามารดาไปเกิดที่ใด&amp;rdquo; จากนั้นเสียงจากท้องฟ้าก็ตอบนางอีกครั้งว่า: &amp;ldquo;ตถาคตคือผู้ที่เจ้าเพ่งมองและกราบไหว้อยู่ — พระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตในอดีต ตถาคตเห็นว่าความโหยหามารดาของเจ้ามากเกินกว่ามนุษย์ธรรมดา จึงมาบอกเจ้าโดยเฉพาะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้ยินเสียงนี้ สตรีพราหมณ์ทุ่มตัวลงกราบกับพื้นด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่ง จนแขนขาและข้อต่อทั้งหมดบาดเจ็บ ผู้คนรอบข้างช่วยพยุงนาง และหลังจากเวลาผ่านไปนาน นางจึงฟื้นสติ นางกล่าวต่อท้องฟ้าว่า ขอพระพุทธเจ้าทรงกรุณาบอกข้าพเจ้าโดยเร็วว่ามารดาของข้าพเจ้าไปเกิดที่ใด กายและจิตของข้าพเจ้าบัดนี้ใกล้จะตายแล้ว จากนั้น พระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตตรัสแก่นางสาวพรหมจารีว่า หลังจากเจ้าถวายเครื่องสักการะเสร็จแล้ว จงรีบกลับบ้าน นั่งตัวตรง และเพ่งจิตระลึกถึงนามของตถาคต เจ้าจะรู้ว่ามารดาไปอยู่ที่ใด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสตรีพราหมณ์ได้ยินเสียงนี้ นางตื้นตันจนทุ่มตัวลงกราบกับพื้น ข้อต่อทั้งหมดบาดเจ็บ ผู้คนรอบข้างรีบช่วยพยุงนาง และหลังจากเวลาผ่านไปนาน นางจึงฟื้นสติ นางกล่าวต่อท้องฟ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าพเจ้าขอวิงวอนพระพุทธเจ้าทรงกรุณาบอกข้าพเจ้าว่ามารดาของข้าพเจ้าไปเกิดที่ใด กายและจิตของข้าพเจ้าแทบจะทนไม่ไหวอีกแล้ว — ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนจะตาย&amp;rdquo; จากนั้น พระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตตรัสแก่นางสาวพรหมจารีว่า: &amp;ldquo;หลังจากเจ้าถวายเครื่องสักการะเสร็จแล้ว จงรีบกลับบ้าน นั่งตัวตรงอย่างสงบ และตั้งจิตจดจ่อกับนามของตถาคต ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะรู้ว่ามารดาไปอยู่ที่ใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สตรีพราหมณ์กราบพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว จึงกลับบ้าน เพราะคิดถึงมารดาอยู่เสมอ นางจึงนั่งตัวตรงและตั้งจิตจดจ่อกับพระนามของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต หลังจากผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน นางก็พบตัวเองอยู่ริมฝั่งทะเลใหญ่แห่งหนึ่งอย่างกะทันหัน น้ำในทะเลเชี่ยวกรากและเดือดพล่าน มีสัตว์ร้ายจำนวนมากมีกายเป็นเหล็กทั้งหมด บินและวิ่งไปมาบนผิวน้ำ ไล่ตะวันออกตะวันตก นางเห็นชายหญิงหลายแสนคนจมขึ้นจมลงในทะเล ถูกสัตว์ร้ายเหล่านั้นจับกินเป็นอาหาร นางยังเห็นยักษ์รูปร่างต่างๆ — บ้างมีหลายมือ หลายตา หลายเท้า หรือหลายศีรษะ เขี้ยวยื่นออกมาแหลมคมดุจดาบ พวกมันไล่ต้อนคนบาปไปหาสัตว์ร้าย และจับพวกเขาเองด้วย บิดศีรษะและเท้าเข้าด้วยกัน รูปร่างมีนานาชนิด น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะมองนานได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากกราบพระรูปพระพุทธเจ้าแล้ว สตรีพราหมณ์กลับบ้าน เพราะมารดาอยู่ในใจเสมอ นางจึงนั่งตัวตรงและสวดพระนามของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคตด้วยใจจดจ่อ หลังจากผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม นางก็พบตัวเองอยู่ริมฝั่งทะเลใหญ่แห่งหนึ่งอย่างกะทันหัน น้ำเชี่ยวกรากเดือดพล่าน มีสัตว์ร้ายน่าสะพรึงจำนวนมากมีกายเป็นเหล็กทั้งหมด บินและวิ่งไปมาบนผิวน้ำ ไล่ไปทุกทิศทาง นางเห็นชายหญิงหลายแสนคนลอยขึ้นจมลงในน้ำ ถูกสัตว์ร้ายน่าสะพรึงจับกินเป็นอาหาร นางยังเห็นยักษ์ (อมนุษย์ดุร้ายชนิดหนึ่ง) รูปร่างประหลาดต่างๆ — บ้างมีหลายมือ หลายตา หลายเท้า หรือหลายศีรษะ ฟันยื่นออกมาแหลมคมดุจมีดโกน พวกมันไล่ต้อนคนบาปผู้ทุกข์ทรมานไปหาสัตว์ร้าย และจับพวกเขาเองด้วย บิดศีรษะและเท้าเข้าด้วยกัน ภาพเหล่านี้มีรูปร่างน่าสะพรึงนับพัน น่ากลัวเกินกว่าจะทนดูได้&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น ด้วยอานุภาพแห่งการสวดพระนามพระพุทธเจ้า สตรีพราหมณ์จึงไม่รู้สึกหวาดกลัวโดยธรรมชาติ มีเปรตราชองค์หนึ่งนามว่า ไม่มีพิษ มากราบต้อนรับนาง แล้วกล่าวแก่นางสาวพรหมจารีว่า น่าอัศจรรย์ยิ่ง พระโพธิสัตว์! เหตุใดจึงเสด็จมา ณ สถานที่นี้?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;แต่เพราะสตรีพราหมณ์ได้สวดพระนามพระพุทธเจ้าอย่างต่อเนื่อง อานุภาพของพระพุทธเจ้าจึงคุ้มครองนาง และนางไม่รู้สึกหวาดกลัวเลย ในขณะนั้น มีเปรตราชองค์หนึ่งนามว่า ไม่มีพิษ มากราบต้อนรับนางด้วยความเคารพอย่างยิ่ง แล้วกล่าวว่า: &amp;ldquo;น่าอัศจรรย์ยิ่ง พระโพธิสัตว์! เหตุใดจึงเสด็จมา ณ สถานที่นี้?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สตรีพราหมณ์จึงถามเปรตราชว่า สถานที่นี้คือที่ใด?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;สตรีพราหมณ์ถามเปรตราชว่า: &amp;ldquo;สถานที่นี้คือที่ใด?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า นี่คือทะเลแรกทางทิศตะวันตกของมหาจักรวาฬเทือกเขาเหล็ก&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า: &amp;ldquo;นี่คือทะเลแรกทางทิศตะวันตกของมหาจักรวาฬเทือกเขาเหล็ก (วงแหวนเทือกเขาเหล็กมหึมาที่ล้อมรอบขอบเขตภายนอกสุดของโลก)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามว่า ข้าพเจ้าได้ยินมาว่าภายในเทือกเขาเหล็กมีนรก เรื่องนี้จริงหรือ?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาลพรหมจารีถามว่า: &amp;ldquo;ข้าพเจ้าได้ยินมาว่าภายในเทือกเขาเหล็กมีนรก เรื่องนี้จริงหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า จริง มีนรกจริง&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า: &amp;ldquo;จริง เรื่องนี้เป็นจริง มีนรกจริงๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามว่า บัดนี้ข้าพเจ้าจะไปถึงที่แห่งนรกได้อย่างไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามว่า: &amp;ldquo;แล้วข้าพเจ้าจะไปถึงที่ที่มีนรกได้อย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า หากไม่มีอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ ก็ต้องอาศัยแรงกรรม หากไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสองอย่างนี้ ก็ไม่อาจไปถึงสถานที่นั้นได้เลย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า: &amp;ldquo;นอกจากท่านจะมีอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ ท่านก็ต้องอาศัยแรงกรรมจึงจะไปถึงได้ หากไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสองอย่างนี้ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปถึงสถานที่นั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามอีกว่า เหตุใดน้ำในที่นี้จึงเชี่ยวกรากเดือดพล่าน และเหตุใดจึงมีคนบาปและสัตว์ร้ายมากมายเช่นนี้?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามอีกว่า: &amp;ldquo;เหตุใดน้ำในที่นี้จึงเชี่ยวกรากเดือดพล่าน? และเหตุใดจึงมีคนบาปผู้ทุกข์ทรมานและสัตว์ร้ายน่าสะพรึงมากมายเช่นนี้?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า เหล่านี้คือสรรพสัตว์ผู้ทำชั่วจากชมพูทวีปที่เพิ่งตายไปไม่นาน หลังจากตายไปสี่สิบเก้าวัน หากไม่มีผู้ใดสืบสานบุญกุศลด้วยการทำความดีเพื่อช่วยพวกเขาให้พ้นทุกข์ และหากในชีวิตไม่ได้สร้างเหตุกุศลไว้เลย พวกเขาก็จะถูกส่งลงนรกตามกรรมที่ทำไว้ โดยธรรมชาติแล้วพวกเขาต้องข้ามทะเลนี้เสียก่อน ทางทิศตะวันออกของทะเลนี้หนึ่งหมื่นโยชน์ มีทะเลอีกแห่งหนึ่งที่ความทุกข์ทรมานเป็นสองเท่า ทางตะวันออกของทะเลนั้น มีทะเลอีกแห่งที่ความทุกข์ทวีคูณอีก เหตุชั่วแห่งกรรมสามประการคือกาย วาจา และใจ นำมาซึ่งวิบากกรรมนี้ รวมเรียกว่าทะเลแห่งกรรม และนี่คือสถานที่นั้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า: &amp;ldquo;เหล่านี้คือสรรพสัตว์จากชมพูทวีป (โลกมนุษย์ของเรา) ที่ทำชั่วและเพิ่งตายไปไม่นาน หลังจากตายไปสี่สิบเก้าวัน หากไม่มีลูกหลานทำบุญกุศลแทนหรือช่วยให้พ้นทุกข์ และหากในชีวิตไม่ได้ทำความดีไว้เลย พวกเขาก็จะถูกส่งลงนรกตามกรรมชั่วที่ทำไว้ ก่อนจะถึงนรก พวกเขาต้องผ่านทะเลนี้เสียก่อน ทางทิศตะวันออกของทะเลนี้หนึ่งหมื่นโยชน์ (หน่วยวัดระยะทางโบราณ หมายถึงระยะทางที่ไกลมาก) มีทะเลอีกแห่งที่ความทุกข์ทรมานรุนแรงเป็นสองเท่า ทางตะวันออกออกไปอีก มีทะเลอีกแห่งที่ความทุกข์ทวีคูณอีก ทะเลทั้งสามล้วนเกิดจากกรรมชั่วแห่งกาย วาจา และใจ รวมเรียกว่า &amp;lsquo;ทะเลแห่งกรรม&amp;rsquo; และนี่คือสถานที่นั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามเปรตราชไม่มีพิษอีกว่า แล้วนรกอยู่ที่ไหน?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามเปรตราชไม่มีพิษอีกว่า: &amp;ldquo;แล้วนรกอยู่ที่ไหน?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า ภายในทะเลทั้งสามนั้นมีมหานรก จำนวนหลายร้อยหลายพัน แต่ละแห่งแตกต่างกัน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีสิบแปดขุม ถัดลงไปมีห้าร้อย แต่ละขุมมีความทุกข์ทรมานอันหาประมาณมิได้ ถัดลงไปอีกมีอีกพันขุมหรือมากกว่า ล้วนเต็มไปด้วยความทุกข์อันหาประมาณมิได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษตอบว่า: &amp;ldquo;ภายในทะเลแห่งกรรมทั้งสามนั้นมีมหานรก นรกมีหลายร้อยหลายพัน แต่ละแห่งแตกต่างกัน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีสิบแปดขุม ถัดลงไปมีอีกห้าร้อย แต่ละขุมเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานอันหาประมาณมิได้ ถัดลงไปอีกมีอีกพันขุมหรือมากกว่า ล้วนมีความทุกข์อันไร้ขอบเขตเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามมหาเปรตราชอีกว่า มารดาของข้าพเจ้าเพิ่งสิ้นชีวิตไปไม่นาน ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าวิญญาณของมารดาไปสู่ภพภูมิใด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีถามมหาเปรตราชว่า: &amp;ldquo;มารดาของข้าพเจ้าเพิ่งสิ้นชีวิตไปไม่นาน ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าวิญญาณของมารดาไปอยู่ที่ใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เปรตราชถามนางสาวพรหมจารีว่า มารดาของพระโพธิสัตว์มีความประพฤติและการกระทำอย่างไรเมื่อยังมีชีวิตอยู่?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เปรตราชถามนางสาวพรหมจารีว่า: &amp;ldquo;มารดาของพระโพธิสัตว์ทำอะไรเมื่อยังมีชีวิตอยู่?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีตอบว่า มารดาของข้าพเจ้ายึดมั่นในมิจฉาทิฏฐิ และเยาะเย้ยดูหมิ่นพระรัตนตรัย แม้จะศรัทธาเพียงชั่วครู่ ก็กลับไม่เคารพอีกในไม่ช้า แม้เพิ่งสิ้นชีวิตไปไม่นาน ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่ามารดาไปเกิดที่ใด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีตอบว่า: &amp;ldquo;มารดาของข้าพเจ้ายึดมั่นในมิจฉาทิฏฐิ และมักเยาะเย้ยดูหมิ่นพระรัตนตรัย — พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แม้จะศรัทธาเพียงชั่วขณะ ก็กลับไม่เคารพอีกในไม่ช้า แม้สิ้นชีวิตไปไม่นาน ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่ามารดาไปเกิดที่ใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษถามว่า มารดาของพระโพธิสัตว์มีนามสกุลอะไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษถามว่า: &amp;ldquo;มารดาของพระโพธิสัตว์มีนามสกุลอะไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีตอบว่า ทั้งบิดาและมารดาของข้าพเจ้าเป็นวรรณะพราหมณ์ บิดามีนามว่าศีลาสันเสียน และมารดามีนามว่ายุเอ่อตี้ลี่&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสาวพรหมจารีตอบว่า: &amp;ldquo;ทั้งบิดาและมารดาของข้าพเจ้าเป็นวรรณะพราหมณ์ (วรรณะสูงสุดในสังคมอินเดียโบราณ) บิดามีนามว่าศีลาสันเสียน และมารดามีนามว่ายุเอ่อตี้ลี่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษประนมมือและกล่าวแก่พระโพธิสัตว์ด้วยความเคารพว่า ขอนิมนต์นางสาวพรหมจารีกลับที่พำนักของตน อย่าได้เศร้าโศกกังวลอีกเลย สตรีผู้มีบาปนามว่ายุเอ่อตี้ลี่ได้ไปเกิดในสวรรค์แล้ว — บัดนี้ผ่านไปสามวันแล้ว กล่าวกันว่าเป็นเพราะบุตรผู้กตัญญูของนาง ที่ได้ถวายเครื่องสักการะและบำเพ็ญบุญกุศลแทนมารดา และได้บริจาคแก่เจดีย์และวิหารของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต มิใช่เพียงมารดาของพระโพธิสัตว์เท่านั้นที่พ้นจากนรก แต่สรรพสัตว์ผู้มีบาปทั้งหมดในอเวจีมหานรกในวันนั้นก็ได้พ้นทุกข์และไปเกิดในสุคติเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ไม่มีพิษประนมมือและกล่าวแก่พระโพธิสัตว์ด้วยความเคารพว่า: &amp;ldquo;ขอนิมนต์นางสาวพรหมจารี จงกลับบ้านเถิด อย่าเศร้าโศกอีกเลย มารดาของท่านนามว่ายุเอ่อตี้ลี่ ได้ออกจากนรกและไปเกิดในสวรรค์แล้ว — ผ่านไปสามวันแล้ว กล่าวกันว่าเป็นเพราะนางมีบุตรที่กตัญญูอย่างยิ่ง ที่ได้ถวายเครื่องสักการะและบำเพ็ญบุญกุศลแทนมารดา และได้บริจาคแก่เจดีย์และวิหารของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต มิใช่เพียงมารดาของพระโพธิสัตว์เท่านั้นที่ได้รับการช่วยเหลือ แต่ในวันเดียวกันนั้น สรรพสัตว์ผู้มีบาปทั้งหมดที่ทุกข์ทรมานในอเวจีมหานรกก็ได้พ้นทุกข์ บรรลุสุข และไปเกิดในสวรรค์พร้อมกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเปรตราชกล่าวจบ ก็ประนมมือแล้วถอยไป สตรีพราหมณ์จึงกลับมาดุจตื่นจากความฝัน เมื่อเข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว นางยืนอยู่ต่อหน้าเจดีย์และพระรูปของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต แล้วตั้งมหาปณิธานว่า ข้าพเจ้าขอตั้งปณิธานว่าตลอดทุกกัลป์ในอนาคต เพื่อสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะใช้ทุกอุบายอันแยบยลเพื่อนำพาพวกเขาทั้งหมดสู่ความหลุดพ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเปรตราชกล่าวจบ ก็ประนมมือแล้วถอยไป สตรีพราหมณ์จึงกลับมา ดุจตื่นจากความฝัน เมื่อเข้าใจทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว นางยืนอยู่ต่อหน้าเจดีย์และพระรูปของพระปุษปสมาธิสวยัมราชตถาคต แล้วตั้งมหาปณิธานว่า: &amp;ldquo;ข้าพเจ้าขอตั้งปณิธานว่าตลอดทุกกัลป์ในอนาคต ไม่ว่าที่ใดที่มีสรรพสัตว์ผู้ทุกข์เพราะบาป ข้าพเจ้าจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อช่วยพวกเขาทั้งหมดให้หลุดพ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีว่า เปรตราชไม่มีพิษในสมัยนั้นไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระโพธิสัตว์ไฉสุขนำในปัจจุบัน และสตรีพราหมณ์ผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;เปรตราชไม่มีพิษในสมัยนั้นไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระโพธิสัตว์ไฉสุขนำในปัจจุบัน และสตรีพราหมณ์ผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บททสอง-การชมนมของพระนรมาณกาย&#34;&gt;บทที่สอง: การชุมนุมของพระนิรมาณกาย
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter1-2.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระนิรมาณกายอันไม่มีประมาณของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และหลายร้อยพันล้านพระวิกายที่แปลงกายมาจากภพภูมิทั้งหก ชุมนุมกัน ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ รับพระหัตถ์สัมผัสพระเศียรและพระมอบหมายจากพระพุทธเจ้า&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น จากนรกทั้งหมดทั่วหลายร้อยพันล้านอสงไขยโลกอันไม่อาจคิดนับ ไม่อาจพรรณนา หาประมาณมิได้ ไม่อาจกล่าวได้ และนับไม่ถ้วน พระนิรมาณกายทั้งหมดของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ล้วนมาชุมนุม ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระตถาคต พระนิรมาณกายเหล่านั้นมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับสรรพสัตว์ที่ได้รับการโปรดและหลุดพ้นจากวิถีแห่งกรรมแล้ว จำนวนหลายพันล้านนยุต ล้วนถือดอกไม้หอมมาถวายพระพุทธเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น จากนรกทั่วหลายร้อยพันล้านอสงไขยโลกอันไม่อาจคิดนับ หาประมาณมิได้ และนับไม่ถ้วน พระนิรมาณกายทั้งหมดของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้แบ่งพระองค์เป็นรูปนับไม่ถ้วนไปยังนรกทุกขุมเพื่อช่วยสรรพสัตว์) ล้วนมาชุมนุม ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของพระพุทธเจ้า พระนิรมาณกายเหล่านั้นมาจากทุกทิศทาง พร้อมด้วยสรรพสัตว์ทั้งหมดที่ได้รับการช่วยเหลือและหลุดพ้นจากวิถีแห่งกรรมชั่ว — แต่ละนิรมาณกายนำสรรพสัตว์หลายพันล้านนยุตมาด้วย ทุกคนล้วนถือดอกไม้หอมมาถวายพระพุทธเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สรรพสัตว์ทั้งหมดที่มาชุมนุม ล้วนได้รับการสั่งสอนและแนะนำจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ จนตั้งมั่นอย่างไม่ถอยกลับบนมรรคาสู่อนุตตรสัมมาสัมโพธิ สรรพสัตว์เหล่านี้ ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้น ได้ล่องลอยในวัฏสงสาร ทุกข์ทรมานในภพภูมิทั้งหกโดยไม่มีเวลาพักผ่อนแม้ชั่วขณะ ด้วยมหากรุณาและมหาปณิธานอันลึกซึ้งของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แต่ละคนจึงบรรลุผลแห่งการตรัสรู้ เมื่อมาถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จิตใจของพวกเขาเปี่ยมด้วยปีติยินดี เมื่อเพ่งมองพระตถาคต ดวงตาไม่ยอมละสายตาแม้เพียงชั่วขณะ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;สรรพสัตว์ทั้งหมดที่มาชุมนุม ล้วนได้รับการสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงจากพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และด้วยเหตุนั้นจึงก้าวหน้าอย่างไม่ถอยกลับสู่อนุตตรสัมมาสัมโพธิ (การตรัสรู้อันสูงสุดสมบูรณ์ — พุทธภูมิ) สรรพสัตว์เหล่านี้ ตลอดกัลป์อันนับไม่ถ้วนไกลโพ้น ได้ล่องลอยในวัฏสงสาร ทุกข์ทรมานในภพภูมิทั้งหกโดยไม่มีเวลาพักแม้ชั่วขณะ ด้วยมหากรุณาและมหาปณิธานอันลึกซึ้งของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ แต่ละคนจึงบรรลุผลแห่งการปฏิบัติธรรม บัดนี้ เมื่อมาถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จิตใจเปี่ยมล้นด้วยปีติยินดี เมื่อเพ่งมองพระพุทธเจ้า ดวงตาไม่ยอมละสายตาแม้เพียงชั่วขณะเดียว&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงยื่นพระพาหาทองแล้วสัมผัสพระเศียรของพระนิรมาณกายทั้งหมดของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์ทั่วหลายร้อยพันล้านอสงไขยโลกอันไม่อาจคิดนับ ไม่อาจพรรณนา หาประมาณมิได้ ไม่อาจกล่าวได้ และนับไม่ถ้วน แล้วตรัสดังนี้ว่า ในโลกชั่วร้ายแห่งกิเลสห้าประการนี้ ตถาคตสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ผู้ดื้อด้านและหัวแข็งเหล่านี้ ฝึกฝนจิตใจของพวกเขาให้ละทิ้งทางที่ผิดและกลับมาสู่ทางที่ถูก แต่ในสิบ มีเพียงหนึ่งหรือสองที่สำเร็จ ที่เหลือยังคงยึดติดนิสัยอกุศล ตถาคตเองก็ได้แบ่งภาคเป็นพันล้านกายและใช้ทุกอุบายอันแยบยล บางคนมีอินทรีย์แก่กล้า เมื่อได้ฟังธรรมก็เชื่อและน้อมรับทันที บางคนมีบุญกุศล ด้วยการส่งเสริมอย่างขยันขันแข็งก็นำพาสู่ความสำเร็จได้ บางคนทึ่มและเฉยเมย ต้องนำทางเป็นเวลานานจึงกลับใจ อีกบางคนมีกรรมหนักไม่สามารถเกิดความเคารพได้ สำหรับสรรพสัตว์นานาชนิดเหล่านี้ แต่ละจำพวกแตกต่างกัน ตถาคตจึงแบ่งภาคเป็นกายต่างๆ เพื่อโปรดพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระพุทธเจ้าทรงยื่นพระพาหาทองและสัมผัสพระเศียรของพระนิรมาณกายทั้งหมดของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทั่วโลกนับไม่ถ้วนและเกินจินตนาการอย่างอ่อนโยน แล้วตรัสว่า: &amp;ldquo;ในโลกอันน่าสะพรึงที่เต็มไปด้วยกิเลสห้าประการนี้ ตถาคตสั่งสอนและนำทางสรรพสัตว์ผู้ดื้อด้านและหัวแข็งเหล่านี้ พยายามฝึกฝนจิตใจของพวกเขาและนำพวกเขาออกจากทางที่ผิดกลับสู่ทางที่ถูก แต่ในสิบ มีเพียงหนึ่งหรือสองที่สำเร็จ — ที่เหลือยังคงยึดติดนิสัยที่ไม่ดี ตถาคตเองก็ได้แบ่งภาคเป็นพันล้านกายและพยายามทุกวิธีที่เป็นไปได้เพื่อสั่งสอนพวกเขา บางคนฉลาดและแหลมคม — เมื่อได้ฟังธรรมก็เชื่อและน้อมรับทันที บางคนมีบุญกุศล — ด้วยการส่งเสริมอย่างขยันขันแข็งก็สำเร็จได้ บางคนทึ่มและเชื่องช้า — ต้องนำทางด้วยความอดทนเป็นเวลานานจึงกลับใจได้ในที่สุด และบางคนมีกรรมหนักมาก ไม่ว่าจะสอนอย่างไรก็ไม่สามารถเกิดความเคารพได้ สำหรับสรรพสัตว์ที่แตกต่างกันเหล่านี้ ตถาคตจึงแบ่งภาคเป็นกายต่างๆ เพื่อนำทางและโปรดแต่ละคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;บางครั้งปรากฏเป็นบุรุษ บางครั้งเป็นสตรี บางครั้งเป็นเทวดาหรือนาค บางครั้งเป็นวิญญาณหรือภูตผี หรือแม้แต่ภูเขา ป่าไม้ ลำธาร ที่ราบ แม่น้ำ สระ น้ำพุ และบ่อน้ำ — ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์ เพื่อให้ทุกคนหลุดพ้น บางครั้งปรากฏเป็นเจ้าสวรรค์ บางครั้งเป็นพระพรหมราช บางครั้งเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ บางครั้งเป็นคหบดี บางครั้งเป็นพระราชา บางครั้งเป็นอัครมหาเสนาบดี บางครั้งเป็นขุนนาง บางครั้งเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรืออุบาสิกา และแม้แต่พระสาวก พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์ — ทั้งหมดเพื่อสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ มิใช่เพียงในรูปพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ตถาคตปรากฏแก่พวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;บางครั้งตถาคตปรากฏเป็นบุรุษ บางครั้งเป็นสตรี บางครั้งเป็นเทวดาหรือนาค บางครั้งเป็นวิญญาณหรือภูตผี และแม้แต่ภูเขา ป่าไม้ แม่น้ำ ที่ราบ ลำธาร สระ น้ำพุ และบ่อน้ำ — ทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์เพื่อให้ทุกคนหลุดพ้น บางครั้งตถาคตปรากฏเป็นท้าวสักกเทวราช (จักรพรรดิแห่งสวรรค์) บางครั้งเป็นพระพรหมราช (กษัตริย์แห่งสวรรค์ชั้นรูปภูมิ) บางครั้งเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ (กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกครองโลกทั้งหมด) บางครั้งเป็นคหบดี (ฆราวาสผู้ปฏิบัติธรรม) บางครั้งเป็นพระราชา บางครั้งเป็นอัครมหาเสนาบดี บางครั้งเป็นขุนนาง บางครั้งเป็นภิกษุ (พระสงฆ์ผู้อุปสมบท) ภิกษุณี (แม่ชีผู้อุปสมบท) อุบาสก (อุบาสกฆราวาสชาย) หรืออุบาสิกา (อุบาสิกาฆราวาสหญิง) และแม้แต่พระสาวก พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์ — ทั้งหมดเพื่อสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ มิใช่เพียงในรูปพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ตถาคตปรากฏแก่พวกเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จงพิจารณาดูเถิดว่าตลอดกัลป์อันนับไม่ถ้วนแห่งความเพียรพยายามและความยากลำบาก ตถาคตได้โปรดสรรพสัตว์ผู้ดื้อด้าน มีบาป และทุกข์ทรมานซึ่งยากจะเปลี่ยนแปลง ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนจะได้รับวิบากกรรมตามกรรมของตน หากพวกเขาตกสู่อบายภูมิและทุกข์ทรมานยิ่ง เจ้าจงจดจำการมอบหมายอย่างจริงจังของตถาคต ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้ จงดูแลให้สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกสหาของเรา ตั้งแต่บัดนี้จนกว่าพระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้าจะเสด็จมา ได้หลุดพ้นโดยสมบูรณ์ พ้นจากทุกข์ทั้งปวงตลอดกาล และได้รับพุทธพยากรณ์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;จงดูเถิดว่าตลอดกัลป์อันมากมายแห่งความเพียรพยายามและความยากลำบาก ตถาคตได้ทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงและโปรดสรรพสัตว์ผู้ดื้อด้าน มีบาป และทุกข์ทรมานซึ่งยากยิ่งที่จะสั่งสอน ผู้ที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจะเผชิญกับผลแห่งกรรมของตนเอง หากพวกเขาตกสู่อบายภูมิและทุกข์ทรมานยิ่ง เจ้าต้องจดจำการมอบหมายอย่างจริงจังที่ตถาคตฝากฝังแก่เจ้าในวันนี้ ณ พระราชวังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์: จงดูแลให้สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกสหาของเรา ตั้งแต่บัดนี้จนกว่าพระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้า (พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป) จะเสด็จมาในโลก ได้หลุดพ้นโดยสมบูรณ์ พ้นจากทุกข์ทั้งปวงตลอดกาล และสามารถได้พบพระพุทธเจ้าและได้รับพุทธพยากรณ์แห่งการบรรลุพุทธภูมิในอนาคต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระนิรมาณกายของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จากทุกโลกหลอมรวมกลับเป็นรูปเดียว พระองค์ทรงหลั่งน้ำพระเนตรด้วยความเศร้าโศกและจงรักภักดีอย่างลึกซึ้ง แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้น ข้าพระองค์ได้รับการนำทางจากพระพุทธเจ้า ทำให้ข้าพระองค์บรรลุอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจคิดนับได้และมหาปัญญา พระนิรมาณกายของข้าพระองค์แผ่ไปทั่วหลายร้อยพันล้านโลกอันมากดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา ในแต่ละโลก ข้าพระองค์แสดงเป็นหลายร้อยพันล้านกาย และด้วยแต่ละกาย ข้าพระองค์โปรดสรรพสัตว์หลายร้อยพันล้าน นำพาพวกเขาสู่สรณะและเคารพพระรัตนตรัย เพื่อพ้นจากวัฏสงสารตลอดกาล และบรรลุสุขแห่งนิพพาน แม้บุญกุศลของสรรพสัตว์ในพระพุทธศาสนาจะเล็กน้อยดุจเส้นผม หยดน้ำ เม็ดทราย หรืออนุภาคฝุ่น ข้าพระองค์จะค่อยๆ นำทางพวกเขาสู่ความหลุดพ้นและนำมาซึ่งประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาคอย่าได้วิตกกังวลเรื่องสรรพสัตว์ในอนาคตกาลที่ทำชั่วเลย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระนิรมาณกายทั้งหมดของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จากทุกโลกหลอมรวมกลับเป็นรูปเดียว พระองค์ทรงหลั่งน้ำพระเนตรด้วยความจงรักภักดีอย่างลึกซึ้ง แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้น ข้าพระองค์ได้รับการนำทางและช่วยเหลือจากพระพุทธเจ้า ทำให้ข้าพระองค์ได้ครอบครองอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจคิดนับได้และมหาปัญญานี้ พระนิรมาณกายของข้าพระองค์แผ่ไปทั่วหลายร้อยพันล้านโลกอันมากดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา ในแต่ละโลก ข้าพระองค์แปลงเป็นหลายร้อยพันล้านกาย และแต่ละกายนำทางสรรพสัตว์หลายร้อยพันล้านให้เข้าถึงสรณะและเคารพพระรัตนตรัย เพื่อพ้นจากวัฏสงสารตลอดกาล และบรรลุสุขแห่งนิพพาน แม้สรรพสัตว์จะทำบุญกุศลในพระพุทธศาสนาเพียงเล็กน้อยดุจเส้นผม หยดน้ำ เม็ดทราย หรืออนุภาคฝุ่น ข้าพระองค์จะค่อยๆ นำทางพวกเขาสู่ความหลุดพ้นและนำมาซึ่งประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาคอย่าได้ทรงวิตกกังวลเรื่องสรรพสัตว์ในอนาคตกาลที่ทำชั่วเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระองค์กราบทูลพระพุทธเจ้าดังนี้ถึงสามครั้งว่า ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาคอย่าได้ทรงวิตกกังวลเรื่องสรรพสัตว์ในอนาคตกาลที่ทำชั่วเลย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงกล่าวคำนี้แก่พระพุทธเจ้าถึงสามครั้งว่า: &amp;ldquo;ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาคอย่าได้ทรงวิตกกังวลเรื่องสรรพสัตว์ในอนาคตกาลที่ทำชั่วเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า ดีแล้ว! ดีแล้ว! ตถาคตอนุโมทนาในความสำเร็จของเจ้า เจ้าสามารถบำเพ็ญมหาปณิธานที่ตั้งไว้ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้นให้สำเร็จ เมื่อภารกิจอันยิ่งใหญ่แห่งการโปรดสรรพสัตว์เสร็จสิ้น เจ้าจะบรรลุโพธิ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และตรัสว่า: &amp;ldquo;ดีแล้ว! ดีแล้ว! ตถาคตอนุโมทนาแก่เจ้า เจ้าสามารถบำเพ็ญมหาปณิธานที่ตั้งไว้ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้นให้สำเร็จ เมื่อภารกิจอันยิ่งใหญ่แห่งการโปรดสรรพสัตว์ทั้งปวงเสร็จสิ้น เจ้าจะบรรลุโพธิ (การตรัสรู้อันสูงสุด) และสำเร็จพุทธมรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บททสาม-การพจารณาเหตปจจยแหงกรรมของสรรพสตว&#34;&gt;บทที่สาม: การพิจารณาเหตุปัจจัยแห่งกรรมของสรรพสัตว์
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter1-3.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงพรรณนาโดยละเอียดแก่พระนางมายาเทวี เกี่ยวกับวิบากกรรมของสรรพสัตว์และความทุกข์ในนรก&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระมารดาของพระพุทธเจ้า พระนางมายาเทวี ทรงประนมพระหัตถ์ด้วยความเคารพแล้วทูลถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ สรรพสัตว์ในชมพูทวีปสร้างกรรมนานาชนิด วิบากกรรมที่ได้รับมีอะไรบ้าง? พระกษิติครรภ์ตอบว่า ทั่วทั้งพันล้านโลกและแดน บางแห่งมีนรกบางแห่งไม่มี บางแห่งมีสตรีบางแห่งไม่มี บางแห่งมีพระพุทธศาสนาบางแห่งไม่มี เช่นเดียวกับพระสาวกและพระปัจเจกพุทธเจ้า — บางแห่งมีบางแห่งไม่มี ไม่ใช่เพียงวิบากกรรมของนรกเท่านั้นที่แตกต่าง แท้จริงแล้วทุกสิ่งล้วนแตกต่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระมารดาของพระพุทธเจ้า พระนางมายาเทวี ทรงประนมพระหัตถ์ด้วยความเคารพแล้วทูลถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ สรรพสัตว์ในโลกมนุษย์สร้างกรรมต่างๆ นานา วิบากกรรมที่พวกเขาได้รับมีอะไรบ้าง?&amp;rdquo; พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตอบว่า: &amp;ldquo;ทั่วทั้งพันแล้วพันโลกและแดน บางแห่งมีนรกบางแห่งไม่มี บางแห่งมีสตรีบางแห่งไม่มี บางแห่งมีพระพุทธศาสนาบางแห่งไม่มี แม้แต่พระสาวกและพระปัจเจกพุทธเจ้าก็เช่นกัน — บางแห่งมีบางแห่งไม่มี ไม่ใช่เพียงวิบากกรรมของนรกเท่านั้นที่แตกต่าง — แท้จริงแล้วทุกสิ่งล้วนแตกต่างกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระนางมายาเทวีกราบทูลพระโพธิสัตว์อีกว่า ข้าพเจ้าปรารถนาจะฟังเรื่องอบายภูมิที่เกิดจากวิบากกรรมของบาปที่กระทำในชมพูทวีป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระนางมายาเทวีกราบทูลพระโพธิสัตว์อีกว่า: &amp;ldquo;ขอท่านได้โปรดเล่าเรื่องอบายภูมิที่เกิดจากกรรมชั่วที่กระทำในโลกชมพูทวีปของเราให้ฟังก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ตอบว่า ข้าแต่พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ข้าพเจ้าขอน้อมวิงวอนให้พระองค์สดับและรับพระดำรัสของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะกล่าวโดยย่อ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตอบว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดสดับอย่างตั้งใจ ข้าพเจ้าจะกล่าวโดยย่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระมารดาของพระพุทธเจ้าตรัสว่า ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์เล่า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระมารดาของพระพุทธเจ้าตรัสว่า: &amp;ldquo;ขอเชิญท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์เล่าเถิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ว่า ในชมพูทวีปทิศใต้ ชื่อและประเภทของวิบากกรรมมีดังนี้ หากมีสรรพสัตว์ผู้ไม่กตัญญูต่อบิดามารดา หรือถึงขั้นฆ่าท่าน จะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกและอยู่ที่นั่นตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางพ้น หากมีสรรพสัตว์ผู้ทำให้พระพุทธเจ้าทรงเลือดออก ดูหมิ่นพระรัตนตรัย และไม่เคารพพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ก็จะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางพ้น หากมีสรรพสัตว์ผู้ยักยอกหรือทำลายทรัพย์สินของคณะสงฆ์ ประพฤติมิชอบต่อพระภิกษุหรือภิกษุณี หรือประพฤติผิดทางกามภายในวัด หรือฆ่าและทำร้าย — บุคคลเช่นนั้นจะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางพ้น หากมีสรรพสัตว์ผู้แอบอ้างเป็นนักบวชแต่ไม่มีจิตวิญญาณของนักบวช ใช้จ่ายทรัพย์สินของคณะสงฆ์อย่างสุรุ่ยสุร่าย หลอกลวงฆราวาส และล่วงละเมิดศีลกระทำชั่วนานาประการ — บุคคลเช่นนั้นจะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางพ้น หากมีสรรพสัตว์ผู้ขโมยทรัพย์สินของคณะสงฆ์ ข้าว อาหาร เสื้อผ้า หรือหยิบแม้แต่สิ่งเดียวโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางพ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ว่า: &amp;ldquo;ในชมพูทวีปทิศใต้ (โลกของเรา) ประเภทของวิบากกรรมจากบาปมีดังนี้: หากผู้ใดไม่กตัญญูต่อบิดามารดา หรือถึงขั้นฆ่าท่าน จะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกและอยู่ที่นั่นตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางออก หากผู้ใดทำร้ายพระกายพระพุทธเจ้าจนทรงเลือดออก ดูหมิ่นพระรัตนตรัย — พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ — หรือแสดงความไม่เคารพต่อพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ก็จะตกลงสู่อเวจีมหานรกเช่นกันตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางออก หากผู้ใดยักยอกหรือทำลายทรัพย์สินของวัด (ทรัพย์สินส่วนรวมของคณะสงฆ์) ประพฤติมิชอบต่อพระภิกษุหรือภิกษุณี หรือประพฤติผิดทางกามภายในเขตวัด หรือฆ่าและทำร้ายผู้อื่น บุคคลเช่นนั้นก็จะตกลงสู่อเวจีมหานรกเช่นกันตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางออก หากผู้ใดแอบอ้างเป็นนักบวช (ผู้ปฏิบัติที่อุปสมบทแล้ว) แต่ไม่มีจิตใจของนักบวชอย่างแท้จริง ใช้จ่ายทรัพยากรของวัดอย่างสุรุ่ยสุร่าย หลอกลวงฆราวาส (คนทั่วไป) ล่วงละเมิดศีล และกระทำชั่วนานาประการ บุคคลเช่นนั้นจะตกลงสู่อเวจีมหานรกตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางออก หากผู้ใดขโมยทรัพย์สิน ข้าว อาหาร หรือเสื้อผ้าของวัด — แม้แต่หยิบสิ่งเดียวโดยไม่ได้รับอนุญาต — ก็จะตกลงสู่อเวจีมหานรกตลอดพันล้านกัลป์โดยไม่มีทางออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ตรัสว่า ข้าแต่พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ หากสรรพสัตว์กระทำความผิดเหล่านี้ จะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกทั้งห้า ซึ่งไม่อาจหวังแม้แต่ชั่วขณะเดียวที่ความทุกข์จะหยุด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตรัสต่อว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ หากสรรพสัตว์กระทำความผิดเหล่านี้ จะต้องตกลงสู่อเวจีมหานรกทั้งห้า ในนรกเหล่านั้น ไม่อาจหวังแม้แต่ชั่วขณะเดียวที่ความทุกข์จะบรรเทา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระนางมายาเทวีทูลถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อีกว่า อเวจีมหานรกหมายความว่าอย่างไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระนางมายาเทวีทูลถามพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์อีกว่า: &amp;ldquo;ทำไมจึงเรียกว่าอเวจีมหานรก? &amp;lsquo;อเวจี&amp;rsquo; หมายความว่าอย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์ตรัสว่า ข้าแต่พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ นรกทั้งหมดอยู่ภายในมหาจักรวาฬเทือกเขาเหล็ก มหานรกมีจำนวนสิบแปดขุม ถัดลงไปมีอีกห้าร้อย แต่ละขุมมีชื่อแตกต่างกัน ถัดลงไปอีกมีอีกพันขุมหรือมากกว่า แต่ละขุมก็มีชื่อแตกต่างกัน สำหรับอเวจีมหานรก — กำแพงเมืองคุกมีเส้นรอบวงกว่าแปดหมื่นลี้ เมืองทั้งหมดสร้างด้วยเหล็ก สูงหนึ่งหมื่นลี้ ด้านบนกำแพงมีไฟลุกโชน แทบไม่มีช่องว่าง ภายในเมืองคุก นรกเชื่อมต่อกัน แต่ละขุมมีชื่อแตกต่างกัน มีนรกขุมหนึ่งชื่อว่าอเวจี มีเส้นรอบวงหนึ่งหมื่นแปดพันลี้ กำแพงสูงหนึ่งพันลี้ ล้วนปิดด้วยเหล็ก ไฟจากเบื้องบนลุกลามลงถึงเบื้องล่าง และไฟจากเบื้องล่างลุกลามขึ้นถึงเบื้องบน งูเหล็กและสุนัขเหล็กพ่นไฟวิ่งบนกำแพงคุก แล่นไปทั่วทุกทิศ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ตอบว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ นรกทั้งหมดตั้งอยู่ภายในมหาจักรวาฬเทือกเขาเหล็ก มหานรกมีจำนวนสิบแปดขุม ถัดลงไปมีอีกห้าร้อย แต่ละขุมมีชื่อแตกต่างกัน ถัดลงไปอีกมีอีกพันขุมหรือมากกว่า แต่ละขุมก็มีชื่อแตกต่างกัน สำหรับอเวจีมหานรก — กำแพงเมืองคุกมีเส้นรอบวงกว่าแปดหมื่นลี้ เมืองทั้งหมดสร้างด้วยเหล็ก สูงหนึ่งหมื่นลี้ เปลวไฟปกคลุมด้านบนกำแพงแทบไม่มีช่องว่างเลย ภายในเมืองคุก นรกทั้งหมดเชื่อมต่อกัน แต่ละขุมมีชื่อแตกต่างกัน ในนั้นมีขุมหนึ่งชื่อว่า &amp;lsquo;อเวจี&amp;rsquo; มีเส้นรอบวงหนึ่งหมื่นแปดพันลี้ กำแพงคุกสูงหนึ่งพันลี้ ล้วนสร้างด้วยเหล็ก ไฟจากเบื้องบนลุกไหม้ลงถึงเบื้องล่าง และไฟจากเบื้องล่างลุกไหม้ขึ้นถึงเบื้องบน งูเหล็กและสุนัขเหล็กพ่นไฟจากปากวิ่งแล่นไปตามกำแพงคุกทุกทิศทาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ภายในนรกมีเตียงแผ่ครอบคลุมทั่วทั้งหนึ่งหมื่นลี้ เมื่อบุคคลเดียวรับโทษ บุคคลนั้นจะเห็นร่างกายของตนแผ่เต็มเตียงทั้งหมด เมื่อพันล้านบุคคลรับโทษพร้อมกัน แต่ละคนก็เห็นร่างกายของตนเต็มเตียงเช่นกัน นี่คือวิบากกรรมที่เกิดจากกรรมร่วมของสรรพสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายในนรกมีเตียงแผ่ยาวสิบพันลี้ เมื่อมีเพียงคนเดียวรับโทษ คนนั้นจะเห็นร่างกายของตนแผ่เต็มเตียงทั้งหมด แม้เมื่อพันแล้วพันคนรับโทษพร้อมกัน แต่ละคนก็ยังเห็นร่างกายของตนเต็มเตียงทั้งหมด นี่คือวิบากกรรมที่เกิดจากกรรมชั่วของสรรพสัตว์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น คนบาปต้องทนทุกข์ทรมานทุกรูปแบบ ยักษ์และเปรตชั่วร้ายหลายร้อยพัน มีเขี้ยวดุจดาบ ตาเปล่งแสงดุจสายฟ้า มือติดเล็บทองแดง ลากและฉุดคนบาปไปมา ยักษ์อื่นๆ ถือหอกเหล็กใหญ่แทงกายคนบาป — ทะลุปากและจมูก ทะลุท้องและหลัง โยนคนบาปขึ้นกลางอากาศ รับไว้อีกครั้ง แล้วโยนลงบนเตียง อินทรีเหล็กจิกตาคนบาป งูเหล็กรัดคอคนบาป ตะปูยาวถูกตอกเข้าทุกข้อต่อ ลิ้นถูกดึงออกมาไถ ลำไส้ถูกดึงออกมาหั่นเป็นชิ้นๆ ทองแดงหลอมเหลวถูกเทใส่ปาก เหล็กเผาแดงถูกพันรอบกาย ตายหมื่นครั้งเกิดพันครั้ง — นี่คือวิบากแห่งกรรม ดำเนินต่อไปหลายร้อยล้านกัลป์โดยไม่มีทางพ้น&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนบาปที่นั่นต้องทนทุกข์ทุกรูปแบบ ยักษ์และเปรตชั่วร้ายหลายร้อยพัน ฟันแหลมคมดุจดาบ ตาเปล่งแสงดุจสายฟ้า มือติดเล็บทองแดง ลากและฉุดคนบาปไปมา ยักษ์อื่นๆ ถือหอกเหล็กใหญ่ (อาวุธชนิดหนึ่ง) แทงกายคนบาป — ทะลุปากและจมูก ทะลุท้องและหลัง โยนขึ้นกลางอากาศ รับไว้ แล้วโยนลงบนเตียง อินทรีเหล็กมาจิกตาคนบาป งูเหล็กรัดคอคนบาป ตะปูยาวถูกตอกเข้าทุกข้อต่อในร่างกาย ลิ้นถูกดึงออกมาไถ ลำไส้ถูกดึงออกมาหั่นเป็นชิ้นๆ ทองแดงหลอมเหลวถูกเทใส่ปาก แผ่นเหล็กเผาแดงถูกพันรอบร่าง พวกเขาตายแล้วเกิดอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า — หมื่นครั้งตาย หมื่นครั้งเกิด — ทั้งหมดเป็นวิบากแห่งกรรมชั่ว สิ่งนี้ดำเนินต่อไปหลายร้อยล้านกัลป์ ไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีความหวังที่จะพ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อโลกนี้ถูกทำลาย พวกเขาถูกส่งไปโลกอื่น เมื่อโลกนั้นถูกทำลายอีก พวกเขาถูกส่งไปที่อื่น เมื่อโลกนั้นก็ถูกทำลายอีก พวกเขายังคงถูกส่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เมื่อโลกนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ พวกเขาก็ถูกนำกลับมาอีก วิบากกรรมของอเวจีมหานรกเป็นดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อโลกนี้ถูกทำลาย คนบาปจะถูกส่งไปโลกอื่นเพื่อทุกข์ทรมานต่อไป หากโลกนั้นก็ถูกทำลาย พวกเขาจะถูกส่งไปที่อื่นอีก หากโลกนั้นก็ถูกทำลายอีก พวกเขาจะถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ เมื่อโลกเดิมถูกสร้างขึ้นใหม่ พวกเขาจะถูกส่งกลับมาเพื่อรับโทษต่อ วิบากกรรมของอเวจีมหานรกเป็นอย่างนี้เอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น ที่เรียกว่าอเวจีเพราะมีวิบากกรรมห้าประการ ห้าประการนั้นคืออะไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยิ่งไปกว่านั้น ที่เรียกว่า &amp;lsquo;อเวจี&amp;rsquo; (หมายถึง &amp;lsquo;ไม่มีการขาดตอน&amp;rsquo;) เพราะมีวิบากกรรมห้าประการ ห้าประการนั้นคืออะไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่หนึ่ง ความทุกข์ดำเนินต่อไปทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดตลอดทั้งกัลป์ ไม่มีแม้ชั่วขณะเดียวที่หยุดพัก — เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่หนึ่ง ความทุกข์ดำเนินต่อไปทั้งวันทั้งคืนไม่หยุด ยาวนานตลอดทั้งกัลป์ ไม่มีแม้ชั่วขณะเดียวที่หยุดพัก เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่สอง ไม่ว่าจะเป็นคนเดียวหรือหลายคน แต่ละคนเต็มนรกทั้งหมด — เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่สอง ไม่ว่าจะมีเพียงคนเดียวรับโทษหรือหลายคน แต่ละคนรู้สึกเหมือนว่านรกทั้งหมดเต็มไปด้วยตนเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่สาม เครื่องมือทรมาน ได้แก่ ส้อม กระบอง อินทรีเหล็ก งูเหล็ก หมาป่า สุนัข สาก โม่ เลื่อย สิ่ว มีดสับ หม้อต้มเดือด ตาข่ายเหล็ก เชือกเหล็ก ลาเหล็ก ม้าเหล็ก หนังดิบพันศีรษะ ทองแดงหลอมเหลวเทราดบนกาย เม็ดเหล็กกลืนเมื่อหิว เหล็กหลอมดื่มเมื่อกระหาย — จากปีถึงกัลป์ ผ่านนยุตแห่งกาล ทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีหยุด เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่สาม เครื่องมือทรมาน ได้แก่ ส้อม กระบอง อินทรีเหล็ก งูเหล็ก หมาป่า สุนัข สากหิน โม่หิน เลื่อย สิ่ว มีดสับ น้ำเดือดในหม้อใหญ่ ตาข่ายเหล็ก เชือกเหล็ก ลาเหล็ก ม้าเหล็ก หนังดิบพันศีรษะ ทองแดงหลอมเหลวเผาแดงเทราดบนกาย เม็ดเหล็กกลืนเมื่อหิว เหล็กหลอมดื่มเมื่อกระหาย — จากหนึ่งปีถึงทั้งกัลป์ ผ่านนยุตแห่งกาลอันนับไม่ถ้วน ทุกข์ทรมานเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีหยุด เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่สี่ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ไม่ว่าเชื้อชาติใด — เจียง หู อี๋ หรือตี๋ — ไม่ว่าแก่หรือเยาว์ สูงศักดิ์หรือต่ำต้อย ไม่ว่าจะเป็นนาค วิญญาณ เทวดา หรือเปรต ผู้ใดกระทำความผิดเช่นนั้นล้วนต้องทนทุกข์เท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่สี่ ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ไม่ว่าเชื้อชาติใด ไม่ว่าแก่หรือเยาว์ สูงศักดิ์หรือต่ำต้อย ไม่ว่าจะเป็นนาค วิญญาณ เทวดา หรือเปรต — ตราบใดที่กระทำความผิดเหล่านี้ ทุกคนต้องทนทุกข์ที่นี่อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ประการที่ห้า เมื่อตกลงสู่นรกนี้แล้ว ตั้งแต่ชั่วขณะแรกที่เข้ามาตลอดหลายร้อยพันกัลป์ แต่ละวันแต่ละคืนต้องตายหมื่นครั้งเกิดหมื่นครั้ง ไม่อาจหวังแม้ชั่วขณะเดียวที่จะพักผ่อน จนกว่ากรรมทั้งหมดจะหมดสิ้นจึงจะไปเกิดใหม่ได้ สิ่งนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด — เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่ห้า เมื่อตกลงสู่นรกนี้แล้ว ตั้งแต่ชั่วขณะแรกที่เข้ามาตลอดหลายร้อยพันกัลป์ แต่ละวันแต่ละคืนต้องตายหมื่นครั้งเกิดหมื่นครั้ง ไม่อาจหวังแม้ชั่วขณะสั้นที่สุดที่จะหยุดพัก จนกว่ากรรมทั้งหมดจะหมดสิ้นจึงจะไปเกิดใหม่ได้ในที่สุด สิ่งนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด — เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าอเวจี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ว่า นี่เป็นเพียงการกล่าวโดยย่อเรื่องอเวจีมหานรก หากจะพรรณนาโดยละเอียดถึงชื่อของเครื่องมือทรมานทั้งหมดและความทุกข์นานาประเภท แม้ตลอดทั้งกัลป์ก็ไม่อาจกล่าวจบ พระนางมายาเทวีเมื่อได้สดับแล้ว ทรงเปี่ยมด้วยความเศร้าโศก ทรงประนมพระหัตถ์ กราบลึก แล้วเสด็จถอยไป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ว่า: &amp;ldquo;นี่เป็นเพียงการกล่าวโดยย่อเรื่องอเวจีมหานรก หากจะพรรณนาโดยละเอียดถึงชื่อของเครื่องมือทรมานทั้งหมดและความทุกข์นานาชนิด แม้จะกล่าวตลอดทั้งกัลป์ก็ไม่อาจจบ&amp;rdquo; หลังจากสดับแล้ว พระทัยของพระนางมายาเทวีเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ทรงประนมพระหัตถ์ กราบลึกด้วยความเคารพ แล้วเสด็จถอยไป&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h3 id=&#34;บททส-วบากกรรมของสรรพสตวแหงชมพทวป&#34;&gt;บทที่สี่: วิบากกรรมของสรรพสัตว์แห่งชมพูทวีป
&lt;/h3&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&#34;https://story.tldrlss.com/global/article/2026/04/ksitigarbha-sutra/chapter1-4.jpg&#34;width=&#34;1024&#34;height=&#34;1024&#34;loading=&#34;lazy&#34;alt=&#34;พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในอดีตชาติเป็นสตรีพราหมณ์และเป็นนางสว่างตา ผู้ตั้งมหาปณิธานช่วยสรรพสัตว์ผู้ทุกข์ทรมาน&#34;
	
	class=&#34;gallery-image&#34; 
		data-flex-grow=&#34;100&#34;data-flex-basis=&#34;240px&#34;
	
&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มหาสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ด้วยอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระพุทธตถาคตนั่นเอง ที่ข้าพระองค์สามารถแสดงรูปกายทั่วหลายร้อยพันล้านโลกเพื่อช่วยสรรพสัตว์ผู้ทุกข์จากวิบากกรรม หากไม่มีมหากรุณาธิคุณของพระตถาคต ข้าพระองค์ก็ไม่อาจสำเร็จการแปลงกายเช่นนี้ได้ บัดนี้ข้าพระองค์ได้รับพระมอบหมายจากพระพุทธเจ้าอีกครั้ง: จนกว่าพระอชิตะจะบรรลุพุทธภูมิ สรรพสัตว์ทั้งหลายในภพภูมิทั้งหกจะต้องได้รับการโปรดให้หลุดพ้น จริงแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาค โปรดอย่าได้ทรงวิตกกังวลเลย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ในขณะนั้น พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เพราะข้าพระองค์ได้รับอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า จึงสามารถไปยังหลายร้อยพันล้านโลก แบ่งภาคเป็นรูปนับไม่ถ้วน และช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ทุกข์จากวิบากกรรม หากไม่มีมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า ข้าพระองค์ก็ไม่อาจสำเร็จการแปลงกายเช่นนี้ได้ บัดนี้ข้าพระองค์ยังได้รับพระมอบหมายจากพระพุทธเจ้า: ก่อนที่พระอชิตะ (พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ผู้ที่จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป) จะบรรลุพุทธภูมิ ข้าพระองค์จะโปรดและหลุดพ้นสรรพสัตว์ทั้งหลายในภพภูมิทั้งหก ข้าแต่พระผู้มีพระภาค โปรดอย่าได้ทรงวิตกกังวลเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังไม่หลุดพ้น มีจิตและวิญญาณที่ไม่มั่นคง นิสัยอกุศลผูกมัดพวกเขาในกรรม และนิสัยกุศลนำมาซึ่งผลดี จะทำดีหรือชั่วขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่พบ พวกเขาหมุนเวียนในวิถีทั้งห้าไม่มีเวลาพักแม้ชั่วขณะ ผ่านกัลป์มากดุจอนุภาคฝุ่น สับสนและถูกอุปสรรคขวางกั้นอยู่เสมอ พวกเขาเหมือนปลาว่ายในข่าย — ลอยไปตามกระแสยาว อาจหลุดออกมาชั่วคราว แต่ก็ถูกจับอีก สำหรับสรรพสัตว์เช่นนี้ ตถาคตจึงเป็นห่วง แต่เมื่อเจ้าตั้งใจจะบำเพ็ญปณิธานที่ตั้งไว้ในอดีต ยืนยันคำมั่นสัญญาตลอดกัลป์นับไม่ถ้วนเพื่อโปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปทั้งหลาย ตถาคตจะมีอะไรต้องห่วงอีก?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังไม่หลุดพ้น มีจิตและวิญญาณที่ไม่มั่นคง เมื่อทำชั่วก็สะสมกรรมชั่ว เมื่อทำดีก็ก่อเกิดผลดี จะทำดีหรือชั่วขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่พบทั้งสิ้น พวกเขาหมุนเวียนไม่หยุดในวิถีทั้งห้า (สวรรค์ มนุษย์ เดรัจฉาน เปรต และนรก) ไม่มีเวลาพักแม้ชั่วขณะ ผ่านกัลป์มากดุจอนุภาคฝุ่น สับสนและถูกอุปสรรคขวางกั้นอยู่เสมอ พวกเขาเหมือนปลาว่ายเข้าข่าย — ลอยไปตามกระแสยาว อาจหลุดออกมาชั่วคราว แต่ก็ติดข่ายอื่นอีก สำหรับสรรพสัตว์เช่นนี้ ตถาคตจึงเป็นห่วงมาตลอด แต่เมื่อเจ้าตั้งใจจะบำเพ็ญปณิธานที่ตั้งไว้ในอดีต สาบานซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดกัลป์นับไม่ถ้วนเพื่อโปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปทั้งหลาย ตถาคตจะมีอะไรต้องห่วงอีก?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระดำรัสเหล่านี้กำลังตรัสอยู่ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์องค์หนึ่งในที่ประชุมนามว่า พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ตลอดกัลป์อันมากมาย พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ตั้งปณิธานอะไรไว้ จึงได้รับการสรรเสริญอย่างจริงจังจากพระผู้มีพระภาคเช่นนี้? ข้าพระองค์ขอวิงวอนพระผู้มีพระภาคโปรดอธิบายโดยย่อ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังตรัสอยู่ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์องค์หนึ่งในที่ประชุมนามว่า พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ตลอดกัลป์อันมากมาย พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ตั้งปณิธานอะไรไว้ จึงได้รับการสรรเสริญอย่างจริงจังและจริงใจจากพระผู้มีพระภาคเช่นนี้? ข้าพระองค์หวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงเล่าให้ฟังโดยย่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ว่า จงฟังอย่างตั้งใจ! จงฟังอย่างตั้งใจ! จงพิจารณาให้ดี! บัดนี้ตถาคตจะอธิบายให้เจ้าฟังโดยละเอียด ในอดีตกาลอันไกลโพ้น หลายอสงไขยนยุตกัลป์อันไม่อาจกล่าวได้อันหาประมาณมิได้ก่อน มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า พระสรรพญาณสำเร็จตถาคต ทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบโดยสมบูรณ์ วิชชาจรณสมบูรณ์ สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถี สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระชนม์ชีพหกหมื่นกัลป์ ก่อนออกบวช พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งประเทศเล็กๆ พระองค์ทรงเป็นพระสหายกับกษัตริย์ของประเทศเพื่อนบ้าน และทั้งสองพระองค์ทรงปฏิบัติทศบารมีเพื่อประโยชน์ของสรรพสัตว์ แต่ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านกระทำชั่วมากมาย กษัตริย์ทั้งสองทรงปรึกษากันและคิดอุบายอันแยบยลนานาประการ กษัตริย์องค์หนึ่งทรงปณิธานว่าจะบรรลุพุทธภูมิโดยเร็วแล้วโปรดสรรพสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ไม่ทิ้งแม้แต่คนเดียว กษัตริย์อีกองค์ทรงปณิธานว่า: หากข้าพเจ้ายังไม่โปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหมดให้สงบสุขจนถึงขั้นบรรลุโพธิ ข้าพเจ้าจะไม่ขอเป็นพระพุทธเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;จงฟังอย่างตั้งใจ! จงฟังอย่างตั้งใจ! จงคิดให้ดี! ตถาคตจะอธิบายให้เจ้าฟังโดยละเอียด ในอดีตกาลอันไกลโพ้น หลายอสงไขยนยุตกัลป์อันไม่อาจกล่าวได้อันหาประมาณมิได้ก่อน มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า &amp;lsquo;พระสรรพญาณสำเร็จตถาคต&amp;rsquo; พระองค์ทรงมีพระนามอันเป็นเกียรติมากมาย — ทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบโดยสมบูรณ์ วิชชาจรณสมบูรณ์ สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถี สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา พระพุทธเจ้าพระองค์นี้มีพระชนม์ชีพหกหมื่นกัลป์ ก่อนออกบวช พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งประเทศเล็กๆ พระองค์ทรงเป็นพระสหายที่ดีกับกษัตริย์ของประเทศเพื่อนบ้าน และทั้งสองพระองค์ทรงปฏิบัติทศบารมีเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่ประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่กระทำชั่ว กษัตริย์ทั้งสองทรงปรึกษากันและพยายามทุกวิถีทางเพื่อสั่งสอนและนำทางพวกเขา กษัตริย์องค์หนึ่งทรงตั้งปณิธานว่า: &amp;lsquo;ข้าพเจ้าจะบรรลุพุทธภูมิโดยเร็วแล้วโปรดสรรพสัตว์เหล่านี้ทั้งหมด ไม่ทิ้งแม้แต่คนเดียว&amp;rsquo; กษัตริย์อีกองค์ทรงตั้งปณิธานว่า: &amp;lsquo;หากข้าพเจ้ายังไม่โปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหมดให้สงบสุขจนถึงขั้นบรรลุโพธิ ข้าพเจ้าจะไม่ขอเป็นพระพุทธเจ้า&amp;rsquo;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ว่า กษัตริย์ที่ทรงปณิธานบรรลุพุทธภูมิโดยเร็วนั้น ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระสรรพญาณสำเร็จตถาคต กษัตริย์ที่ทรงปณิธานจะโปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหมดตลอดกาล ปฏิเสธที่จะเป็นพระพุทธเจ้าจนกว่าทุกคนจะได้รับการช่วยเหลือนั้น ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;กษัตริย์ที่ทรงปณิธานบรรลุพุทธภูมิโดยเร็วนั้น ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระสรรพญาณสำเร็จตถาคต และกษัตริย์ที่ทรงปณิธานจะโปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหมดตลอดกาล ปฏิเสธที่จะเป็นพระพุทธเจ้าจนกว่าทุกคนจะได้รับการช่วยเหลือ — นั่นไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ หลายอสงไขยกัลป์อันหาประมาณมิได้ก่อน มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งอุบัติในโลก นามว่า พระปทุมจักษุตถาคต พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นมีพระชนม์ชีพสี่สิบกัลป์ ในสมัยพระสัทธรรมปฏิรูป มีพระอรหันต์องค์หนึ่ง ผู้โปรดสรรพสัตว์ด้วยบุญบารมีของตน ในระหว่างที่ท่านสั่งสอน ท่านได้พบสตรีผู้หนึ่งนามว่า สว่างตา ซึ่งจัดเตรียมอาหารถวายท่าน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ หลายอสงไขยกัลป์อันหาประมาณมิได้ก่อน มีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งอุบัติในโลก นามว่า &amp;lsquo;พระปทุมจักษุตถาคต&amp;rsquo; พระพุทธเจ้าพระองค์นี้มีพระชนม์ชีพสี่สิบกัลป์ ในสมัยพระสัทธรรมปฏิรูปหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน มีพระอรหันต์องค์หนึ่ง (ผู้ปฏิบัติที่กำจัดกิเลสทั้งหมดแล้ว) ผู้โปรดสรรพสัตว์ด้วยบุญบารมีของตน ในระหว่างที่ท่านสั่งสอน ท่านได้พบสตรีผู้หนึ่งนามว่า &amp;lsquo;สว่างตา&amp;rsquo; นางสว่างตาจัดเตรียมอาหารถวายพระอรหันต์องค์นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอรหันต์ถามนางว่า เจ้ามีความปรารถนาอะไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอรหันต์ถามนางว่า: &amp;ldquo;เจ้ามีความปรารถนาอะไรหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสว่างตาตอบว่า ในวันที่มารดาของข้าพเจ้าสิ้นชีวิต ข้าพเจ้าได้ทำบุญกุศลเพื่อหวังช่วยมารดา แต่ข้าพเจ้าไม่ทราบว่ามารดาไปเกิดในภพภูมิใด&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสว่างตาตอบว่า: &amp;ldquo;ในวันที่มารดาของข้าพเจ้าสิ้นชีวิต ข้าพเจ้าได้ทำบุญกุศลหวังจะช่วยมารดา แต่ข้าพเจ้ายังไม่ทราบว่ามารดาไปเกิดที่ใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอรหันต์ด้วยความกรุณา จึงเข้าสมาธิเพื่อตรวจดู ท่านเห็นว่ามารดาของนางสว่างตาตกลงสู่อบายภูมิและทุกข์ทรมานยิ่ง พระอรหันต์ถามนางสว่างตาว่า มารดาของเจ้าทำอะไรเมื่อยังมีชีวิตอยู่? ขณะนี้นางอยู่ในอบายภูมิ ทุกข์ทรมานอย่างมหันต์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอรหันต์รู้สึกสงสารนางเป็นอย่างยิ่ง จึงเข้าสมาธิ (ฌานอันลึกซึ้ง ใช้อิทธิฤทธิ์ตรวจดู) ท่านเห็นว่ามารดาของนางสว่างตาตกลงสู่อบายภูมิและทุกข์ทรมานยิ่ง พระอรหันต์ถามนางสว่างตาว่า: &amp;ldquo;มารดาของเจ้าทำอะไรเมื่อยังมีชีวิตอยู่? ขณะนี้นางอยู่ในอบายภูมิ ทุกข์ทรมานอย่างมหันต์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสว่างตาตอบว่า มารดาของข้าพเจ้าชอบกินปลาและตะพาบน้ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชอบกินไข่และลูกอ่อน — ทอดหรือต้ม กินอย่างตามใจชอบ หากนับจำนวนชีวิตที่มารดาเบียดเบียน น่าจะหลายสิบล้านขึ้นไป ข้าแต่พระคุณเจ้า ด้วยความกรุณาของท่าน จะมีทางช่วยมารดาได้อย่างไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสว่างตาตอบว่า: &amp;ldquo;มารดาของข้าพเจ้ามีนิสัยชอบกินปลาและตะพาบน้ำมาก โดยเฉพาะชอบกินไข่และลูกอ่อน ทอดหรือต้ม กินอย่างตามใจชอบ หากนับจำนวนชีวิตที่มารดาเบียดเบียน น่าจะหลายสิบล้านขึ้นไป ข้าแต่พระคุณเจ้า ด้วยความกรุณาของท่าน มีทางใดที่จะช่วยมารดาได้หรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอรหันต์ด้วยความกรุณา จึงคิดอุบายอันแยบยลและแนะนำนางสว่างตาว่า เจ้าควรสวดพระนามของพระปทุมจักษุตถาคตอย่างจริงจัง และแกะสลักและวาดพระรูปของพระองค์ ทั้งผู้มีชีวิตและผู้ล่วงลับจะได้รับผลบุญ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระอรหันต์รู้สึกสงสารนางเป็นอย่างยิ่งและคิดหาทางช่วย ท่านแนะนำนางสว่างตาว่า: &amp;ldquo;เจ้าควรสวดพระนามของพระปทุมจักษุตถาคตอย่างจริงจัง และแกะสลักและวาดพระรูปของพระองค์ ด้วยการทำเช่นนี้ ทั้งผู้มีชีวิตและผู้ล่วงลับจะได้รับผลบุญอันดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้ยินดังนั้น นางสว่างตาจึงสละทรัพย์สินที่รักที่สุดทันที จ้างวาดพระรูปพระพุทธเจ้า และถวายเครื่องสักการะต่อหน้าพระรูป ด้วยจิตใจเปี่ยมด้วยความเคารพ นางร้องไห้และเพ่งมองพระรูปด้วยความบูชา จากนั้น ในยามดึก นางฝันเห็นพระกายพระพุทธเจ้าเปล่งรัศมีทองดุจเขาพระสุเมรุ เปล่งประกายอันยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้าตรัสแก่นางสว่างตาว่า มารดาของเจ้าจะไปเกิดในบ้านของเจ้าในไม่ช้า ทันทีที่ทารกรู้สึกหิวและหนาว ก็จะพูดได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากได้ยินดังนั้น นางสว่างตาจึงสละทรัพย์สินที่รักที่สุดทันที (แลกเปลี่ยนเป็นทุนทำบุญ) และจ้างวาดพระรูปพระพุทธเจ้าเพื่อถวายเครื่องสักการะ ด้วยจิตใจเปี่ยมด้วยความเคารพ นางร้องไห้และเพ่งมองพระรูปด้วยความบูชา จากนั้น ในยามดึก นางฝันเห็นพระกายพระพุทธเจ้าเปล่งรัศมีทอง สูงใหญ่งดงามดุจเขาพระสุเมรุ (ภูเขาในตำนานที่ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลางจักรวาล) เปล่งประกายอันมหึมา พระพุทธเจ้าตรัสแก่นางสว่างตาว่า: &amp;ldquo;มารดาของเจ้าจะไปเกิดในครัวเรือนของเจ้าในไม่ช้า ทันทีที่ทารกรู้สึกหิวและหนาว ก็จะเริ่มพูดได้ทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา คนรับใช้ในบ้านคลอดบุตร ทารกยังไม่ถึงสามวันก็เริ่มพูดได้ ก้มศีรษะร้องไห้ แล้วกล่าวแก่นางสว่างตาว่า เหตุปัจจัยแห่งเกิดและตายในวัฏสงสาร วิบากกรรม — แต่ละคนต้องรับเอง ข้าพเจ้าคือมารดาของเจ้า ตั้งแต่จากเจ้ามา ข้าพเจ้าอยู่ในความมืดเป็นเวลานาน ตกลงสู่มหานรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยอานุภาพแห่งบุญกุศลของเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดใหม่ในที่สุด แต่ข้าพเจ้าเกิดเป็นคนต่ำต้อย และอายุจะสั้น — เพียงสิบสามปี จากนั้นข้าพเจ้าจะต้องตกสู่อบายภูมิอีกครั้ง เจ้ามีแผนอะไรที่จะช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากชะตากรรมนี้?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา คนรับใช้ในบ้านคลอดบุตร ทารกคนนี้ ยังไม่ถึงสามวัน ก็เริ่มพูดขึ้นมาทันที! ก้มศีรษะร้องไห้ แล้วกล่าวแก่นางสว่างตาว่า: &amp;ldquo;พันธนาการแห่งเกิดและตายในวัฏสงสาร วิบากแห่งการกระทำ — แต่ละคนต้องรับเอง ข้าพเจ้าคือมารดาของเจ้า! ตั้งแต่จากเจ้ามา ข้าพเจ้าอยู่ในดินแดนแห่งความมืดเป็นเวลานานแสนนาน ตกลงสู่มหานรกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยอานุภาพแห่งบุญกุศลที่เจ้าสั่งสม ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดใหม่ในที่สุด แต่บัดนี้ข้าพเจ้าเกิดเป็นคนต่ำต้อยและมีอายุสั้นมาก — มีชีวิตได้เพียงสิบสาม — หลังจากนั้น ข้าพเจ้าจะต้องตกสู่อบายภูมิอีกครั้ง เจ้ามีวิธีใดที่จะช่วยข้าพเจ้าให้หนีพ้นจากความทุกข์นี้?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้ยินดังนั้น นางสว่างตารู้อย่างไม่มีข้อสงสัยว่านี่คือมารดาของนาง สะอื้นด้วยความเศร้าและร้องไห้อย่างขมขื่น แล้วกล่าวแก่ทารกของคนรับใช้ว่า ในเมื่อท่านเป็นมารดาของข้าพเจ้าจริง ท่านต้องรู้ว่าท่านทำความผิดอะไรและกระทำสิ่งใดที่ทำให้ท่านตกสู่อบายภูมิ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ นางสว่างตามั่นใจอย่างไม่มีข้อสงสัยว่านี่คือมารดาของนาง สะอื้นด้วยความเศร้าและร้องไห้อย่างขมขื่น แล้วกล่าวแก่ทารกว่า: &amp;ldquo;ในเมื่อท่านเป็นมารดาของข้าพเจ้าจริง ท่านต้องรู้ว่าท่านทำบาปอะไรและกระทำสิ่งใดที่ทำให้ท่านตกสู่อบายภูมิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ทารกของคนรับใช้ตอบว่า เป็นเพราะกรรมชั่วสองประการคือการฆ่าสัตว์ และการดูหมิ่นและด่าทอ ที่ข้าพเจ้าต้องรับวิบากกรรมนี้ หากไม่ใช่เพราะบุญกุศลของเจ้าช่วย ข้าพเจ้าก็ไม่อาจพ้นจากชะตากรรมนั้นได้แม้ในบัดนี้ เมื่อพิจารณาจากน้ำหนักของความผิดที่ข้าพเจ้ากระทำ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ทารกตอบว่า: &amp;ldquo;เป็นเพราะกรรมชั่วสองประการคือการฆ่าสัตว์ และการดูหมิ่นและด่าทอ ที่ข้าพเจ้าต้องรับวิบากกรรมนี้ หากไม่ใช่เพราะบุญกุศลของเจ้าช่วยข้าพเจ้าให้พ้นทุกข์ เมื่อพิจารณาจากน้ำหนักของกรรมที่ข้าพเจ้าสร้างไว้ ข้าพเจ้าก็ไม่น่าจะพ้นจากชะตากรรมนั้นได้เร็วเช่นนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสว่างตาถามว่า การลงโทษและวิบากกรรมในนรกเป็นอย่างไร?&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;นางสว่างตาถามว่า: &amp;ldquo;การลงโทษและวิบากกรรมในนรกเป็นอย่างไร?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ทารกของคนรับใช้ตอบว่า ความทุกข์ทรมานและการลงโทษน่าสะพรึงกลัวมากจนข้าพเจ้าไม่อาจทนเล่าได้ แม้มีเวลาหนึ่งแสนปีก็ไม่อาจเล่าจบ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ทารกตอบว่า: &amp;ldquo;ความทุกข์ทรมานและการลงโทษเหล่านั้นน่าสะพรึงกลัวมากจนข้าพเจ้าไม่อาจทนพูดถึงได้ แม้มีเวลาหนึ่งแสนปี ก็แทบจะเล่าไม่จบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อได้ยินดังนั้น นางสว่างตาร้องไห้ร่ำไห้ แล้วกล่าวต่อท้องฟ้าว่า ขอให้มารดาของข้าพเจ้าพ้นจากนรกตลอดกาล! เมื่อสิ้นสุดสิบสามปีแล้ว ขออย่าได้กระทำบาปหนักอีก และอย่าได้ผ่านอบายภูมิอีก ข้าพเจ้าขอวิงวอนพระพุทธเจ้าทั้งหลายในสิบทิศ ทรงกรุณาสดับมหาปณิธานที่ข้าพเจ้าตั้งไว้เพื่อมารดา หากมารดาของข้าพเจ้าสามารถพ้นจากอบายภูมิทั้งสามตลอดกาล พ้นจากสถานะต่ำต้อยและเสื่อมทราม และพ้นจากทุกข์แห่งการเกิดเป็นสตรีตลอดทุกกัลป์ในอนาคต — ข้าพเจ้าขอตั้งปณิธานว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต่อหน้าพระรูปพระปทุมจักษุตถาคต ตลอดหลายร้อยพันล้านกัลป์ที่จะมาถึง ในทุกโลกที่มีอยู่ ข้าพเจ้าจะช่วยสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหลายในนรกและอบายภูมิทั้งสาม โปรดพวกเขาให้พ้นจากนรก อบายภูมิ และวิถีแห่งเดรัจฉานและเปรต เมื่อสรรพสัตว์ผู้มีบาปเหล่านั้นทุกคนบรรลุพุทธภูมิแล้วเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงจะบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากได้ยินดังนั้น นางสว่างตาร้องไห้เสียงดังและร้องตะโกนต่อท้องฟ้าว่า: &amp;ldquo;ขอให้มารดาของข้าพเจ้าพ้นจากนรกตลอดกาล! เมื่อมารดามีชีวิตครบสิบสามปีแล้ว ขออย่าได้กระทำบาปหนักอีก หรือตกสู่อบายภูมิอีก ข้าพเจ้าขอวิงวอนพระพุทธเจ้าทั้งหลายในสิบทิศ ทรงกรุณาสดับมหาปณิธานที่ข้าพเจ้าตั้งไว้เพื่อมารดา! หากมารดาของข้าพเจ้าสามารถพ้นจากอบายภูมิทั้งสาม (นรก เปรต และเดรัจฉาน) ตลอดกาล พ้นจากสถานะต่ำต้อยและเสื่อมทราม และแม้แต่ทุกข์แห่งการเกิดเป็นสตรีตลอดทุกกัลป์ในอนาคต — ข้าพเจ้าขอตั้งปณิธาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต่อหน้าพระรูปพระปทุมจักษุตถาคต: ตลอดหลายร้อยพันล้านกัลป์ที่จะมาถึง ในทุกโลกที่มีอยู่ ข้าพเจ้าจะช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ทุกข์ทรมานในนรกและอบายภูมิทั้งสาม โปรดพวกเขาให้พ้นจากนรก อบายภูมิ เดรัจฉาน และเปรต เมื่อสรรพสัตว์ผู้มีวิบากกรรมเหล่านั้นทุกคนบรรลุพุทธภูมิแล้วเท่านั้น ข้าพเจ้าจึงจะบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;เมื่อตั้งปณิธานแล้ว นางได้ยินพระปทุมจักษุตถาคตตรัสแก่นางอย่างชัดเจนว่า สว่างตา มหากรุณาของเจ้าน่าชื่นชมยิ่ง เจ้าสามารถตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เพื่อมารดาของเจ้า ตถาคตสังเกตว่าเมื่อมารดาของเจ้ามีชีวิตครบสิบสามปีและจากโลกนี้ไป นางจะไปเกิดเป็นพราหมณ์นักพรตมีอายุร้อยปี หลังจากชาตินั้น นางจะไปเกิดใน &amp;ldquo;แดนไร้ทุกข์&amp;rdquo; มีอายุขัยเป็นกัลป์อันหาประมาณมิได้ ในที่สุด นางจะบรรลุพุทธภูมิและโปรดมนุษย์และเทวดาจำนวนมากดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากตั้งปณิธานแล้ว นางได้ยินพระปทุมจักษุตถาคตตรัสแก่นางอย่างชัดเจนว่า: &amp;ldquo;สว่างตา มหากรุณาของเจ้าน่าชื่นชมยิ่ง เจ้าสามารถตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เพื่อมารดาของเจ้า ตถาคตสังเกตว่าเมื่อมารดาของเจ้ามีชีวิตครบสิบสามปีและจากโลกนี้ไป นางจะไปเกิดเป็นพราหมณ์นักพรตมีอายุร้อยปี หลังจากชาตินั้น นางจะไปเกิดใน &amp;lsquo;แดนไร้ทุกข์&amp;rsquo; (โลกที่ปราศจากความเศร้าโศกทั้งปวง) มีอายุขัยยาวนานเกินจะประมาณ ในที่สุด นางจะบรรลุพุทธภูมิและโปรดมนุษย์และเทวดาจำนวนมหาศาลดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระสมาธิสวยัมราชว่า พระอรหันต์ที่โปรดและนำทางนางสว่างตาด้วยบุญบารมีในสมัยนั้น ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระโพธิสัตว์อักษยมติในปัจจุบัน มารดาของนางสว่างตาก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระโพธิสัตว์วิมุตติในปัจจุบัน และนางสว่างตาเองก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในปัจจุบัน ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้นในอดีต ด้วยมหากรุณาเช่นนี้ พระองค์ทรงตั้งปณิธานมากดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรหรือกุลธิดาผู้ใดไม่ปฏิบัติดีแต่กระทำชั่ว ไม่เชื่อในเรื่องเหตุและผล ประพฤติผิดในกามและพูดเท็จ พูดส่อเสียดและพูดหยาบ ดูหมิ่นมหายาน — สรรพสัตว์ที่กระทำความผิดเช่นนี้ย่อมต้องตกสู่อบายภูมิ แต่หากพวกเขาพบกัลยาณมิตรผู้ชักชวนให้พวกเขาเข้าถึงสรณะในพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในชั่วขณะดีดนิ้ว สรรพสัตว์เหล่านั้นจะพ้นจากวิบากกรรมแห่งอบายภูมิทั้งสามทันที หากพวกเขาสามารถเข้าถึงสรณะด้วยความจริงใจและเคารพ เพ่งมอง บูชา และสรรเสริญพระโพธิสัตว์ ถวายดอกไม้หอม เสื้อผ้า และรัตนะนานาชนิด หรืออาหารและเครื่องดื่ม และปฏิบัติบูชาพระโพธิสัตว์เช่นนี้ ตลอดหลายร้อยพันล้านกัลป์ที่จะมาถึง พวกเขาจะสถิตในสวรรค์เสมอ ได้รับสุขอันสูงสุดและอัศจรรย์ เมื่อบุญสวรรค์หมดสิ้นและไปเกิดในโลกมนุษย์ ตลอดหลายร้อยพันกัลป์ พวกเขาจะเป็นกษัตริย์ผู้ครองอำนาจเสมอ สามารถระลึกถึงเหตุ ผล และประวัติทั้งหมดของอดีตชาติได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ว่า: &amp;ldquo;พระอรหันต์ที่นำทางและโปรดนางสว่างตาด้วยบุญบารมีในสมัยนั้น ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระโพธิสัตว์อักษยมติในปัจจุบัน มารดาของนางสว่างตาก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระโพธิสัตว์วิมุตติในปัจจุบัน และนางสว่างตาเองก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในปัจจุบัน ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้นในอดีต ด้วยมหากรุณาเช่นนี้ พระองค์ทรงตั้งปณิธานมากดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาเพื่อโปรดสรรพสัตว์ ในอนาคตกาล หากมีกุลบุตรหรือกุลธิดาผู้ใดไม่ปฏิบัติดีแต่กระทำชั่ว ไม่เชื่อในเรื่องเหตุและผล ประพฤติผิดในกามและพูดเท็จ พูดส่อเสียดและพูดหยาบ ดูหมิ่นมหายาน — สรรพสัตว์ที่กระทำความผิดเช่นนี้ย่อมต้องตกสู่อบายภูมิ แต่หากพวกเขาพบกัลยาณมิตรผู้ชักชวนให้พวกเขาเข้าถึงสรณะในพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ในชั่วขณะดีดนิ้ว สรรพสัตว์เหล่านั้นจะพ้นจากวิบากกรรมแห่งอบายภูมิทั้งสามทันที หากพวกเขาสามารถเข้าถึงสรณะด้วยความจริงใจและเคารพ เพ่งมองและบูชาและสรรเสริญพระโพธิสัตว์ ถวายดอกไม้หอม เสื้อผ้า และรัตนะนานาชนิด หรืออาหารและเครื่องดื่ม — หากปฏิบัติบูชาพระโพธิสัตว์เช่นนี้ — ตลอดหลายร้อยพันล้านกัลป์ที่จะมาถึง พวกเขาจะสถิตในสวรรค์เสมอ ได้รับสุขอันสูงสุดและอัศจรรย์ เมื่อบุญสวรรค์หมดสิ้นและไปเกิดในโลกมนุษย์ ตลอดหลายร้อยพันกัลป์ พวกเขาจะเป็นกษัตริย์ผู้ครองอำนาจเสมอ สามารถระลึกถึงเหตุ ผล และประวัติทั้งหมดของอดีตชาติได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สมาธิสวยัมราช! อิทธิฤทธิ์อันไม่อาจคิดนับได้และน่าเกรงขามของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เป็นดังนี้ ผู้ซึ่งให้ประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างกว้างขวาง พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจงจดจำพระสูตรนี้และเผยแพร่ให้กว้างไกล&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาธิสวยัมราช! พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงมีอิทธิฤทธิ์อันไม่อาจคิดนับได้และน่าเกรงขามเช่นนี้ และทรงให้ประโยชน์แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างกว้างขวาง พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจงจดจำพระสูตรนี้และเผยแพร่ให้กว้างไกล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค โปรดอย่าได้ทรงวิตกกังวลเลย พวกข้าพระองค์ พระโพธิสัตว์มหาสัตว์หลายพันล้านองค์ จะสามารถประกาศพระสูตรนี้อย่างกว้างขวางด้วยอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า และให้ประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในชมพูทวีปอย่างแน่นอน เมื่อกราบทูลจบแล้ว พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ทรงประนมพระหัตถ์ กราบด้วยความเคารพ แล้วเสด็จถอยไป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค โปรดอย่าได้ทรงวิตกกังวลเลย พวกข้าพระองค์ พระโพธิสัตว์หลายพันล้านองค์ จะสามารถประกาศพระสูตรนี้อย่างกว้างขวางด้วยอิทธิฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า และให้ประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในชมพูทวีปอย่างแน่นอน&amp;rdquo; เมื่อกราบทูลจบแล้ว พระสมาธิสวยัมราชโพธิสัตว์ทรงประนมพระหัตถ์ กราบด้วยความเคารพ แล้วเสด็จถอยไป&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์ลุกขึ้นจากที่นั่ง ประนมพระหัตถ์ด้วยความเคารพ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงตั้งมหาปณิธานเช่นนี้มาตั้งแต่กัลป์อันไกลโพ้น เหตุใดพระองค์จึงยังโปรดสรรพสัตว์ทั้งหมดไม่เสร็จ และเหตุใดจึงยังตั้งปณิธานที่ยิ่งกว้างขวางขึ้นไปอีก? ข้าพระองค์ทั้งหลายขอวิงวอนพระผู้มีพระภาคโปรดอธิบาย&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ขณะนั้น ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์ (มหาเทพผู้พิทักษ์สี่ทิศ — ตะวันออก ตะวันตก ใต้ และเหนือ) ลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกัน ประนมพระหัตถ์ด้วยความเคารพ แล้วกราบทูลพระพุทธเจ้าว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ทรงตั้งมหาปณิธานเช่นนี้มาตั้งแต่นานมาก เหตุใดพระองค์จึงยังโปรดสรรพสัตว์ทั้งหมดไม่เสร็จ และเหตุใดจึงยังตั้งปณิธานที่ยิ่งกว้างขวางขึ้นไปอีก? ข้าพระองค์ทั้งหลายหวังว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงอธิบาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่ท้าวจตุโลกบาลว่า ดีแล้ว! ดีแล้ว! บัดนี้ เพื่อประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่เจ้าและเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายในปัจจุบันและอนาคตกาล ตถาคตจะกล่าวถึงวิธีที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ภายในวิถีแห่งเกิดและตายในชมพูทวีปแห่งโลกสหานี้ ด้วยกรุณาได้ช่วยเหลือและโปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหลายด้วยอุบายอันแยบยลของพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่ท้าวจตุโลกบาลว่า: &amp;ldquo;ดีแล้ว! ดีแล้ว! บัดนี้ เพื่อประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่เจ้าทั้งหลายและเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายในปัจจุบันและอนาคตกาล ตถาคตจะกล่าวถึงวิธีที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ภายในวิถีแห่งเกิดและตายในชมพูทวีปแห่งโลกสหาของเรา ด้วยกรุณาได้ช่วยเหลือและโปรดสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ทั้งหลายด้วยอุบายอันแยบยลทุกรูปแบบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ท้าวจตุโลกบาลกราบทูลว่า จริงแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ทั้งหลายยินดียิ่งที่จะสดับ&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;ท้าวจตุโลกบาลกราบทูลว่า: &amp;ldquo;ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ทั้งหลายยินดียิ่งที่จะสดับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่ท้าวจตุโลกบาลว่า ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้นจนถึงปัจจุบัน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้โปรดสรรพสัตว์ แต่ปณิธานของพระองค์ยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ ด้วยความกรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ในโลกนี้ และสังเกตว่าตลอดกัลป์อันหาประมาณมิได้ในอนาคต เถาวัลย์แห่งเหตุและผลจะยังคงเติบโตต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด พระองค์จึงตั้งมหาปณิธานอีกครั้ง ดังนั้น ในโลกสหานี้ ในชมพูทวีป พระโพธิสัตว์องค์นี้จึงใช้อุบายอันแยบยลหลายร้อยพันล้านประการเพื่อสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าตรัสแก่ท้าวจตุโลกบาลว่า: &amp;ldquo;ตลอดกัลป์อันยาวนานไกลโพ้นจนถึงปัจจุบัน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้โปรดสรรพสัตว์ แต่ปณิธานของพระองค์ยังไม่สำเร็จ ด้วยความกรุณาต่อสรรพสัตว์ผู้มีบาปและทุกข์ในโลกนี้ และสังเกตว่าตลอดกัลป์อันหาประมาณมิได้ในอนาคต เหตุกรรมและผลกรรมของสรรพสัตว์จะยังคงยืดยาวดุจเถาวัลย์ไม่มีที่สิ้นสุด พระองค์จึงตั้งมหาปณิธานอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้ พระโพธิสัตว์องค์นี้จึงใช้อุบายอันแยบยลหลายร้อยพันล้านประการเพื่อสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงสรรพสัตว์ในโลกสหาของเรา ในชมพูทวีป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ท้าวจตุโลกบาล เมื่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พบผู้ฆ่าสัตว์ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งอายุสั้นเพราะเคราะห์ร้ายในอดีต เมื่อพบผู้ลักขโมย พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความยากจนและลำบาก เมื่อพบผู้ประพฤติผิดในกาม พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดเป็นนกกระจอก นกพิราบ หรือเป็ดแมนดาริน เมื่อพบผู้พูดหยาบ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งคนในครอบครัวทะเลาะกัน เมื่อพบผู้ดูหมิ่น พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการไม่มีลิ้นหรือปากเต็มไปด้วยแผล เมื่อพบผู้มักโกรธ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความน่าเกลียด พิการ หรือผิดรูป เมื่อพบผู้ตระหนี่ถี่เหนียว พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา เมื่อพบผู้กินดื่มไม่พอดี พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความหิว กระหาย และโรคในลำคอ เมื่อพบผู้ล่าสัตว์อย่างพร่ำเพรื่อ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความบ้าคลั่งและตายก่อนวัย เมื่อพบผู้ขัดขืนบิดามารดา พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งภัยพิบัติจากฟ้าดิน เมื่อพบผู้จุดไฟเผาป่าเขา พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการตายอย่างบ้าคลั่งสับสน เมื่อพบผู้ทารุณต่อลูกเลี้ยงหรือลูกแท้ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดใหม่แล้วถูกเฆี่ยนตีในชาตินี้ เมื่อพบผู้ใช้ตาข่ายจับลูกนก พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการพลัดพรากจากเลือดเนื้อเชื้อไข เมื่อพบผู้ดูหมิ่นพระรัตนตรัย พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดมาตาบอด หูหนวก หรือเป็นใบ้ เมื่อพบผู้ไม่เคารพพระธรรมและดูหมิ่นคำสอน พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการอยู่ในอบายภูมิตลอดกาล เมื่อพบผู้ใช้จ่ายทรัพย์สินของคณะสงฆ์ในทางมิชอบ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการหมุนเวียนในนรกหลายพันล้านกัลป์ เมื่อพบผู้ประพฤติมิชอบต่อผู้ปฏิบัติบริสุทธิ์หรือใส่ร้ายนักบวช พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดเป็นเดรัจฉานตลอดกาล เมื่อพบผู้ใช้น้ำเดือด ไฟ หรือมีดทำร้ายสิ่งมีชีวิต พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการชดใช้ชีวิตต่อชีวิตผ่านรอบแห่งการเกิดใหม่ เมื่อพบผู้ละเมิดศีลหรือฝ่าฝืนข้อวัตรอุโบสถ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดเป็นนกหรือสัตว์ ทุกข์ทรมานจากความหิว เมื่อพบผู้ทำลายข้าวของอย่างไม่สมเหตุสมผล พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการขาดแคลนสิ่งจำเป็นอยู่เสมอ เมื่อพบผู้เย่อหยิ่งทะนงตน พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดในสถานะต่ำต้อยและเสื่อมทราม เมื่อพบผู้พูดส่อเสียดยุยงให้แตกแยก พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการไม่มีลิ้นหรือมีร้อยลิ้น เมื่อพบผู้ยึดมั่นในมิจฉาทิฏฐิ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดในดินแดนห่างไกลและป่าเถื่อน&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท้าวจตุโลกบาล เมื่อพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์พบผู้ฆ่าสัตว์ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งอายุสั้น เมื่อพบผู้ลักขโมย พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความยากจนและลำบาก เมื่อพบผู้ประพฤติผิดในกาม พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดเป็นนกกระจอก นกพิราบ หรือเป็ดแมนดาริน (นกที่เกี่ยวข้องกับราคะ) เมื่อพบผู้พูดหยาบ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งคนในครอบครัวทะเลาะกัน เมื่อพบผู้ดูหมิ่นผู้อื่น พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการไม่มีลิ้นหรือปากเต็มไปด้วยแผล เมื่อพบผู้มักโกรธ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความน่าเกลียด พิการ หรือผิดรูป เมื่อพบผู้ตระหนี่ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา เมื่อพบผู้กินดื่มไม่รู้จักประมาณ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความหิว กระหาย และโรคในลำคอ เมื่อพบผู้ล่าสัตว์อย่างพร่ำเพรื่อ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งความบ้าคลั่งและเสียชีวิต เมื่อพบผู้ขัดขืนบิดามารดา พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งภัยพิบัติทางธรรมชาติ เมื่อพบผู้จุดไฟเผาป่าเขา พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการตายอย่างบ้าคลั่งสับสน เมื่อพบผู้ทารุณต่อลูกเลี้ยงหรือลูกแท้ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการถูกเฆี่ยนตีในชาติหน้า เมื่อพบผู้ใช้ตาข่ายจับลูกนก พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการพลัดพรากจากเลือดเนื้อเชื้อไข เมื่อพบผู้ดูหมิ่นพระรัตนตรัย พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดมาตาบอด หูหนวก หรือเป็นใบ้ เมื่อพบผู้ดูถูกพระธรรมและเหยียดหยามคำสอน พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการอยู่ในอบายภูมิตลอดกาล เมื่อพบผู้ทำลายหรือใช้ทรัพย์สินของคณะสงฆ์ในทางมิชอบ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการหมุนเวียนในนรกหลายพันล้านกัลป์ เมื่อพบผู้ประพฤติมิชอบต่อผู้ปฏิบัติบริสุทธิ์หรือใส่ร้ายนักบวช พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดเป็นเดรัจฉานตลอดกาล เมื่อพบผู้ใช้น้ำเดือด ไฟ หรือมีดทำร้ายสิ่งมีชีวิต พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการชดใช้ชีวิตต่อชีวิตผ่านรอบแห่งการเกิดใหม่ เมื่อพบผู้ละเมิดศีลหรือฝ่าฝืนข้อวัตรอุโบสถ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดเป็นนกหรือสัตว์ทุกข์ทรมานจากความหิว เมื่อพบผู้ทำลายข้าวของอย่างไม่สมเหตุสมผล พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการขาดแคลนอยู่เสมอ เมื่อพบผู้เย่อหยิ่งทะนงตน พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดในสถานะต่ำต้อยเสื่อมทราม เมื่อพบผู้พูดส่อเสียดยุยงให้แตกแยก พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการไม่มีลิ้นหรือมีร้อยลิ้น เมื่อพบผู้ยึดมั่นในมิจฉาทิฏฐิ พระองค์ตรัสถึงวิบากกรรมแห่งการเกิดในดินแดนห่างไกลป่าเถื่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;สรรพสัตว์ในชมพูทวีปเป็นดังนี้ นิสัยชั่วทางกาย วาจา และใจ ก่อให้เกิดวิบากกรรมหลายร้อยพัน — สิ่งที่ตถาคตกล่าวในวันนี้เป็นเพียงโครงร่างคร่าวๆ เท่านั้น ด้วยกรรมที่แตกต่างกันมากมายในหมู่สรรพสัตว์แห่งชมพูทวีป พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์จึงใช้อุบายอันแยบยลหลายร้อยพันประการเพื่อสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงพวกเขา สรรพสัตว์เหล่านี้ต้องรับวิบากกรรมเหล่านี้ก่อน จากนั้นจึงตกลงสู่นรก ซึ่งพวกเขาจะอยู่ตลอดทั้งกัลป์โดยไม่มีทางพ้น เพราะฉะนั้น เจ้าทั้งหลายผู้พิทักษ์และคุ้มครองประชาชนและประเทศชาติ อย่าปล่อยให้กรรมชั่วเหล่านี้หลอกลวงสรรพสัตว์&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพสัตว์ในชมพูทวีปเป็นดังนี้ การกระทำชั่วและนิสัยไม่ดีทางกาย วาจา และใจ ก่อให้เกิดวิบากกรรมหลายร้อยพัน — สิ่งที่ตถาคตกล่าวในวันนี้เป็นเพียงโครงร่างคร่าวๆ เท่านั้น กรรมที่สรรพสัตว์ในชมพูทวีปสร้างขึ้นมีความแตกต่างกันมาก และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ใช้อุบายอันแยบยลหลายร้อยพันประการเพื่อสั่งสอนและเปลี่ยนแปลงพวกเขา สรรพสัตว์เหล่านี้ต้องรับวิบากกรรมที่กล่าวมาก่อน จากนั้นจึงตกลงสู่นรก ซึ่งพวกเขาจะอยู่ตลอดทั้งกัลป์โดยไม่มีทางพ้น เพราะฉะนั้น ในฐานะท้าวจตุโลกบาลผู้พิทักษ์ประชาชนและคุ้มครองประเทศชาติ อย่าปล่อยให้กรรมชั่วเหล่านี้หลอกลวงสรรพสัตว์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์ เมื่อได้สดับดังนี้แล้ว ต่างหลั่งน้ำพระเนตรและถอนพระทัยด้วยความเศร้าโศก ทรงประนมพระหัตถ์แล้วเสด็จถอยไป&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
&lt;p&gt;หลังจากได้สดับดังนี้แล้ว ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พระองค์ต่างหลั่งน้ำพระเนตรและถอนพระทัยด้วยความเศร้าโศกอย่างลึกซึ้ง ทรงประนมพระหัตถ์ด้วยความเคารพแล้วเสด็จถอยไป&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;h2 id=&#34;เอกสารอางอง&#34;&gt;เอกสารอ้างอิง
&lt;/h2&gt;&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://book.bfnn.org/books/0016.htm&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 - 般若文海繁體站&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://sutra.ddm.org.tw/ebook/09/&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 - 法鼓山網路電子經書&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=xJv_2lF1eb4&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏菩薩本願經 78分鐘 女聲讀誦 20191022 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=JcUBI3kCpl0&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷上）念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=IPPkOTB_mkw&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷中）念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=0bLCFz5Jwu4&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;《地藏菩薩本願經》（卷下）─念誦 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=34VD_w2Bf5M&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;改變你一生的震撼預言：為什麼只要念一遍地藏菩薩聖號，就能改變命運？為什麼說地球就是一個巨大的道場？菩薩中最特殊的存在，祂預言了人類的終極命運…[She&amp;rsquo;s Xiaowu 小烏] - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a class=&#34;link&#34; href=&#34;https://www.youtube.com/watch?v=FAGnxFhJzKM&#34;  target=&#34;_blank&#34; rel=&#34;noopener&#34;
    &gt;地藏王菩薩，他才是菩薩中最頂級的存在，超度的秘密 |seeker大师兄 - YouTube&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
        </item>
        
    </channel>
</rss>
